สาวน้อยไร้มือ :
เมื่อเด็กหญิงกลายเป็นเหยื่อทางเพศของคนในครอบครัว
และต้องแต่งงานเพื่อเอาตัวรอด
สำหรับวันนี้ แอดมินจะพาทุกคนมาพูดคุยเรื่อง สาวน้อยไร้มือ หรือ The Girl without Hands ผลงานสุดดาร์คของพี่น้องกริมม์นั่นเองค่ะ
ไม่พูดพล่ามทำเพลง ก่อนอื่น ขอเล่าเรื่องย่อให้ฟังคร่าวๆ กันก่อน : กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เจ้าของโรงสีไปตัดไม้ในป่า และเจอชายชราที่เสนอให้เขาเป็นคนร่ำรวยที่สุด แลกกับสิ่งที่อยู่หลังโรงสี เจ้าของโรงสีรับปาก แต่เมื่อกลับมาบ้าน เขากลับพบลูกสาวยืนอยู่แทน สามปีต่อมา ชายชราในร่างปีศาจกลับมาทวงสัญญา แต่ลูกสาวเจ้าของโรงสีเป็นเด็กสาวที่สะอาด อาบน้ำชำระกายเสมอ ปีศาจจึงสั่งให้เจ้าของโรงสีเก็บน้ำไม่ให้เธอล้างตัว และกลับมารับในวันต่อมา แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ปีศาจก็รับตัวเธอไปไม่ได้ มันจึงยื่นคำขาดให้เจ้าของโรงสีตัดแขนลูกสาวตัวเอง และผู้เป็นพ่อก็ทำ เด็กสาวเป็นอิสระในที่สุด เธอได้ลอบเข้าไปขโมยผลแพร์ในพระราชวัง และถูกพระราชาจับได้ เพราะหน้าตางดงาม พระราชาจึงแต่งงานกับเธอและสร้างมือให้จากเงิน แต่ปีศาจไม่ยอม มันตามมาล้างแค้นอีก เมื่อสาวน้อยไร้มือคลอดลูก พระราชาบังเอิญต้องไปรบต่างแดน เจ้าปีศาจก็ส่งจดหมายหลอกให้พระราชินีผู้เป็นแม่ฆ่าสาวน้อยไร้มือและลูกเสีย พระราชินีไม่ยอมฆ่าแต่นำทั้งคู่ไปปล่อยในป่า ทูตสวรรค์ได้ช่วยเหลือสองแม่ลูกไว้ เมื่อพระราชากลับมาก็เศร้าโศกเสียใจและออกตามหาเธออยู่ถึงเจ็ดปี กว่าจะได้พบกันอีกครั้ง

สาวน้อยไร้มือเข้าไปขโมยกินลูกแพร์
ต้นฉบับสาวน้อยไร้มือมาจากไหน
นั่นแหละค่ะ เรื่องย่อสั้นๆ ของนิทานที่เหมือนจะดีตอนจบ แต่ก็หลอกหลอนอยู่ไม่น้อย ว่ากันว่านิทานเรื่องนี้ มีเค้าโครงมาจากผลงานเรื่อง “หนังลา” (Donkey Skin) ของ ชาร์ลส์ แปรโรลต์ เจ้าพ่อเทพนิยายระดับโลก และยังมีอีกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็จิอามบาทิสต้า เบซิล เขาคนนี้เป็นต้นฉบับของสาวน้อยไร้มือ โดยผลงานของเขามีชื่อว่า Penta with Maimed Hands เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า พระราชาต้องสูญเสียมเหสีไป และหันมาตกหลุมรัก เพนต้า น้องสาวแสนสวยของตัวเอง เพนต้าปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชาย และตั้งคำถามว่า รักอะไรในตัวนางที่สุด พระราชาก็ตอบว่า มือที่สวยงาม เพนต้าจึงตัดมือของนางและห่อผ้าไหมอย่างดีส่งให้พระราชา พระราชาโกรธจัด จึงจับเพนต้ายัดลงในหีบและโยนลงทะเล ชาวประมงช่วยนางขึ้นมาได้ และพาไปพักอยู่ที่บ้าน ภรรยาของชาวประมงริษยาในความงดงามของเพนต้า และจับนางยัดใส่หีบใบเดิมโยนกลับลงในทะเล ต่อมาพระราชาแห่ง Terraverde ได้เจอหีบและช่วยเหลือนางไว้ ต่อมา ราชินีล้มป่วยและสวรรคต พระราชาจึงอภิเษกสมรสกับเพนต้าและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่แล้ววันดีคืนดี พระราชาจำต้องออกเดินทาง ในช่วงเวลานั้นเอง เพนต้าคลอดบุตร และส่งข่าวไปให้พระราชา น่าเสียดายที่ในช่วงเวลานั้นเอง เรือประสบอุบัติเหตุไปติดเกาะที่ชาวประมงเคยช่วยเพนต้าไว้ ภรรยาของชาวประมงได้เห็นจดหมายจึงแก้ไขจดหมายจากคำว่า พระราชินีคลอดบุตรเป็นพระราชินีคลอดลูกหมา พระราชาอ่านจบก็ตอบจดหมายไม่ให้พระราชินีทรงเครียด แต่ภรรยาชาวประมงก็ขโมยจดหมายไปเผาทิ้ง และแก้ไขเนื้อหาเป็นว่าให้ฆ่าเพนต้ากับลูกเสีย แต่เพชฌฆาตได้ปล่อยสองแม่ลูกไป เพนต้ารอนแรมไปในป่าและได้อาศัยพักพิงอยู่กับผู้วิเศษ เมื่อพระราชากลับคืนอยู่อาณาจักร รู้เรื่องทั้งหมดเข้า ก็ประหารชีวิตภรรยาชาวประมงเสีย และออกเดินทางไปพบผู้วิเศษ ช่างบังเอิญที่พระราชาผู้เป็นพี่ชายของเพนต้าก็มาที่นี่ด้วย ทั้งคู่ผลัดกันเล่าเรื่องราวของตน และสุดท้าย เพนต้าก็ใจอ่อนยอมพาลูกชายออกมาพบสามี และทุกคนก็ได้ครองรักกันอย่างมีความสุข

สาวน้อยไร้มือผู้ถูกทำร้ายจากคนในครอบครัว
สาวน้อยไร้มือ : เทพนิยายที่สื่อถึงการทารุณกรรมทางเพศในครอบครัว
จะเห็นว่าสิ่งที่เหมือนกันก็คือ เรื่องของการแปลงสาร และเรื่องของการตัดมือ ถ้าในเวอร์ชั่นของเบซิลคนตัดมือของสาวน้อยคือ พี่ชาย แต่ในเวอร์ชั่นของพี่น้องกริมม์ คนตัดมือคือพ่อ หลักๆ ก็คือ ผู้ชายที่มีอำนาจในครอบครัว เนื้อหาที่แตกต่างก็ทำให้ตัวเรื่องแตกต่างไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็คือ การที่ลูกสาว / น้องสาว ต้องทำตามคำสั่งของ พ่อ / พี่ชาย
หนึ่งในสิ่งที่สาวน้อยไร้มือ แตกต่างไปจากเทพนิยายกริมม์เรื่องอื่นๆ ก็คือแม้จะตกระกำลำบากอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเธอก็ได้รับการโอบอุ้มจากเจ้าชาย ไม่รู้ว่าพี่น้องกริมม์เห็นแก่ความพิการทางกายของเธอหรือเปล่า เพราะตัวละครจากเรื่องอื่นๆ ของเขาล้วนแต่ต้องเหนื่อย ต้องทำงานหนัก ต้องลำบากลำบน แต่สาวน้อยไร้มือได้รับความช่วยเหลือตลอด
อีกหนึ่งประเด็นที่เรามองข้ามไม่ได้เลยก็คือ สาวน้อยไร้มือเวอร์ชั่นของเบซิลนั้น พูดถึงประเด็นเรื่องล่วงละเมิดทางเพศ และเพศชายเป็นใหญ่ที่น่ากังวลมากๆ เมื่อภรรยาของพี่ชายตาย เขาก็เลือกที่จะหันมาข่มเหงน้องสาวของตัวเอง บังคับให้น้องสาวแต่งงานด้วย เมื่อน้องสาวไม่ยอม ก็ตัดมือ และโยนเธอลงทะเล สาวน้อยไร้มือของเรารอดมาได้ แต่ผู้หญิงอีกกี่คนกันล่ะ ที่ถูกข่มเหงรังแกจากผู้ชายในครอบครัว แล้วต้องก้มหน้าก้มตาทน เพียงเพราะไม่มีทางเลือก เราจะเห็นข่าวอยู่มากมาย ที่เด็กสาวถูกพ่อ / พี่ชาย ข่มขืน แต่จำต้องก้มหน้าก้มตายอมรับและอดทน หลายคนหาทางออกด้วยการหาทางแต่งงานออกไปกับผู้ชายคนอื่น สาวน้อยไร้มืออาจเป็นหนึ่งในนั้น เพราะท้ายที่สุด เธอเองก็ต้องแต่งงานกับพระราชาผู้บังเอิญผ่านเข้ามาในชีวิตพอดี หากไม่มีพระราชา เธอจะต้องทนทุกข์อยู่ไปอีกนานเท่าไหร่กัน
ตอนจบของเทพนิยายอาจจะสวยงาม สาวน้อยไร้มือได้อยู่ร่วมกับเจ้าชายและได้มือของเธอคืนมา... แต่ในชีวิตจริงล่ะ ผู้หญิงเหล่านั้น ได้อยู่ร่วมกับเจ้าชายจริงหรือไม่ และพวกเธอมีวันได้มือกลับคืนมาไหม... หรือพวกเธอจะต้องอกไหม้ไส้ขมตลอดไป จากการกระทำอันป่าเถื่อนของคนในครอบครัว ที่สำคัญ เจ้าชายที่เธอแต่งงานด้วยนั้น สามารถทะนุถนอมเยียวยาแผลใจให้พวกเธอได้จริงหรือ...?
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Girl_Without_Hands
https://www.nytimes.com/2017/07/20/movies/the-girl-without-hands-review.html
https://www.tor.com/2017/10/19/family-trauma-and-slow-healing-the-girl-without-hands/
https://study.com/academy/lesson/the-girl-without-hands-summary-analysis.html
http://host.madison.com/ct/entertainment/movies/the-girl-without-hands-is-a-beautiful-but-grim-fairy/article_196de119-0ac7-5985-ac87-ddaa91894eff.html
http://www.metacritic.com/movie/the-girl-without-hands
2 ความคิดเห็น
ต้องถามก่อนว่า แล้วเมื่อไหร่ผู้หญิงสมัยนี้ จะเลิกตั้งแง่รังเกียจรังแกกันเองด้วยเหตุผลไร้สาระ (เช่นประโยคประเภท อีคนนั้นตอแหล อีคนนั้นดูเรียบร้อยน่าหมั่นไส้ กรูอ่ะหยาบคายเพราะเป็นคนตรง ฯลฯ อะไรแบบนั้นน่ะ สะท้อนอย่างดี) แทนที่จะปกป้องช่วยเหลือโอบอุ้มกันเอง แต่ทำไมต้องตบตีขัดแย้งแทบจะฆ่ากันตายหรือเอาน้ำกรดราดกันเพียงเพื่อแย่งผู้ชายไม่รู้จักพอบางคน (ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีจริง ๆ เขาจะไม่ยอมให้พวกเธอทะเลาะกันแบบนั้น ไม่ใช่ลอยตัวเหนือปัญหา) แล้วก็หันมาร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ ผลักดันให้แก้ปัญหาที่ผู้หญิงพบเจออย่างจริงจังในทุกแง่มุมกันได้สักทีล่ะ เช่นเรื่องคดีข่มขืนงี้ ความรุนแรงในครอบครัวงี้ กระบวนการยุติธรรมไม่ให้ความเป็นธรรมงี้ แทนที่จะเสียเวลาทำเรื่องอย่างไปสครีมหนุ่มหล่อแล้วขอให้ข่มขืนตัวเอง อะไรแบบนั้น
ต่อให้พระเอกขี่ม้าขาวที่ไหนจุติลงมา ด้วยบุคลิกที่ดีพร้อมสมบูรณ์แบบยังไง ก็ไม่มีประโยชน์หากยังเลือกจะกอดและจมอยู่กับปัญหาและความทุกข์ยากที่ตัวเองยังไม่คิดจะหาทางออกอย่างจริงจัง แล้วมัวแต่ทำเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นกันต่อไป
ถ้าไม่ต้องการฮีโร่ ก็จงเป็นฮีโร่ให้กันและกันเองซะสิ ก่อนที่จะมีใครก็ไม่รู้มาทำตัวเป็นฮีโร่ให้โดยที่ไม่รู้จะวางใจได้แค่ไหน เหมือนที่ประโยคสุดท้ายของกระทู้บอกนั่นล่ะ
ถ้าอธิบายตามหลัก สตรีศึกษา มันจะมีทฤษฎีว่าด้วยเรื่องสังคมที่ "ชายเป็นใหญ่" คือ ผู้ชายควบคุมการเรียนรู้สิ่งต่างๆบนโลก และเขียนประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ผู้หญิง ยกตัวอย่างค่านิยมเก่าๆ ที่ไม่ให้ผู้หญิงได้เรียนหนังสืออ่านออกเขียนได้ เพราะลูกสาวจะเติบโตเป็นได้แค่เมียและแม่ ทำงานบ้าน ดูแลความสะอาด เลี้ยงดูลูก ฯ ล ฯ สังคมยุโรปเองอยู่ใต้ความคิดชายเป็นใหญ่มาช้านาน อย่างนามสกุล ก็นับทางพ่อเป็นหลัก ผู้หญิงแต่งงานเข้าบ้านผู้ชาย ( สังคมไทยเริ่มใช้นามสกุลสมัย ร.6 เพื่อทำให้เป็นสมัยใหม่แบบตะวันตก แต่ในอดีต เราไม่มีนามสกุล เด็กที่เกิดมานับสายทั้งทางพ่อและแม่เท่ากัน ส่วนใหญ่การแต่งงาน ผู้ชายแต่งเข้าบ้านผู้หญิงด้วยซ้ำ ยกตัวอย่าง วรรณคดีขุนช้างขุนแผน ที่พอแต่งงาน ฝ่ายชายต้องไปปลูกเรือนหอในที่ดินของฝ่ายหญิง) มือในนิทานเรื่องนี้ ก็เหมือนกัน ability หรือความสามารถ ที่ผู้หญิงจะหยิบจับทำอะไรด้วยตัวเองได้ มีอิสระที่จะรังสรรค์สิ่งต่างๆด้วยสองมือ แต่เมื่อถูกตัดมือออกไป หมายถึงต้องพึ่งพาผู้ชายในการใช้ชีวิต สรุป นิทานเรื่องนี้จบแบบ ผัวรวยช่วยได้ เพราะเจ้าหญิงได้แต่งงานกับพระราชา แต่ในความเป็นจริงยังมีวีรสตรีนักสู้อีกหลายคนนประวัติศาสตร์อย่าง คลีโอพัตรา,โจน ออฟ อาร์คส์, ควีนอลิซาเบ็ธ, บูเช็คเทียน ฯ ล ฯ ส่วนใหญ่ประวัติศาสตร์จะระบุว่าพวกเธอเป็นสาวร้าย บ้าอำนาจ แม่มด ฯ ล ฯ แต่ควาวมเป็นจริงคือ พวกเธอเป็นผู้หญิงไม่ยินยอมกับระบบชายเป็นใหญ่ และขึ้นมาขีดชีวิตให้กับตัวเองโดยไม่ต้องเป็นเมียหรือแม่ใคร