13 บทเรียนในชีวิต
ที่เราเรียนรู้ได้จากเหล่าเจ้าหญิงในเทพนิยาย
สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน^^ พี่หวานเชื่อว่าในนี้ต้องมีคนที่เป็นแฟนการ์ตูนดิสนีย์เหมือนพี่หวานเเน่นอน บางทีใครจะคิดว่าการ์ตูนเจ้าหญิงเจ้าชายที่เราดูมาตั้งเเต่ยังเป็นเด็กจะให้อะไรมากกว่าที่เราคิดซะอีก วันนี้พี่หวานมี 13 บทเรียนในชีวิต ที่เรียนรู้ได้จากเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์ มาฝากกันค่ะ นอกเหนือไปจากเพลงประกอบที่เเสนน่ารัก การจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง จะยังมีหลายอย่างที่พี่หวานเองก็ไม่ทันคิดว่าเจ้าหญิงเเต่ละคนจะกลายมาเป็นต้นแบบให้เราทำตามได้ ส่วนจะมีอะไรบ้างต้องไปดูเเล้วค่ะ
1. กล้าที่จะเริ่มต้น
บางครั้งที่เราถูกความกลัวเข้าครอบงำ ทำให้ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ พี่หวานเข้าใจคนประเภทนี้นะคะ เพราะว่าพี่หวานก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน นั่นคือคนประเภทที่มี Comfort zone ซึ่งเป็นโลกที่เราคุ้นเคยอยู่เเล้ว เมื่อเราอยู่ในบริเวณนี้เราสามารถมั่นใจได้จริงๆ ว่าเราจะปลอดภัยจากทุกอย่างทั้งทางกายเเละทางใจ เเต่นั่นก็เป็นข้อเสียได้เช่นกัน เพราะถ้าเราจมอยู่เเต่กับพื้นที่ของเราก็มีโอกาสพลาดที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่นเดียวกับเจ้าหญิงจัสมินที่ได้อยู่แต่ในวังของเธอ ไม่เคยออกไปข้างนอก ไม่รู้เลยว่าภายนอกวังเป็นยังไงบ้าง การได้ออกมานอกวังครั้งเเรกจึงเต็มไปด้วยความกังวลเพราะนี่เป็นครั้งเเรกที่เธอก้าวขาออกมาจาก comfort zone ของตัวเอง เเต่สุดท้ายเเล้วการผจญภัยนอกวังกลับทำให้เธอได้รู้จักชีวิตมากขึ้น สนุกมากขึ้น เเละยังได้เจอรักเเท้อีกด้วยนะคะ พี่หวานเองก็รู้สึกว่าต้องถึงเวลาที่จะก้าวเท้าออกจากพื้นที่ตรงนี้บ้างเเล้วเหมือนกัน
2. คนที่รักเราจะไม่ทำให้เราต้องเเย่ลง
พี่หวานเคยได้ยินประโยคคล้ายๆ อย่างนี้มาบ้างค่ะ มีคนเคยทำให้พี่หวานรู้ว่า ความรักที่ดีจะทำให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นมันคงจะเเย่มากถ้ามีเพื่อนหรือใครที่เข้ามาในชีวิตเเละทำให้เราต้องแย่ลง เเบบนั้นไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีเเน่ค่ะ เพราะคนที่หวังดีกับเราจริงจะไม่ดูถูก ไม่ทำให้ต้องรู้สึกไม่ดีกับตัวคุณเอง เหมือนราพันเซลที่ได้เรียนรู้จากเเม่เลี้ยงกอเธล การที่แม่เลี้ยงขังราพันเซลไว้ในหอคอย พี่หวานก็คิดนะคะว่ามุมนึงเเม่เลี้ยงต้องรักราพันเซลมากแหละน่า อยากจะปกป้องเธอให้พ้นจากอันตรายไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายอะไรหรอก ในขณะเดียวกันถ้ามองอีกมุมหนึ่งมันเป็นการปิดกั้นอิสระของราพันเซลซึ่งเหมือนจะตัดทางออกทุกทางเลยก็ว่าได้ แถมยังบังคับให้ราพันเซลไว้ผมยาวเพื่อตัวเองจะได้คอยร้องเพลง แปรงผม เเละคงความสวยงามไว้ได้เสมอ พี่หวานมองว่าแบบนี้เป็นการทำเพื่อตัวเองมากกว่าค่ะ เพราะถ้าเเม่เลี้ยงกอเธลรักราพันเซลจริง จะต้องยอมให้ราพันเซลได้เรียนรู้ เติบโต และมีความสุขในชีวิตที่ตัวเองเลือกค่ะ ยิ่งเป็นเเม่ที่เลี้ยงราพันเซลาถึงจะไม่ใช่เเม่เเท้ๆ เเต่ถ้ากแเธลรักราพันเซลจริงจะพร้อมสนับสนุนเเละเคารพการตัดสินใจ ไม่ใช่มาคอยห้ามเเละขัดขวางกันอย่างนี้
3. บ่อยครั้งทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่คุณคาดหวังให้มันเป็น
เชื่อได้ว่าหลายคนต้องเคยเจอเหตุการณ์ที่ยากจะอธิบายอย่างเช่นเวลาเราอยากได้อะไรมากๆ เเละในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริง ในทีเเรกพี่หวานก็ยังไม่ค่อยอินเท่าไหร่แต่บ่อยครั้งที่จักรวาลแห่งความคิดได้แสดงพลังให้พี่หวานเริ่มเชื่อ ขุมพลังที่ยิ่งใหญ่เเละมีพลังมากกว่าทุกอย่างคือพลังในจิตใจเรานี่เองค่ะ มันเป็นสิ่งลึกลับที่พี่หวานก็อธิบายไม่ได้ เเต่ทุกอย่างมันอยู่ใกล้แค่ความคิดของเรา ถ้าลองดูจากเรื่องสโนว์ไวท์ น้องๆ จะเห็นว่าตอนเธอหลงเข้าป่าไปเจอกับความน่ากลัว ทั้งมืด เเละเต็มไปด้วยกิ่งไม้เกาะเกี่ยวจนชุดขาดเเละสลบไปในที่สุด ทั้งๆ ที่พอตื่นขึ้นมาก็มีสัตว์น้อยใหญ่มามุงดูด้วยความสนใจเเละเป็นห่วง ป่าไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่คิด ทุกอย่างเป็นเพราะสโนว์ไวท์จินตนาการไปเอง หลังจากที่เธอใจเย็นลงในที่สุดเธอก็ได้เห็นความเป็นมิตรจากป่าลึกที่เธอหลงเข้ามา พี่หวานคิดว่าเรื่องนี้สอนได้จริงๆ นะคะ เพราะถ้าเราคิดให้มันเเย่ เราก็จะจมปลักอยู่กับสิ่งแย่ๆ เเต่ถ้าเราต้องการแสงสว่าง พยายามคิดบวก มองโลกในแง่ดี ชีวิตของเราก็จะน่าอยู่ได้เช่นกัน ราวกับว่าพลังของความคิดจะดึงดูดในสิ่งที่เราคิดให้เกิดขึ้นจริง เชื่อรึยังคะว่าทุกอย่างอยู่ที่ความคิดของคนเรานี่แหละ
4.เรียนรู้ที่จะมองสิ่งต่างๆ จากสายตาคนอื่น จะทำให้คุณฉลาดขึ้น
ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมากเลยค่ะ พี่หวานคิดว่าการอยู่ร่วมกันในสังคมกับผู้อื่นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการมองหลายๆ มุมนี่แหละค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการโต้เเย้งขึ้น เราไม่ควรจะมั่นใจมากเกินไปว่าเราคือฝ่ายที่ถูกต้องเพราะความจริงมีหลายด้าน อย่างที่เอลินอร์ไม่ยอมรับฟังข้อโต้แย้งของเมอริดา หลายคนน่าจะรู้ถ้าเคยดูการ์ตูนเรื่อง Brave มาบ้าง เมอริดาเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ที่เเตกต่างจากเจ้าหญิงทั่วไปอย่างมากจริงๆ เธอกล้าที่จะฉีกกฏทุกประเพณี เเละทำทุกสิ่งในมุมมองที่เธอคิดว่าถูกและสมควร นั่นจึงเป็นเหตุให้ต้องมีความขัดแย้งกับราชินีเอลินอร์ผู้เป็นแม่อยู่บ่อยๆ พี่หวานคิดว่าสิ่งที่เมอริดาทำคือการมั่นใจในตนเองเกินไปจนลืมคิดถึงผลกระทบที่จะตามมา ต่างจากราชินีเอลินอร์ที่พยายามแย้งเพื่อให้เมอริดาได้เห็นมุมต่างที่อาจส่งผลต่อตัวเมอริดาเเละบ้านเมือง เพราะฉะนั้นเเล้วสิ่งที่เมอริดาควรทำคือการเปิดใจรับฟังเเละเรียนรู้ผ่านมุมมองของผู้อื่นบ้างเพื่อที่จะได้เป็นการเปิดมุมมองให้กว้างกว่าที่เรามองผ่านสายตาของเราด้านเดียว
5. ทุกความฝันยิ่งใหญ่เสมอ
ขอเชิญคนที่มีความฝันขยับเข้ามาใกล้ๆ ค่ะ เพราะข้อนี้เป็นอีกข้อที่พี่หวานอยากบอกทุกคนเลย จากเรื่องซินเดอเรลลา ต้องนับถือใจซินเดอเรลลานะคะ เธอเคยมีครอบครัวที่อบอุ่นแต่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปเมื่อแม่และพ่อของเธอเสียชีวิต เเม้ว่าจะเจอเรื่องลำบากมากเเค่ไหนเเต่ซินเดอเรลลาก็ยังมีความฝัน ยังคิดเสมอว่าวันหนึ่งเธอจะได้เจอเจ้าชายรูปงามและได้เเต่งงาน เเม้จะถูกพี่สาวสองคนกลั่นแกล้งก็ยังยิ้มได้ การเชื่อมั่นในความฝันของตัวเองอยู่เสมอทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง! พี่หวานเองก็เป็นนะคะ เเต่เป็นในสมัยที่เพิ่งสอบแอดมิชชั่น ตอนนั้นไม่กล้าบอกใครเลยว่าอยากเข้าที่ไหนเพราะอายค่ะ เคยบอกเเล้วโดนมองโดนดูถูกว่าทำไม่ได้หรอก เปลี่ยนเถอะ ก็เลยตัดสินใจเก็บไว้กับตัวเองก็พอ เวลาใครมาถามก็จะบ่ายเบี่ยงไปเเต่ในใจคือมั่นคงปักหลักมากๆ ว่าเราต้องทำได้ เชื่อเถอะค่ะว่าคนมีฝันทุกคนมีพลังในตัวเองเพราะฉะนั้นคนอื่นจะไม่เชื่อในเรายังไงก็ขอให้น้องๆ ยังเชื่อมั่นเเละศรัทธาในความฝันของตัวเองนะคะ
6. อย่าตามหาการยอมรับจากคนอื่น คุณต้องยอมรับตัวเอง
บางครั้งมันก็ยากที่จะเเยกให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่ ทำให้คนอื่นภูมิใจ กับ สิ่งทีทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง จากเรื่องโพคาฮอนทัส เธอเป็นลูกสาวผู้นำที่เข้มเเข็ง เเละยังเป็นภรรยาที่เก่งกาจ อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนมอง เเต่โพคาฮอนทัสไม่ได้สนใจสิ่งที่คนอื่นมองมา เธอกล้าที่จะเลือกในสิ่งที่เธอต้องการ นั่นจึงทำให้เราได้เรียนรู้จากเธอว่าเราเป็นคนที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อเราเอง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ใครมาตัดสินคุณ เเต่ตัวคุณเองต่างหากที่ต้องตัดสินเส้นทางเพื่อชีวิตคุณเอง
7. ขีดจำกัดของคุณอยู่ที่คุณตัดสินใจ
เราทุกคนต้องรู้อยู่เเล้วว่ามีอะไรที่เราทำได้ เเละทำไม่ได้ หรืออะไรที่เราทำได้ไม่ดี ปัญหามันจึงอยู่ที่ว่าเมื่อตัดสินว่าคุณทำสิ่งไหนได้ไม่ดี จิตใจจะรับรู้ว่าเราทำมันได้ไม่ดีนะ และเราจะไม่สามารถพัฒนาสิ่งนั้นได้อีก พี่หวานอ่านเเล้วรู้สึกว่ามันจริงมากเพราะถ้าเราหมดพลังที่จะเชื่อว่าเราทำได้ นั่นเท่ากับเราลดความสามารถของตัวเองลงไปแล้ว อย่างเอลซ่าเองก็เช่นกัน เอลซ่าตัดสินว่าการที่เธอไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้นั้นเป็นอันตรายอย่างมาก เเละความคิดนั้นได้ทำให้เธอตกอยู่ในอันตรายซะเอง เเต่ภายหลังเมื่อเธอได้เริ่มเรียนรู้ที่จะพยายามควบคุมพลัง ในที่สุดเธอก็สามารถทำได้ เอลซ่าก็เป็นเหมือนคนทั่วไปที่ต้องผ่านการเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างอย่างเป็นระบบ การที่เราคิดไปว่าเราทำไม่ได้ เเละไม่ยอมลงมือทำไม่เคยเป็นผลดีค่ะ เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจลดความสามารถของตัวเองลงมา สิ่งที่จะกำหนดความสามารถของเราได้มีเเค่ตัวเราเอง ถ้าพร้อมที่จะเรียนรู้ก็สามารถทำได้ทุกอย่างเเน่นอน
8. รักษาสมดุลให้กับทุกสิ่ง
พี่หวานคิดว่าน้องๆ น่าจะได้ยินบ่อยกับคำว่า work hard, play hard พี่หวานก็ชอบเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่ามันเป็นคำที่บอกให้เราเต็มที่กับทุกอย่าง ไม่ว่าจะทำงานหรือจะเล่นก็ขอให้ไปให้สุด เพราะการเต็มที่กับทุกอย่างจะทำให้เราไม่รู้สึกเสียดายกับเวลาที่ผ่านไป การทำงานหนักเป็นสิ่งที่จะทำให้ความฝันเป็นจริง เเต่ดิสนีย์กำลังจะบอกเราว่าบางครั้งถ้ามัวเเต่มองไปที่อนาคตก็อาจจะพลาดความงดงามในวันเล็กๆ ระหว่างทางก็เป็นได้ หลายคนตั้งใจเพื่ออนาคต(เกินไป) ลองมองกลับมาดูที่ชีวิตของทีน่ากันหน่อย เธอเเสดงออกให้เห็นว่าการอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่า เมื่อวานนี้ที่ผ่านไปเป็นสิ่งที่จะไม่หวนกลับเเละเราไม่สามารถแก้ไขได้ ในขณะเดียวกันคุณก็ยังมองไม่เห็นอนาคต เพราะฉะนั้นลองหยุดพักเเละอยู่กับสิ่งที่ทำให้คุณยิ้มได้ในปัจจุบันบ้างนะคะ
9. ให้โอกาสคนอื่น
ข้อนี้เป็นการเรียนรู้จากชีวิตของ เบลล์ จากเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร ทั้งๆ ที่อสูรจับตัวพ่อเบลล์ไว้ จับตัวเบลล์ไปอีก ทำตัวใจร้ายสารพัด เเต่เบลล์ก็ยังพร้อมจะเรียนรู้เเละให้โอกาสอสูรได้ปรับตัว เธอค่อยๆ เข้ามาดูเเลเเละเปลี่ยนแปลงอสูรที่เคยโดดเดี่ยวให้กลายเป็นอสูรที่รู้จักความรัก ถ้าหากเบลล์ยอมให้ความประทับใจเเรกยอดแย่ระหว่างเธอกับอสูรฝังอยู่ในใจ เธอก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของอสูรเเละคงจะไม่มีทางตกหลุมรักอสูรหน้าตาน่าเกลียดได้ ทุกอย่างที่เกิดเป็นเพราะเบลล์ให้โอกาสอสูรได้พิสูจน์ตัวตนนั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่หวานได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือการที่เราเลือกจะมองหาด้านที่ดีๆ ของคนอื่น เเละให้โอกาสเพื่อพวกเขาจะได้เเสดงออกถึงสิ่งดีๆ เหล่านั้นที่เขามี
10. พลังไม่ใช่เเค่เรื่องของความแข็งเเรงทางร่างกาย
เคยเป็นมั้ยคะที่เราจะกลัวเพื่อนที่ตัวโตกว่า เพราะคิดว่าเขาต้องเเรงเยอะเเน่ๆ การตัดสินเรื่องพละกำลังด้วยสรีระร่างกายเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายเพียงเเค่มองเเต่จะไม่มีใครรู้ว่าพลังที่เเท้จริงไม่ได้มาจากขนาดของร่างกายเท่านั้น เเต่ยังรวมไปถึงเรื่องของความกล้าหาญ ความฉลาด ความมีน้ำใจ เเละอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าน้องๆ เคยดูเรื่องมู่หลานจะเห็นว่าโดยปกติเเล้วมู่หลานไม่ใช่คนชอบพูดเจื้อยเเจ้ว เธอไม่ได้มีคาริสม่าทันทีที่จะทำให้ผู้คนสนใจ เเต่เธอกลับมีพลังอย่างเหลือเชื่อ จากความเฉลียวฉลาด ความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์ ที่กำหนดทุกอย่างให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีพลังและอิธิพลต่อสิ่งรอบตัวเเละสามารถทำในสิ่งที่คนมองว่าเธอทำไม่ได้ พี่หวานชอบมู่หลานตรงที่เธอฉีกกฎภาพเจ้าหญิงแบบเดิมๆ ที่เคยรู้จักออกไปจนหมด เเละเธอก็สร้างเสน่ห์แบบที่เธอเป็นขึ้นมาแทน เพราะฉะนั้นคนเราก็ควรจะเรียนรู้ได้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่สามารถตัดสินทุกอย่างได้เสมอไปนะเออ
11. จินตนาการจะทำให้คุณเป็นอิสระ
บางครั้ง ด้วยความไร้เหตุผลบางอย่างคุณจะพบว่าคุณกำลังติดอยู่ในสถานที่บางแห่งที่คุณไม่ต้องการ เเต่นั่นเป็นเหมือนส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะค้นหาความงดงามในระหว่างที่คุณอยู่ที่นั่น เเต่การผลักดันขีดจำกัดก็เป็นการเติบโตได้เช่นกัน เเละนั่นคือสิ่งทีทำให้เกิดจินตนาการค่ะ อย่างเช่นออโรราที่เติบโตมาในกระท่องกลางป่า ตลอดเวลา 16 ปีที่เธอไม่เคยรู้อะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย เเต่เธอยังเชื่อมั่น เเละคิดอยู่เสมอว่าวันหนึ่งเธอจะได้เจอใครสักคนผู้เป็นเหมือนความฝัน สิ่งที่ออโรราทำคือการไม่หยุดจินตนาการค่ะ พี่หวานเองก็เชื่อเหมือนเธอนะว่าจินตนาการของเรานี่แหละที่จะเป็นเครื่องมือช่วยสร้างชีวิตที่เราต้องการได้ เพราะเมื่อภาพในจินตนาการเริ่มชัดเจนเราก็จะได้มีเเรงผลักดันให้อยากจะทำในให้เกิดขึ้นได้จริงๆ
12. จงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเป็นเเน่นอน กับความรู้สึกที่เราตัดสินตนเองว่าเรามีค่าหรือไม่มีค่าเเค่ไหน บางครั้งก็ง่ายที่จะลืมไปว่าเราเองมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย หรือบ่อยครั้งที่ปล่อยให้คนอื่นมาชี้บอกว่าเรามีค่าหรือไม่มีค่า ความเข้าใจผิดทำให้แอเรียลต้องสูญเสียเสียงของเธอ อย่างที่น้องๆ รับรู้เรื่องราวความรักที่ต้องเเลกมาด้วยหางเเละเสียง เหตุการณ์นั้นเป็นตอนที่แอเรียลยอมลดคุณค่าตัวเองเเละสูญเสียตัวตนของเธอไปเพียงเพื่ออยากจะกลายเป็นนคน การกระทำแบบนั้นเหมือนกับเราไม่รู้จุดที่เราควรพอ การยอมเเลกทุกอย่างจนเกินไปไม่เคยเป็นผลดีค่ะ ดิสนีย์กำลังจะบอกเราว่าเราไม่ควรทำลายตัวตนหรือละทิ้งคุณค่าของเอง อย่าให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นมากเกินไป แต่เราควรที่จะรู้สึกยินดีไปกับสิ่งรอบตัวที่เรามีอยู่แล้วมากกว่าค่ะ
13. เสน่ห์ที่ดีที่สุดของคนเราคือ การมีความสุข
มาถึงข้อสุดท้ายที่เรากำลังจะได้รู้ว่าการ์ตูนดิสนีย์แฝงอะไรไว้บ้าง เพราะการ์ตูนเหล่านี้ไม่ได้เล่าเเค่เรื่องโรแมนติกเท่านั้น เเต่เรากำลังพูดถึงหลายๆ อย่างที่นิยามไม่ได้ เคยมั้ยคะที่เรามักจะถูกดึงดูดด้วยคนที่มีความสุข ยิ้มง่าย เเละสดใส พี่หวานเป็นแบบนั้นเลยค่ะ เวลาที่เราเห็นใครอารมณ์ดีเพราะมีความสุข บรรยากาศรอบตัวก็จะดีไปด้วย ลองมองเพื่อนๆ รอบตัวน้องๆ สิคะ ถ้าเพื่อนคนไหนที่สดใสเราก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ ใช่มั้ย ในบรรดาเจ้าหญิงดิสนีย์ทั้งหลายก็มีอยู่คนหนึ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาหาด้วยความร่าเริงของเธอ นั่นก็คือแอนนานั่นเอง เธอเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน มีความสนุกสนาน เเละมั่นใจในตัวเอง นั่นจึงเป็นสิ่งที่คุณจะปฏฺเสธที่จะไม่ชอบเธอไม่ได้เลย เมื่อไหร่ที่เราถูกดึงดูดด้วยพลังบวกของคนอื่นอย่างนี้เราก็จะเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาเพราะรู้สึกมีความสุขตามไปด้วยนั่นเองค่ะ
หลายอย่างที่การ์ตูนไม่ได้บอกเราตรงๆ เเต่เมื่อสังเกตให้ดีก็จะพบว่านอกจากความสนุกและช่วยเสริมสร้างจินจนาการให้เเล้วเรายังสามารถเรียนรู้บทเรียนชีวิตได้อีกด้วย นี่คงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของการ์ตูนดิสนีย์ที่พี่หวานคิดว่าทำให้ดิสนีย์ยังเป็นการ์ตูนอมตะที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยมาจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนบทความหน้าจะมีเรื่องอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ต้องติดตามกันด้วยนะคะ ^__^
พี่หวาน














1 ความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่นำมาแบ่งปันค่ะ