สะเทือนใจ! 10 เรื่องเล่าครั้งสุดท้ายจากนักโทษประหาร


สะเทือนใจ! 10 เรื่องเล่าครั้งสุดท้ายจากนักโทษประหาร
 
สวัสดีค่ะ ชาวนักอ่านนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ นอกจากมีนิสัยชอบอ่านแล้ว แอดมินยังเป็นคนชอบฟังด้วย หลายครั้งเวลาได้ฟังเรื่องราวจากคนรอบข้าง ก็คิดว่า น่าเอามาเขียนเป็นนิยายเสียจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องราวล่าสุดที่ได้อ่าน เรื่องเล่าครั้งสุดท้ายจากนักโทษประหาร... 
 
จะมีเรื่องของใครบ้างและจะน่าสนใจแค่ไหน ไปลองอ่านพร้อมๆ กันเลยค่ะ 
 

 
โจ อาร์ริดี้ (Joe Arridy) 
ชายผู้มีความสุขกับโทษประหาร
 
อ่านคำโปรยแล้วหลายคนอาจงง มีคนมีความสุขกับโทษประหารด้วยเหรอ ใช่แล้วค่ะ ไม่ใช่ใครที่ไหน โจ อาร์ริดี้ของเรานี่เอง เขาคนนี้ป่วยด้วยโรคบกพร่องทางจิต และมีภาวะรับรู้เท่ากับเด็กอายุหกขวบ แม้ว่าศาลจะตัดสินว่า... เขาต้องโทษประหารเพราะคดีฆาตกรรมเด็กหญิงวัย 15 ปี (ฆาตกรตัวจริงคือ แฟรงค์ อากิลาร์) เจ้าตัวก็ดูไม่เข้าใจและไม่สนใจอะไรใดๆ อาร์ริดี้ใช้เวลาระหว่างรอการประหารด้วยการเล่นของเล่น ของเล่นชิ้นโปรดของเขาคือ รถไฟเด็กเล่น ไม่ว่าไปที่ไหนเขาจะนำมันติดตัวไปด้วยเสมอ เมื่อเพื่อนข้างห้องขังอย่าง แอนเจโล่ แอ็คเนสถามเขาว่า “ถ้านายไปแล้ว จะให้รถไฟฉันได้ไหม” เขาก็สั่นศีรษะปฏิเสธ “ไม่ให้ ฉันจะเอามันไปด้วย” 
 
อย่างไรก็ตาม โจเปลี่ยนความคิดในที่สุด หลังจากเขาได้สนิทสนมกับแอ็คเนสและเล่นรถไฟด้วยกัน ท้ายที่สุด เขาก็ประกาศว่า “ถ้าฉันไปแล้ว ก็ยกรถไฟให้แอ็คเนสแล้วกัน” แต่โจไม่เข้าใจหรอกว่าคำว่า ‘ไป’ หมายถึงอะไร เขาบอกว่าสับสนและไม่เข้าใจ เมื่อแม่ของเขากอดเขาเป็นครั้งสุดท้ายและร้องไห้จนน้ำตานองหน้า โจก็มองแม่อย่างไม่เข้าใจ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าแม่ร้องไห้ทำไม แม้กระทั่งเมื่อโจก้าวเข้าสู่ห้องรมแก๊สพิษ เขาก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น และเขาจะไปไหน... 
 
จอร์จ สไตนีย์ จูเนียร์ 
เด็กชายที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกประหารบนเก้าอี้ไฟฟ้า  
 
ปี ค.ศ. 1944 ตำรวจจากเซาธ์ คาโรไลน่า ได้รับแจ้งคดีที่ยากลำบาก มีคนพบศพเด็กหญิงวัย 11 และ 8 ขวบในคูน้ำ ทั้งสองคนถูกหวดด้วยท่อเหล็กระหว่างที่กำลังเก็บดอกไม้ และผู้ที่โทร. มาก็คือ ย่าของเด็กชายวัย 14 ผู้สารภาพว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ชื่อของเด็กหนุ่มคือ จอร์จ สไตนีย์ จูเนียร์ เมื่อพบตำรวจ คำแรกที่เขาพูดคือ “ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจฆ่าเด็กหญิงสองคนนั้น” สไตนีย์ขึ้นศาลเพียงแค่สองชั่วโมงก็ได้รับการตัดสิน เขาเป็นนักโทษที่อายุน้อยที่สุดที่ต้องโทษประหาร หลังจากใช้เวลาในคุกได้ 81 วัน เจ้าตัวก็ถูกนำไปประหาร ด้วยวิธีนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ทว่าความที่เด็กชายตัวเล็กเกินไป เมื่อต้องนั่งเก้าอี้ประหาร เจ้าหน้าที่ต้องรัดเขาไว้ และระหว่างที่ถูกช็อต หน้ากากที่มีขนาดใหญ่เกินไป ร่วงหล่นลงมา เผยให้เห็นใบหน้าหวาดกลัวสุดขีดของเด็กชาย ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่สะเทือนใจอย่างหนักและอยู่ในความทรงจำของชาวอเมริกันนานเท่านาน
 
คริสโตเฟอร์ นิวตัน 
ชายผู้ร้องหาความตาย 
 
คริสโตเฟอร์ นิวตัน มีน้ำหนักตัวมากถึง 120 กก. (265 ปอนด์) และด้วยสาเหตุนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ประสบความยากลำบากในการหาเส้นเลือดของเขา เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานถึงสองชม. ซึ่งนับเป็นการฉีดยาที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ และขณะเดียวกัน หลายคนยอมรับว่า นักโทษในคดีนี้ใจเด็ดมากจริงๆ คงเพราะนิวตันมีชีวิตที่ยากลำบากมาก ดังนั้น แม้โทษของเขาจะไม่ถึงประหาร แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในคุก นิวตันก็หาเรื่องใส่ตัวจนได้ วิธีของเขาคือ ฆ่าเพื่อนร่วมห้องขัง ด้วยการกระแทกหัวของอีกฝ่ายลงกับพื้น ขย้ำคอ และหัวเราะอย่างสะใจ เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามสอบสวน นิวตันไม่ยอมตอบอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ โทษประหาร เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ นิวตันหัวเราะอย่างมีความสุข เขามองเจ้าหน้าที่พยายามปลุกปล้ำแทงเข็มฉีดยาเข้าเส้นเลือดด้วยสีหน้าเบิกบาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาถึงสองชม. และอดทนแทงเข็มถึงสิบครั้งกว่าจะฆ่านักโทษผู้นี้ได้สำเร็จ 
 
ริคกี้ เรย์ เร็คเตอร์ 
ชายผู้บอกว่าขอเก็บอาหารมื้อสุดท้ายไว้ทีหลัง 
 
ตลอดชีวิต ริคกี้ เรย์ เร็คเตอร์ เข้าๆ ออกๆ คุกมาตลอด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1981 เขาก่อเหตุวิวาทในคลับ และใช้ปืนยิงขู่คนสามคน หนึ่งในนั้นถึงแก่ความตาย ริคกี้พยายามหนี แต่ครอบครัวก็วางแผนจับเขาไปมอบตัวจนได้ เมื่อตำรวจมาถึงบ้าน ริคกี้ใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะของตน น่าเสียดาย ริคกี้ไม่ตาย แต่แรงระเบิดทำลายสมองของเขาไป 1/3 และทำให้เขากลายเป็นคนป่วยจิตบกพร่อง หวาดกลัวความมืด อย่างไรก็ตาม ริคกี้ถูกตัดสินโทษประหารชีวิต เมื่อได้รับสิทธิ์การสั่งอาหารมื้อสุดท้าย ริคกี้สั่งสเต็ก ไก่ทอด และพายพีแคน เขาเหลือพายไว้และบอกเจ้าหน้าที่ว่า “เดี๋ยวจะกลับมากินหลังประหารเสร็จ”
 
รูดอลฟ์ ไทเนอร์ 
ชายผู้ถูกฆ่าระหว่างรอการประหารชีวิต 
 
เพื่อนข้างห้องขังของรูดอล์ฟ ไทเนอร์ คือ โดนัลด์ เฮนรี่ แกสคินส์ ผู้ได้ฉายาว่า... ‘ชายผู้ไร้หัวใจที่สุดในอเมริกา’ แกสคินส์คือฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมา 13 คนอย่างเลือดเย็น เขาฆ่าแม้กระทั่งผู้หญิงท้อง และแกสคินส์ก็แสนจะดีใจที่ได้ไทเนอร์มาเป็นเพื่อน สำหรับไทเนอร์นั้น เข้าคุกด้วยข้อหาปล้นร้านขายของชำ เจ้าของร้านเป็นคู่สามีภรรยาที่ชราแล้ว ไทเนอร์ข่มขู่ชายเจ้าของร้านว่า ถ้าไม่ยอมให้เงินจะยิง เขาตั้งใจยิงขู่ แต่พลาดไปโดยจุดสำคัญ ทำให้ชายเจ้าของร้านเสียชีวิต เมื่อภรรยากรีดร้อง เขาก็ยิงภรรยาด้วย และหนีออกจากร้าน แต่ก็ถูกจับตัวได้ในคืนนั้น ไทเนอร์สารภาพความผิดทั้งหมดและต้องโทษประหาร เมื่อเข้าคุก เขาได้อยู่ห้องข้างๆ แกสคินส์ ฆาตกรเลือดเย็นที่วางแผนไว้แล้วว่าจะทำอะไรกับเพื่อนข้างห้องคนนี้ แกสคินส์ทำทีเป็นให้วิทยุสื่อสาร โดยอ้างว่าจะได้พูดคุยกันได้ ไทเนอร์ไม่รู้เรื่องก็ยกวิทยุขึ้นแนบหู ทันใดนั้น แกสคินส์ก็กดระเบิด ไทเนอร์เสียชีวิตในทันที หลังการตรวจสอบ ตำรวจพบว่าผู้มอบระเบิดให้กับแกสคินส์คือ ลูกชายของชายเจ้าของร้านขายของชำนั่นเอง ตอนแรกเขาจะมอบเงินให้ด้วย แต่แกสคินส์ปฏิเสธ และบอกว่ายินดีทำให้ฟรี คำพูดสุดท้ายของเขาคือ “เสียงสุดท้ายที่มันได้ยินคือเสียงหัวเราะของฉันเอง” 
 
แรนดี้ วูลล์ส 
ชายผู้ช่วยเจ้าหน้าที่หาเส้นเลือดของตัวเอง
 
เนื่องจากแรนดี้ วูลล์ส นักโทษคนนี้ ติดยามาตั้งแต่อายุได้ 13 ปี เขาจึงเชี่ยวชาญเรื่องการฉีดยาเข้าเส้นเลือด และท้ายสุด เขาคือคนที่ฉีดยาให้ตัวเอง เพื่อจะได้หลับสนิทตลอดกาล โทษที่แรนดี้ได้รับคือ การใช้แท่งเหล็กฟาดหน้าคนขายตั๋วหนัง จากนั้นก็แทงมันเข้าไปที่คอของเธอ เป็นการฆ่าระหว่างที่เขาเมายา เมื่อถูกจับได้ แรนดี้บอกว่า จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และยังพูดด้วยว่า “ผมไม่เป็นตัวเอง” น่าเสียดายที่คำแก้ตัวนี้ไม่สมเหตุสมผล และแรนดี้ต้องโทษประหาร คำพูดสุดท้ายของเขา มอบให้แก่พนักงานหญิงที่ขายตั๋วหนัง “ผมขอโทษเหยื่อและครอบครัวของเธอ ผมอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขสิ่งที่ถูกต้อง” และคงเพราะเขาฉีดยาเข้าเส้นเลือดมากไป ทำให้เส้นเลือดตีบตันจนเจ้าหน้าที่หาไม่พบ แรนดี้จึงช่วยด้วยการหาเส้นเลือด และฉีดยาเข้าไป... เป็นการจบชีวิตลงด้วยตัวเอง 
 
มาร์ค สโตรแมน
ชายผู้ได้รับความช่วยเหลือจากเหยื่อ   
 
หลังเหตุการณ์ 9/11 ของสหรัฐฯ มาร์ค สโตรแมนผู้นี้ เกิดเลือดรักชาติกำเริบ และวางแผนจะฆ่าชาวอาหรับให้มากที่สุด เหยื่อคนแรกของเขาเป็นชาวปากีสถานที่เจ้าตัวพบในร้านขายของชำ หกวันต่อมา ชายคนนี้ ถูกยิงด้วยปืนชอร์ตกัน โชคดีที่เขารอดชีวิตมาได้ ส่วนสโตรแมนถูกจับ และเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด แถมยังบอกว่าตัวเองเป็นเหมือนคนรักชาติ และแม้จะตาย เขาก็ตายอย่างฮีโร่ แทบไม่น่าเชื่อ ทว่าเหยื่อชาวปากีสถานที่รอดชีวิตมาได้ กลับคัดค้านการตัดสินของศาล และขอให้ลงโทษด้วยวิธีอื่นแทน เขาเขียนจดหมายถึงสโตรแมนและแสดงความจริงใจว่า... อยากช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และแม้คำขอนี้จะไม่ได้รับการอนุมัติ แต่สโตรแมนก็ได้ตอบกลับมาว่า “คุณทำให้ผมเข้าใจแล้วว่า ความเกลียดชังจะสร้างความเจ็บปวดได้ชั่วชีวิต” และครั้งนี้ เขาขอเผชิญหน้ากับความตายอย่างเข้าใจ...
   
แบรนดอน โร้ด
ชายผู้พยายามฆ่าตัวตายก่อนการประหาร 
 
ในวันกำหนดโทษประหาร แบรนดอน โร้ด พยายาใช้มีดโกนปาดคอตัวเอง เขาบอกกับผู้ร่วมห้องขังว่า... อยากเป็นผู้จบชีวิตตัวเอง และไม่ต้องการการบังคับจากใคร เมื่อเจ้าหน้าที่สัมผัสได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รีบมาช่วยเหลือ ตอนนั้น แบรนดอนเลือดออกมาก และหมดสติไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่พาเขาไปส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต สมองของแบรนดอนถูกทำลายอย่างหนัก แต่เขาก็รอดชีวิตมาได้ หลังรักษาตัวได้หนึ่งอาทิตย์ เจ้าตัวก็เริ่มขยับตัวได้ และพยายามที่จะฆ่าตัวตายซ้ำอีก แต่ก็ถูกช่วยอีกครั้ง และท้ายที่สุด เขาก็ต้องตายด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่ประหาร 
 
ฟิลิป เวิร์กแมน 
ชายผู้มอบอาหารมื้อสุดท้ายให้ผู้ยากไร้ 
 
เมื่อถูกตำรวจจับข้อหาปล้น ฟิลิป เรย์ เวิร์กแมน ขัดขืนและยิงสวนตำรวจด้วย เลยโดนโทษฐานการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่เข้าไปอีกกระทง ข้อหานี้รุนแรงมาก แน่นอนว่าฟิลิปต้องโทษประหาร อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกผิดและพยายามแก้ตัว ด้วยการมอบอาหารมื้อสุดท้ายให้แก่ผู้ยากไร้ แต่ตำรวจปฏิเสธคำขอนี้ ต่อมาเรื่องไปถึงหูของดอนน่า สแปงเลอร์ และเธอได้มอบโอกาสให้ฟิลิปแก้ตัว ด้วยการตั้งกองทุน และบริจาคพิซซ่า 150 ชิ้นให้กับผู้ยากไร้ภายในชื่อของฟิลิป
 
เท็ด บันดี้
ชายผู้โหดร้ายยิ่งกว่าปีศาจ แต่แม่เขาก็รักเขาที่สุด
 
แค่เอ่ยชื่อก็รู้แล้วว่าเท็ด บันดี้นั้นโหดร้ายยิ่งกว่าปีศาจ เขาคนนี้ฆ่าผู้หญิงมากกว่า 12 คน ไม่เว้นแม้แต่เด็กสาววัย 12 คนเดียวที่เสียใจและอยู่เคียงข้างเขาคือ แม่ของเขาเอง ลูอิส เป็นผู้หญิงใจงาม นางไปโบสถ์ทุกวัน และรักลูกชายมาก นางไม่เชื่อว่าลูกชายเป็นคนฆ่าผู้หญิงเหล่านั้น และเป็นคนเดียวที่กล้ายืนกรานเต็มปากว่า เท็ดไม่มีวันทำยังงั้นแน่ๆ เมื่อลูกชายของเธอสารภาพผิด พร้อมกับหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำร้ายผู้เป็นแม่ และเมื่อข่าวออกมาว่า ลูกชายต้องโทษประหาร คนเป็นแม่ก็ปวดร้ายที่สุด ในวันประหาร ลูอิสโทร. หาเท็ดเพื่อบอกคำพูดสุดท้ายจากใจให้เขา นั่นคือ “ลูกมีค่าที่สุดสำหรับแม่”  
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  
http://listverse.com/2017/05/31/top-10-heartbreaking-stories-about-killers-on-death-row/ 
https://www.biography.com/people/ted-bundy-9231165 
http://www.clarkprosecutor.org/html/death/US/workman1075.htm 
http://rhodesmill.org/brandon/ 
 
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
Marina Cator Member 2 ต.ค. 60 10:54 น. 2

เรื่องแรกสะเทือนใจมากเลยค่ะ สงสารแม่มาก ๆ ลูกผิดปกติแล้วยังต้องกลายเป็นแพะรับบาปอีก

0
กำลังโหลด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Marina Cator Member 2 ต.ค. 60 10:54 น. 2

เรื่องแรกสะเทือนใจมากเลยค่ะ สงสารแม่มาก ๆ ลูกผิดปกติแล้วยังต้องกลายเป็นแพะรับบาปอีก

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด