‘ซัลลา ซิมุกกา’ อาชญากรสโนว์ไวท์ที่เปลี่ยนคนฟินแลนด์ให้กลับมารักการอ่านอีกครั้ง []

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นักเขียนเริ่มต้นเขียนด้วยความสุข ก่อนจบลงด้วยการเปลี่ยนให้คนทั้งประเทศกลับมารักการอ่านเพราะผลงาน ‘อาชญกรสโนว์ไวท์’ ของเธอ
1,488 0

 

ซัลลา ซิมุกกาอาชญากรสโนว์ไวท์
ที่เปลี่ยนคนฟินแลนด์ให้กลับมารักการอ่าน

 

สวัสดีค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน ส่วนมากเวลาที่เราเขียนนิยาย ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เราเริ่มเขียนเลยก็คือ เขียนเพราะอยากเขียน เขียนเพราะสนุก เขียนเพราะมีความสุข เขียนเพราะมันเติมเต็มเรา ส่วนจะมีคนอ่านนิยายเรามั้ยนั่นมันก็อีกเรื่องนึง ถ้ามีคนอ่านก็ถือว่ากำไร ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ยังไงก็จะตั้งหน้าตั้งตาเขียนต่อไป รู้สึกอย่างนี้เหมือนกันใช่มั้ยคะ นักเขียนทั้งหลาย ^ ^

เช่นเดียวกับ ซัลลา ซิมุกกานักเขียนผู้โด่งดังชาวฟินแลนด์ แรกเริ่มที่เธอเขียนนิยายก็เป็นเพราะความสุขของเธอล้วนๆ แต่ใครจะไปรู้ว่างานเขียนของเธอดันเปลี่ยนให้คนฟินแลนด์กลับมารักการอ่านอีกครั้งได้ แถมผลพวงในครั้งนี้ยังทำให้ผลงานของเธอได้ทำเป็นภาพยนตร์ฮอลลิวู้ดด้วยค่ะ
 

 

‘ซัลลา ซิมุกกา’ อาชญากรสโนว์ไวท์ที่เปลี่ยนคนฟินแลนด์ให้กลับมารักการอ่านอีกครั้ง
ซัลลา ซิมุกกาและผลงานสโนวไวท์ของเธอ
 (via: finland.fi)

 

เรื่องราวของซัลลา ซิมุกกาฟังดูเหมือนเทพนิยาย มันเริ่มต้นจากการที่เด็กๆ ในฟินแลนด์ไม่อินกับการอ่านหนังสือที่นำเข้าจากต่างประเทศ พวกเขามีความสุขกับการอ่านหนังสือมูมินของโตเว แยนสันมากกว่าที่จะหยิบหนังสือเมืองนอกมาอ่าน ด้วยความที่ผู้ใหญ่ในวงการหนังสือทั้งหลายกลัวว่าเด็กๆ จะเติบโตกลายเป็นคนไม่รักการอ่าน พวกเขาจึงริเริ่มงานเขียนประเภทใหม่ๆ ซิมุกกาจึงกลายเป็นนางเอกของเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

วรรณกรรมชุดสโนว์ไวท์อาจไม่ใช่นิยายเรื่องแรกที่ซิมุกกาเขียน แต่มันเป็นนิยายที่ทำให้คนหันมารักการอ่านมากขึ้น ข่าวดีก็คือ หนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลถึง 52 ภาษาทั่วโลก ภายในหนึ่งสัปดาห์แรกของการวางแผงหนังสือ วรรณกรรมชุดนี้มียอดขายมากกว่า 1 ล้านเล่มทั่วโลก ไม่ธรรมดาจริงๆ เลยค่ะ นับว่าประสบความสำเร็จกับวงการหนังสือฟินแลนด์มาก!
 

‘ซัลลา ซิมุกกา’ อาชญากรสโนว์ไวท์ที่เปลี่ยนคนฟินแลนด์ให้กลับมารักการอ่านอีกครั้ง
 (via: finland.fi)

 

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน

ซัลลา ซิมุกกา เกิดในปี 1981 เธอเป็นนักแปล นักวิจารณ์หนังสือและนักเขียนนิยายเยาวชน  ตอนที่ซิมุกกาอายุ 9 ขวบ เธอค้นพบว่าตัวเองอยากเป็นนักเขียน เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาเขียนนิยายอย่างไม่ย่อท้อ จนในที่สุดนิยายเล่มแรกของเธอก็ได้รับการตีพิมพ์ตอนอายุ 18 ปี! เธอมีความสุขมากกับการเขียน แปลและวิจารณ์นิยาย จนต่อมาในปี 2013 ผลงานของเธออย่างเรื่อง “Jäljellä (Without a Trace)” และ “Toisaalla (Elsewhere)” ก็คว้ารางวัล Topelius Prize ไปครอบครอง

(หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ารางวัล Topelius Prize คืออะไร จะแง้มให้ฟังว่ามันคือรางวัลนิยายเยาวชนฟินนิชยอดเยี่ยมแห่งปีค่ะ สำหรับนักเขียนชาวฟินแลนด์ มันคือรางวัลอันทรงเกียรติเทียบเท่ากับพูลิตเซอร์ของฝั่งอเมริกาเลยจ้า)
 

‘ซัลลา ซิมุกกา’ อาชญากรสโนว์ไวท์ที่เปลี่ยนคนฟินแลนด์ให้กลับมารักการอ่านอีกครั้ง
วรรณกรรมชุดสโนวไวท์ของซิมุกกา
(via: De Leesfabriek)

 

เทพนิยายสยองขวัญ

ผลงานชุดนิยายไตรภาคสโนว์ไวท์ (Snow White Trilogy) ของซิมุกกาชุดนี้คือการหยิบเทพนิยายคลาสสิคระดับโลกมาดัดแปลง แต่ไม่ใช่ดัดแปลงให้เป็นแฟรี่เทลสวยๆ นะคะ เพราะเธอดัดแปลงเป็นนิยายสืบสวน ประกอบด้วยหนังสือ 3 เล่มด้วยกัน ได้แก่ As Red as Blood, As White as Snow, As Black as Ebony

มันเป็นเรื่องราวของเด็กสาววัย 17 ปีแสนฉลาดอย่าง “ลูมิกกิ” ที่มีอดีตมืดมน เธอต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับอาชญากรรมการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศและความรุนแรงต่างๆ เธอถูกไล่ล่าและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายแม้จะอยู่ในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย ด้วยความที่ตัวเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นผู้หญิงฉลาดและกล้าหาญนี่แหละ มันเลยทำให้ลูมิกกิขึ้นแท่นเป็นโรลโมเดลด้านบวกและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักอ่านรุ่นใหม่ในฟินแลนด์

 

‘ซัลลา ซิมุกกา’ อาชญากรสโนว์ไวท์ที่เปลี่ยนคนฟินแลนด์ให้กลับมารักการอ่านอีกครั้ง
(via: seura)
 

เปลี่ยนให้คนกลับมารักการอ่านได้อย่างไร?

จริงๆ แล้วแนวคิดการสร้างสรรค์วรรณกรรมเยาวชนของฟินแลนด์ไม่ได้มีการตีกรอบว่า “ต้องทำอย่างนี้” หรือ “ห้ามทำอย่างโน้น” ตรงกันข้าม นักเขียนมีอิสระที่จะสร้างสรรค์ผลงาน และนักอ่านเยาวชนเองก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกอ่านนิยายแบบที่เขาอยากอ่าน เพียงแต่นักเขียนจะต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าสิ่งที่เขียนมานั้นจะต้องนำเสนอ “มุมมอง” ที่เป็นเนื้อหาสาระ ทั้งนี้เพื่อให้นักอ่านสามารถมีการเติบโตทางความคิดได้ค่ะ แน่นอนว่าวรรณกรรมชุดสโนว์ไวท์ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
 

เนื้อเรื่องแปลกใหม่และเปิดกว้าง

สำหรับประเทศไทย การหยิบเทพนิยายหรือวรรณคดีมาเล่าใหม่ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาที่นักเขียนชอบทำกัน แต่สำหรับฟินแลนด์ มันเป็นเรื่องค่อนข้างแปลก แถมวรรณกรรมชุดนี้ยังถูกแปลงให้เป็นแนวสืบสวนซะด้วย

ภายใต้การดำเนินเรื่องที่เป็นสืบสวนสอบสวน นักอ่านหลายคนชมว่านี่คือส่วนผสมอันลงตัวของนิยายแนวดิสโทเปียและแฟรี่เทลสยองขวัญ เห็นแบบนี้แล้วเนื้อเรื่องสะท้อนถึงปัญหาของวัยรุ่นชัดเจน ตั้งแต่เรื่องของการกลั่นแกล้ง การข่มกันเพื่อเป็นที่หนึ่ง และยังสอดแทรกเรื่องของรักเพศเดียวกันด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นเลยได้ใจนักอ่านไปเต็มๆ 10 แต้ม แถมเข้าตาผู้กำกับฮอลลิวู้ดไปอีก
 

ตัวละครส่งพลังบวก

ขอเม้าธ์ก่อนนิดนึงว่าช่วงแรกที่หนังสือได้รับการตีพิมพ์ ผู้หญิงในฟินแลนด์ต่างพากันฮือฮากับตัวละคร “ลูมิกกิ” มาก เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างแปลกจากคนฟินแลนด์ทั่วไป 

ในตอนต้นของหนังสือ ลูมิกกิ เป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นที่มีอดีตมืดมน เธอมีวัยเด็กที่เจ็บปวดจากการโดนกลั่นแกล้งจนเกิดบาดแผลในจิตใจ ส่งผลให้เธอเป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่เมื่อเธอเข้าไปพัวพันกับคดีอาชญากรรมที่น่าสะพรึง ท้ายสุดลูมิกกิก็สามารถเอาชนะความกลัวและกลับมาสร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้ เธอจึงกลายเป็นต้นแบบของนักอ่านเยาวชน ซึ่งพี่น้ำผึ้งคิดว่าการกล้าก้าวข้ามคอมฟอร์ทโซนของลูมิกกินี่แหละที่เป็นพลังบวกที่เธอส่งต่อให้นักอ่าน

ถ้ามองให้ดี วรรณกรรมชุดนี้คือเรื่องราวของการเติบโต แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวัยรุ่นอายุ 17 ที่ค่อยๆ กลายเป็นหญิงสาว มันจึงอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สาวๆ ในฟินแลนด์พากันฮือฮาและอยากเอาอย่างค่ะ
 

ท้ายสุด ซิมุกกาได้ทิ้งเคล็ดลับที่ทำให้นักอ่านตกหลุมรักงานเขียนของเธอเอาไว้ นั่นคือ “ทำให้พวกเขาเห็นว่านี่เป็นนิยายมีคุณภาพ น่าสนใจและน่าตื่นเต้น” และใช่ค่ะน้องๆ นี่คือสิ่งที่ซิมุกกาทำอยู่ แล้วเธอก็หวังว่านักเขียนหลายคนเองก็จะทำมันเช่นกัน เพราะงั้นน้องๆ นักเขียนเด็กดีตั้งหน้าตั้งตาปั่นนิยายกันต่อไปนะคะ ไม่แน่นะว่าวันหนึ่ง งานเขียนของเราอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนรักการอ่านมากขึ้นก็ได้ ^o^

 

#นิยาย #นักเขียน #สโนวไวท์ #วรรณกรรม #YA #วรรณกรรมเยาวชน #ฟินแลนด์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป