จากสงครามดอกกุหลาบแห่งอังกฤษ
สู่ Game of Thornes นิยายขายดีที่ทุกคนติดงอมแงม
สวัสดีค่ะ ชาวนักอ่านนักเขียนเด็กดีทุกคน แอดมินยังคงเวียนวนอยู่กับเกมออฟโธรน ผลงานที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในช่วงนี้ อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า เมื่อสนใจ แอดมินก็ได้ไปลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเรื่องนี้อย่างละเอียด และได้พบประเด็นที่น่าสนใจเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของตัวละครที่โดดเด่นและมีเสน่ห์ หลายคนมีลักษณะเหมือนบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ทำให้เวลาเราดูหรืออ่านแล้วรู้สึกอินกับเรื่องราวของเขาหรือเธอไปด้วย และดูเหมือนว่า แรงบันดาลใจของ จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน จะไม่ได้หยุดอยู่ที่แค่เรื่องของตัวละครเท่านั้น แต่นักเขียนท่านนี้ ยังได้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์มาประยุกต์ และจินตนาการออกมาเป็นผลงานเรื่องนี้ ดังนั้น ระหว่างที่อ่านและดู เราก็จะได้ซึมซับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไปด้วยในตัว ใช่แล้วค่ะ แอดมินกำลังพูดถึง สงครามชิงบัลลังก์อังกฤษ ที่ใครๆ เรียกว่า “สงครามดอกกุหลาบ” นั่นเอง
โฉมหน้ากษัตริย์ของตระกูลเก่าแก่ทั้งสองตระกูล แลงคาสเตอร์และยอร์ก
สงครามดอกกุหลาบคืออะไร
สงครามดอกกุหลาบ เป็นสงครามกลางเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1455-1485 สงครามนี้ เป็นการชิงดีชิงเด่นของสองตระกูลสำคัญได้แก่ ตระกูลยอร์ก (House of York) และ ตระกูลแลงคาสเตอร์ (House of Lancaster) โดยเป้าหมายของทั้งสองตระกูลคือ บัลลังก์แห่งอังกฤษ เหตุผลที่สงครามนี้ถูกเรียกว่า สงครามดอกกุหลาบ ก็เพราะสัญลักษณ์ประจำตระกูลของทั้งคู่ โดยยอร์ก มีสัญลักษณ์คือดอกกุหลาบสีขาว ส่วนแลงคาสเตอร์มีสัญลักษณ์คือดอกกุหลาบสีแดง อย่างไรก็ตาม ชื่อสงครามดอกกุหลาบถูกตั้งขึ้นหลังสงครามจบลงแล้ว
ตระกูลแลงคาสเตอร์นั้นครอบครองบัลลังก์มาเนิ่นนาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1399 ทว่าเริ่มเสื่อมอำนาจในยุคของ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ผู้อ่อนแอและมีอาการเสียพระสติบ่อยๆ ในช่วงเวลานั้น อำนาจถูกโอนย้ายไปอยู่ในมือของพระมเหสีอย่าง มาร์กาเร็ตแห่งอองชู ผู้เฉลียวฉลาดและมีทักษะทางการเมือง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1453 ริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์ก (ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์แห่งอังกฤษ) ได้ลุกขึ้นมาต่อต้านสิทธิการครองบัลลังก์ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 การกระทำของเขานำไปสู่สงครามอันยืดเยื้อระหว่างสองตระกูลใหญ่แห่งอังกฤษ ซึ่งตลอด 30 ปีที่ยาวนาน ทั้งสองฝ่ายผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะเรื่อยมา จากสถิติพบว่า มีการปะทะกันมากกว่า 20 ครั้ง ในแต่ละครั้ง ทั้งสองฝ่ายต่างต้องเสียบุคคลสำคัญไป รวมผู้เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ มีจำนวนมากกว่า 40,000 คน ท้ายที่สุด ชัยชนะตกเป็นของตระกูลยอร์ก และ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ทรงขึ้นครองราชย์
ทว่าสงครามก็สงบอยู่ไม่นาน ในปี ค.ศ. 1483 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 สวรรคต พระโอรสองค์โต เอ็ดเวิร์ดที่ 5 มีวัยเพียง 12 ชันษาขณะขึ้นครองราชย์ เนื่องจากยังทรงพระเยาว์ ริชาร์ด ดยุคแห่งกลอสเตอร์ ผู้เป็นลุง จึงอ้างสิทธิ์ยึดครองบัลลังก์ ด้วยเหตุผลที่ว่าการสมรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ริชาร์ดขึ้นครองบัลลังก์ในนามของ พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 และนำตัวพระโอรสของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ไปขังไว้ในหอคอยแห่งลอนดอน ทั้งสองพระองค์หายสาบสูญไป จากข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อว่าทั้งคู่ถูกปลงพระชนม์ แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบศพ
อย่างไรก็ตาม พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ขึ้นครองราชย์ได้เพียงไม่นาน การกระทำของพระองค์สร้างความขัดเคืองให้กับบุคคลหลายคนในตระกูลยอร์ก และสุดท้าย สมาชิกคนสำคัญในราชวงศ์ก็หันไปสนับสนุน เฮนรีแห่งทิวดอร์ ผู้อ่อนโยนจากตระกูลแลงคาสเตอร์ ผู้ซึ่งขณะนั้นลี้ภัยไปอยู่ที่ฝรั่งเศส ต่อมาในปี ค.ศ. 1485 เฮนรีเดินทางจากฝรั่งเศสกลับมาที่อังกฤษเพื่อทำสงครามกับ พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 และเป็นฝ่ายชนะ ได้ขึ้นครองราชย์ในนาม พระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 ทรงและอภิเษกสมรสกับ เอลิซาเบธแห่งยอร์ก พระราชธิดาในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 เพื่อรวมและประสานราชวงศ์ทั้งสอง พระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 ต้องการยุติสงครามดอกกุหลาบ จึงได้สร้างสัญลักษณ์ใหม่ คือ ดอกกุหลาบแห่งทิวดอร์ ขึ้น เป็นการผสมผสานระหว่างดอกกุหลาบแดงและดอกกุหลาบขาว เพื่อความสมานฉันท์ระหว่างทั้งสองตระกูล
สงครามดอกกุหลาบ (War of Roses) VS มหาสงครามชิงบัลลังก์ (Game of Thrones)
อ่านที่มาที่ไปของสงครามดอกกุหลาบจบลงแล้ว คิดว่าทุกคนน่าจะสะดุดใจกับประเด็นหลายๆ อย่าง อย่างแรกเลยคือสงครามดอกกุหลาบเป็นสงครามระหว่างสองตระกูลที่ต้องการแย่งชิงบัลลังก์อังกฤษ ทั้งสองตระกูลคือ แลงคาสเตอร์และยอร์ก โดยแลงคาสเตอร์เป็นผู้ปกครองอยู่ก่อน และยอร์กเป็นผู้แย่งชิงอำนาจ ซึ่งในประเด็นนี้ ก็คล้ายคลึงกับเรื่องราวในหนังสือเกมออฟโธรน ที่ตระกูลแลนนิสเตอร์ปกครองอยู่ก่อน และสตาร์กเป็นผู้ประกาศสงคราม โดยจุดเริ่มต้นของสงครามไม่ใช่ใครที่ไหน ก็มาจาก เน็ด สตาร์ค ผู้นำของตระกูลสตาร์คนั่นเอง ถ้าดูจากประวัติศาสตร์ เน็ด สตาร์ค เปรียบได้กับ ริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์ก หรือผู้พิทักษ์แห่งอังกฤษ เน็ด สตาร์ด เองก็ดำรงตำแหน่ง มือขวาของกษัตริย์ (Hand of the King)
สัญลักษณ์ของตระกูลแลงคาสเตอร์คือดอกกุหลาบสีแดง
สัญลักษณ์ของตระกูลแลนนิสเตอร์คือสิงโตสีแดง
สัญลักษณ์ของตระกูลแลนนิสเตอร์คือสิงโตสีแดง
ประเด็นที่สอง ก็คือสัญลักษณ์ประจำตระกูล พวกแลงคาสเตอร์ มีสัญลักษณ์คือดอกกุหลาบสีแดง ในหนังสือ พวกแลนนิสเตอร์ มีสัญลักษณ์คือสิงโตสีแดง ส่วนพวกยอร์ก มีสัญลักษณ์คือดอกกุหลาบสีขาว ในหนังสือ พวกสตาร์ค มีสัญลักษณ์คือหมาป่าสีขาว
แผนที่ของดินแดนเวสเทอรอสและประเทศอังกฤษ
ส่วนประเด็นที่สาม เมื่อดูแผนที่เปรียบเทียบ จะพบว่าแผนที่ของดินแดนเวสเทอรอส (Westeros) และประเทศอังกฤษนั้นเหมือนกันมาก
และ ประเด็นที่สี่ ก็คือบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ทั้งหลาย ที่มีบทบาทหน้าที่และลักษณะนิสัยใจคอใกล้เคียงกับตัวละครที่ปรากฎในหนังสือ และแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ตัวละครที่คล้ายคลึงกัน แต่ยังรวมถึงเหตุการณ์หลายๆ อย่างในเรื่องด้วย เรียกว่า การอ่านหนังสือเรื่องนี้ อาจจะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ได้ง่ายขึ้นก็ได้นะ
ในหัวข้อต่อไป เราจะขอพูดถึงตัวละครที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ผู้ซึ่งมีอิทธิพลและมีส่วนสำคัญทำให้เกิดสงครามดอกกุหลาบขึ้น ลองเลื่อนลงไปอ่านดูว่าจะมีใครบ้าง
พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 และกษัตริย์แอริสที่ 2
พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 (Richard II) VS กษัตริย์บ้า (Mad King) แอริสที่ 2 (Aerys II)
พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 : เหยื่อคนสำคัญที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของสงครามดอกกุหลาบ พระองค์ขึ้นปกครองตั้งแต่มีวัยเพียง 10 ชันษา ระหว่างที่ปกครอง พระองค์เติบโตมาอย่างไร้แก่นสาร มีงานอดิเรกคือสั่งให้สร้างรูปปั้นของพระองค์เอง ทรงหูเบา และฟังแค่คำประจบสอพลอ หลังสมเด็จพระราชินีแอนน์ ผู้เป็นชายาสวรรคต พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 ก็ทรงมีพระอาการสับสน สั่งประหารผู้คนเป็นว่าเล่น และควบคุมพระสติไม่ได้ จนกระทั่ง เฮนรีแห่งโบลิงโบรค พระญาติอดรนทนไม่ไหว จึงได้สะสมขุมกำลังเพื่อกบฎ และจับ พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 เข้าคุก จากนั้นก็ขึ้นครองราชย์ในนาม พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 หลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อกันว่า พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 เป็นเหยื่อรายแรกของสงครามดอกกุหลาบ และเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามล้างตระกูล ระหว่างแลงคาสเตอร์กับยอร์ก
กษัตริย์บ้า แอรีสที่ 2 : กษัตริย์บ้าหรือแอรีสที่ 2 มีอาการของโรคพารานอยด์และควบคุมพระสติไม่ได้ ด้วยพฤติกรรมไม่แน่ไม่นอน ทำให้อำนาจการปกครองอยู่ในมือของ ไทวิน แลนนิสเตอร์ ผู้เป็น มือขวาของกษัตริย์ (Hand of King) ท้ายที่สุด พระองค์ถูกกบฎโดย โรเบิร์ต บาราเธียน และถูกสังหาร
แม้ว่ารายละเอียดเล็กๆ ของทั้งคู่จะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ต่างมีอาการเสียพระสติ จนนำไปสู่การสูญเสียบัลลังก์ และต่างก็เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่ระหว่างตระกูลใหญ่สองตระกูล
พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 และโรเบิร์ต บาราเธียน
พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 (King Henry IV) VS โรเบิร์ต บาราเธียน (Robert Baratheon)
พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 : พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 คือบุคคลที่รวบรวมอำนาจทางทหารขึ้นปฏิวัติ แย่งชิงอำนาจจาก พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 จากนั้นก็อ้างสิทธิ์ครองบัลลังก์ และเนื่องจากพระองค์มีเครือญาติที่เข้มแข็ง และดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองจำนวนมาก จึงเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย นั่นคือบรรดาเครือญาติพร้อมสนับสนุนพระองค์ในด้านต่างๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็พร้อมจะโค่นล้มบัลลังก์ได้เช่นเดียวกัน การขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 นำไปสู่ความแตกแยกระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส พระองค์ทรงครองราชย์จนมีพระชนมายุได้ 45 ชันษา ก็สวรรคตด้วยโรคที่ระบุสาเหตุไม่ได้ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ขึ้นปกครองต่อมา
โรเบิร์ต บาราเธียน : ถ้าใครอ่านหนังสือหรือดูซีรี่ส์ จะทราบดีว่าโรเบิร์ต บาราเธียน หรือฉายาว่าโรเบิร์ต ผู้ก่อกบฎ เป็นผู้สังหารกษัตริย์บ้า แอรีสที่ 2 และขึ้นครองราชย์ในที่สุด
เราจะเห็นว่า ทั้ง พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 และ โรเบิร์ต บาราเธียน มีความคล้ายคลึงกันได้เรื่องการก่อกบฎแย่งชิงบัลลังก์จากกษัตริย์ผู้ปกครองก่อนหน้า และอีกสิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่ต่างสวรรคตด้วยโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ โดยวาระสุดท้ายของชีวิต ต่างก็บรรทมอยู่บนเตียง
ริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์ก (Richard, Duke of York) VS เน็ด สตาร์ค (Ned Stark)
ริชาร์ด ดยุคแห่งยอร์ก : บุคคลผู้นี้ ได้ชื่อว่าเป็นข้าราชบริพานผู้ซื่อสัตย์ของกษัตริย์จากฝั่งตระกูลแลงคาสเตอร์ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ฉายาของเขาคือ ผู้พิทักษ์แห่งอังกฤษ ปัญหาของริชาร์ดคือ เขาต่อต้าน พระนางมาร์กาเร็ตแห่งอองชู พระราชินีผู้มาจากฝรั่งเศส เมื่อพระนางมาร์กาเร็ตทราบเข้า จึงมองว่าเขาเป็นตัวปัญหาที่ต้องกำจัดทิ้ง ต่อมาพระนางมาร์กาเร็ตแห่งอองชูทรงมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ทรงเสียพระสติอยู่สม่ำเสมอ ริชาร์ดจึงเริ่มสะสมกองกำลังของตระกูลยอร์ก เพื่อเตรียมต่อสู้ น่าเสียดายทุกอย่างช้าเกินไป ริชาร์ดตายในสงคราม ศีรษะของเขาถูกเสียบประจานบนกำแพง และบุตรชายคนโตก็ขึ้นเป็นผู้ปกครองตระกูลแทนที่
เน็ด สตาร์ค (เอ็ดดาร์ด สตาร์ค) : เน็ด สตาร์ค รับใช้ โรเบิร์ต บาราเธียน อย่างซื่อสัตย์ เขาได้ฉายาว่า มือขวาแห่งกษัตริย์ หรือ Hand of the King ในระหว่างนั้น ดูเหมือนปัญหาของ โรเบิร์ต บาราเธียน ก็คือ เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ ราชินีสาวสวยผู้หลงใหลในอำนาจ เซอร์ซี ต้องการให้โอรสของนางกับเจมี น้องชายฝาแฝดขึ้นครองราชย์ และเมื่อ แบรน บุตรชายของ เน็ด เกิดบังเอิญมารู้ความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่เข้า การเริ่มต้นแผนการจองล้างจองผลาญ เน็ด สตาร์ค จึงเริ่มต้นขึ้น
ทั้งริชาร์ด และเน็ด เหมือนกันตรงที่ต่างก็รับใช้กษัตริย์อย่างซื่อสัตย์ และมีชื่อเรียกในแบบของตัวเอง ที่สำคัญ ต่างก็มีปัญหากับพระราชินี และในวาระสุดท้ายของชีวิต ทั้งคู่ต่างถูกตัดศีรษะเสียบประจาน
เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ และมาร์กาเร็ตแห่งอองชู
มาร์กาเร็ตแห่งอองชู (Margaret of Anjou) VS เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ (Cersei Lannister)
มาร์กาเร็ตแห่งอองชู : อย่างที่ได้เล่าไปในหัวข้อข้างต้น มาร์กาเร็ตแห่งอองชูนั้น ได้อภิเษกกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 และมีพระราชโอรสด้วยกันหนึ่งพระองค์ ซึ่งภายหลังได้ขึ้นครองราชย์ในนามของ เอ็ดเวิร์ดแห่งเวสต์มินสเตอร์ และเนื่องจากพระเจ้าเฮนรี่ทรงมีพระพลามัยที่ไม่สมบูรณ์ และเสียพระสติเป็นระยะ ทำให้นักประวัติศาสตร์ตั้งคำถามถึงที่มาของพระราชโอรส บ้างก็เชื่อว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 ไม่น่ามีสมรรถภาพพอจะให้กำเนิดบุตรได้ และลูกของพระนางน่าจะเป็นลูกของชู้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด เอ็ดเวิร์ดแห่งเวสต์มินสเตอร์ พระราชโอรสของพระนางก็ต้องสวรรคตในสนามรบตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และพระนางมาร์กาเร็ต ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ว่าการของตระกูลแลงคาสเตอร์ ก็ต้องลี้ภัยไปยังตอนเหนือของอังกฤษ
เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ : ตัวละครหญิงที่ทรงพลังและมากอำนาจที่สุดในเกมออฟโธรน เซอร์ซีจำต้องสมรสกับโรเบิร์ต บาราเธียนด้วยเหตุผลทางการเมือง เนื่องจากไทวิน แลนนิสเตอร์ บิดาของนางต้องการให้บุตรสาวได้ขึ้นเป็นราชินี เซอร์ซี มีลูกสามคน ชายสองหญิงหนึ่ง และเป็นที่รู้กันชัดเจนว่า ลูกของนางเกิดจากชู้ คือเจมี่ น้องชายฝาแฝดของนางเอง ภายหลังจาก โรเบิร์ต บาราเธียน สวรรคต จอฟฟรีย์ ลูกชายของเซอร์ซีได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่ก็เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วย ทอมเม่น น้องชาย ซึ่งประสบเคราะห์กรรมเดียวกัน ปัจจุบัน เรายังไม่รู้ว่าชะตากรรมของเซอร์ซีจะจบลงที่จุดใด ก็ต้องรอลุ้นกันว่าจอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน จะเขียนถึงเธออย่างไร
ทั้ง มาร์กาเร็ตแห่งอองชู และ เซอร์ซี มีความเหมือนกันตรงที่ต่างก็เป็นผู้หญิงที่มีลักษณะนิสัยเป็นผู้นำ และมีความรอบรู้ในเรื่องการเมือง ทั้งคู่ต้องเสียสามีซึ่งเป็นกษัตริย์ไป และลูกชายของทั้งคู่ต่างมีสิทธิ์จะได้ขึ้นครองราชบัลลังก์ แต่ว่าเสียชีวิตอย่างรวดเร็วทั้งคู่ นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังถูกกล่าวหาว่ามีชู้เหมือนกันด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เรายังไม่รู้ว่า ตอนจบของเซอร์ซีจะลงเอยเช่นไร คงต้องรอลุ้นกันว่าจะเหมือนกับมาร์กาเร็ตแห่งอองชู ที่แพ้สงครามแล้วต้องลี้ภัยไปต่างประเทศหรือไม่ หรือนักเขียนจะเลือกเส้นทางอื่นให้กับนาง
หากสนใจสามารถอ่านบทความ เหมือนหรือต่าง...? มาร์กาเร็ตแห่งอองชู ราชินีแห่งอังกฤษ VS เซอร์ซี แลนนิสเตอร์แห่งเกมออฟโธรน เพิ่มเติมได้เลยค่ะ
จอฟฟรีย์ บาราเธียนและเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งเวลส์
เอ็ดเวิร์ดแห่งเวสต์มินสเตอร์ เจ้าชายแห่งเวลส์ (Edward of Westminster) VS จอฟฟรีย์ บาราเธียน (Joffrey Baratheon)
เอ็ดเวิร์ดแห่งเวสต์มินสเตอร์ เจ้าชายแห่งเวลส์ : หรือที่ใครๆ เรียกว่า เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งแลงคาสเตอร์ ทรงเป็นพระโอรสเพียงคนเดียวของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 และ พระนางมาร์กาเร็ตแห่งอองชู เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ขึ้นชื่อเรื่องชอบความรุนแรงและความโหดร้าย พระองค์ชอบออกคำสั่งให้มีการประหารชีวิตหรือทำร้ายผู้คน เมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 สวรรคต พระนางมาร์กาเร็ต พยายามสนับสนุนให้โอรสของพระองค์ได้ครองราชย์ น่าเสียดายที่เอ็ดเวิร์ดเสียชีวิตในสนามรบเมื่ออายุได้เพียง 17 ปี
จอฟฟรีย์ บาราเธียน : ถ้าใครดูซีรี่ส์น่าจะรู้ความร้ายกาจของจอฟฟรีย์เป็นอย่างดี จอฟฟรีย์เป็นลูกชายคนโตของเซอร์ซี และเมื่อโรเบิร์ต บาราเธียน เสียชีวิต เขาก็ได้ครองบัลลังก์ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะเสียชีวิตอย่างโหดร้าย
ทั้งเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและจอฟฟรีย์ ล้วนแต่เป็นบุตรของกษัตริย์ และมีสิทธิในการขึ้นครองบัลลังก์ ทั้งคู่ยังมีแม่ที่พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือลูกของตนในทุกๆ ทาง และมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิตเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังอายุสั้นเหมือนกันด้วย
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และเอลิซาเบ็ธ วู้ดวิลล์ และ ร็อบ สตาร์ค กับทาลิซ่า เจน เวสเทอร์ลิ่ง
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และเอลิซาเบ็ธ วู้ดวิลล์ (King Edward IV and Elizabeth Woodville) VS ร็อบ สตาร์ค และทาลิซ่า เจน เวสเทอร์ลิ่ง (Robb Stark and Talisa Jeyne Westerling)
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และเอลิซาเบ็ธ วู้ดวิลล์ : พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 มีชื่อเสียงเรื่องรูปลักษณ์ที่งามสง่า และทรงเสน่ห์ ทั้งยังมีความสามารถในการรบ แต่ปัญหาคือพระองค์เลือกที่จะสมรสกับเอลิซาเบ็ธ วู้ดวิลล์ หญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ซึ่งเป็นเพียงนางสนองพระโอษฐ์ของพระนางมาร์กาเร็ตแห่งอองชู ทั้งนางยังเคยสมรสมาก่อนแล้ว (สามีของนางคือเซอร์จอห์น เกรย์แห่งโกรบี เสียชีวิตในสนามรบ) โดยไม่ฟังคำทัดทานของบรรดาที่ปรึกษา ฟังแล้วดูจะโรแมนติกดี และดูจะเป็นรักแท้ น่าเสียดายที่การแต่งงานครั้งนี้ ทำให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ขาดผู้สนับสนุน เมื่อพระองค์สวรรคตในการศึก เอลิซาเบ็ธ วู้ดวิลล์ก็หมดอำนาจ และต้องใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงา
ร็อบ สตาร์ค และทาลิซ่า เจน เวสเทอร์ลิง : ร็อบในเรื่องคือ บุตรชายคนโตของตระกูลสตาร์ค มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา และไม่ทะเยอทะยานอยากครองบัลลังก์ จนกระทั่งต่อมา เน็ด สตาร์ค พ่อของเขาต้องตายด้วยเงื้อมมือของเซอร์ซี แลนนิสเตอร์ ร็อบจึงได้ครองอำนาจต่อจากพ่อ ความที่เป็นคนหนุ่มและมีความสามารถทำให้ร็อบไม่ฟังคำทัดทานของที่ปรึกษาและเลือกแต่งงานกับเจน เวสเทอร์ลิง หญิงสาวธรรมดาๆ แทนที่จะแต่งงานกับหญิงจากตระกูลเฟรย์ และท้ายที่สุด งานแต่งงานของร็อบก็กลายเป็นงานแต่งงานสีเลือด ทั้งเขาและเจนเสียชีวิตอย่างสยดสยอง เรียกว่าเป็นงานล้างตระกูลสตาร์คก็ว่าได้
สิ่งที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและร็อบเหมือนกันก็คือ ต่างเป็นคนหนุ่มที่มีหน้าตาสง่างาม และมีสิทธิ์ในการครองบัลลังก์ และต่างก็ต้องเสียชีวิตเพราะเลือกภรรยาผิด เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ในอดีตนั้น หญิงสาวผู้จะครองตำแหน่งราชินี จำเป็นต้องมีอำนาจและตระกูลที่สูงส่ง จะได้สนับสนุนการปกครองของนาง ถ้าหากมาตัวเปล่าหรือเป็นเพียงคนธรรมดา จะกลายเป็นเรื่องยากลำบาก และอาจทำให้เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ตามมา
ธีออน เกรย์จอย และจอร์จ ดยุคแห่งแคลเรนซ์
จอร์จ แพลนแทเจเนต ดยุคแห่งแคลเรนซ์ (George, Duke of Clarence) VS ธีออน เกรย์จอย (Theon Greyjoy)
จอร์จ แพลนแทเจเนต ดยุคแห่งแคลเรนซ์ : น้องชายของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 แห่งยอร์ก (ในนิยายน่าจะหมายถึงร็อบ สตาร์ค) จอร์จเป็นคนขี้อิจฉาและทะเยอทะยาน เขาต้องการครองบัลลังก์ และอยากมีอำนาจเหนือทุกคน ยิ่งพี่ชายได้สิทธิ์ในการครองราชย์ จอร์จยิ่งอิจฉาและพยายามทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองได้อำนาจบ้าง จอร์จสมคบกับมาร์กาเร็ตแห่งอองชู ด้วยความหวังว่าจะได้สิทธิ์ในการครองบัลลังก์ น่าเสียดายที่จอร์จไม่อาจได้สิ่งที่ต้องการ และท้ายที่สุด เขาก็ต้องหวนกลับไปคุกเข่าขอโทษพี่ชาย ทว่าจอร์จยังคงประพฤติตนแบบเดิมๆ และสุดท้าย เขาก็ทำให้พี่ชายหมดความอดทน ด้วยการใช้อำนาจผิดทาง คือสั่งประหารคนรับใช้แบบผิดๆ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 จึงสั่งประหารเขา โดยให้สิทธิ์เขาในการเลือกวิธีตาย ซึ่งจอร์จได้เลือกวิธีถ่วงน้ำในถังไวน์...
ธีออน เกรย์จอย : ธีออนสนิทสนมกับครอบครัวสตาร์คมาตลอด และมีความสัมพันธ์อันดีกับร็อบ สตาร์ค ดังนั้น ร็อบจึงช็อกมาก เมื่อพบว่าธีออนเลือกที่จะหันหลังให้กับสตาร์ค และไปร่วมมือกกับพ่อของตน ด้วยความหวังจะได้เป็นกษัตริย์ แม้ในเรื่องตอนนี้ ธีออนจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ถูกตัดอวัยวะเพศ และยังมีนิสัยเลวร้าย ดังนั้น นักวิจารณ์มากมายจึงคาดการณ์ว่า อนาคตเขาน่าจะต้องตายด้วยวิธีอะไรสักอย่าง แต่จะเป็นจมน้ำไวน์ตายหรือไม่ คงต้องรอพิสูจน์กัน
แดเนริส ทาร์แกเรียน และพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7
เฮนรี่แห่งทิวดอร์หรือพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 (Henry Tudor) VS แดเนริส ทาร์แกเรียน (Daenerys Targaryen)
เฮนรี่แห่งทิวดอร์ : เฮนรี่แห่งทิวดอร์หรือพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 นั้น เป็นทายาทฝั่งตระกูลแลงคาสเตอร์ ในยุคสมัยที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ซึ่งมาจากตระกูลยอร์ก เป็นผู้ปกครอง พระองค์ต้องลี้ภัยไปอยู่ที่ฝรั่งเศสเป็นเวลานานถึง 14 ปี ทว่าต่อมาเมื่อพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 รวบอำนาจหลังพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 สวรรคต ทำให้ประเทศอังกฤษเต็มไปด้วยความสับสนและมีความระส่ำระสายทางการเมือง และในช่วงเวลานั้นเองที่ เฮนรี่แห่งทิวดอร์ เดินทางกลับจากฝรั่งเศสเพื่อมาทวงอำนาจคืน พระองค์เป็นผู้ชนะในสงคราม และได้ใช้กลยุทธ์รวมตระกูลแลงคาสเตอร์กับยอร์กเข้าด้วยกัน ด้วยการอภิเษกสมรสกับพระนางเอลิซาเบ็ธแห่งยอร์ก พระธิดาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 อันเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบ และพระองค์ก็ได้รวมสัญลักษณ์กุหลาบสีขาวกับกุหลาบสีแดงเข้าด้วยกัน กลายเป็นกุหลาบแห่งทิวดอร์นั่นเอง
แดเนริส ทาร์แกเรียน : เจ้าของฉายาผู้เกิดท่ามกลางพายุ แม่มังกร บุตรสาวของกษัตริย์บ้า แอรีสที่ 2 แดเนริสเป็นหนึ่งในทายาทสายตรงและมีอำนาจมากพอที่จะช่วงชิงบัลลังก์ของเธอคืน อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ เรื่องราวในหนังสือยังไม่จบสิ้น และเมื่อนักเขียนดูจะชื่นชอบความเป็นแฟนตาซี เราก็เลยได้เห็นเรื่องราวใหม่ๆ อย่าง พวกไวท์วอล์กเกอร์ มังกร แม่มดแดง ฯลฯ ในเรื่อง แต่จากการประเมินของนักวิจารณ์หลายๆ คน เชื่อกันว่า แดเนริสน่าจะลงเอยในตำแหน่งราชินีผู้ครองบัลลังก์ เพราะนางมีลักษณะคล้ายพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 นั่นคือ พร้อมประนีประนอม และมีอำนาจในตัวเอง ทว่าเส้นทางการก้าวไปสู่บัลลังก์ของนางจะดำเนินไปได้อย่างไร และนางจะได้ครองคู่กับจอน สโนว์หรือไม่ คนอ่านและคนดูอย่างเราคงต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่าแล้วก็รอ GOT 8 ค่ะ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
http://screenrant.com/game-of-thrones-best-daenerys-targaryen-facts/
http://www.lifedaily.com/story/19-things-you-need-to-know-about-daenerys-targaryen/
https://www.lifestyle9.com/21-facts-about-daenerys-targaryen/
https://www.quirkybyte.com/blog/2017/07/04/facts-daenerys-targaryen-game-of-thrones/
https://hauntedcoconut.com/2017/04/19/game-of-thrones-how-it-parallels-the-wars-of-the-roses/
http://screenprism.com/insights/article/how-did-the-wars-of-the-roses-inspire-game-of-thrones
https://www.historychannel.com.au/articles/wars-of-the-roses-real-game-of-thrones/
http://emgn.com/entertainment/think-game-of-thrones-is-more-brutal-than-real-life-here-are-12-historical-moments-that-inspired-the-series/
http://www.gamesradar.com/horrible-very-real-history-that-inspired-game-of-thrones/






.jpg)





2 ความคิดเห็น
แม่เจ้า ซับซ้อนพอๆ กับประวัติศาสตร์มิดเดิลเอิร์ธของเจ.อาร์.อาร์ โทลคีน เลยนะเนี่ย ตัวละครเหล่าท่านจอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน ช่างสร้างมาได้เก่งยิ่งนัก เรายังสร้างให้ซับซ้อนไม่ได้ขนาดนี้เลย
เปรียบเทียบข้อมูลได้น่าสนใจดีครับ อ้างอิงปัจจัยในสิ่งที่ใกล้เคียงดี ซึ้งงง5555
ปล. Game of Thrones นะครับ ไม่ใช่ Thornes