5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ! ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ []

มาดูกันว่าในสมัยจีนโบราณ มี 5 วิทยาการอะไรน่าเหลือเชื่อกันบ้าง
2,144 1




5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!
ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ

 


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน มาเจอกับพี่หญิงกันอีกแล้วนะคะ ก่อนอื่นเลยพี่หญิงขอถามกันสักนิดแถวนี้มีใครชอบอ่านนิยายจีนๆ บ้างไหมเอ่ย เคยลองคิดเล่นๆ กันไหมคะว่า เวลาที่ตัวเอกนิยายย้อนเวลาไปในอดีต ในช่วงยุคสมัยทางประวัติศาสตร์จีน แล้วมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ดูเหมือนเป็นวิทยาการยุคปัจจุบันปรากฏเข้าไปในฉาก อุปกรณ์พวกนั้นเนี่ยมันอยู่ในช่วงยุคสมัยนั้นๆ จริงหรือเปล่า ซึ่งด้วยข้อสงสัยมากมายเหล่านี้นี่เอง วันนี้พี่หญิงจึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับ 5 วิทยาการที่ไม่น่าเชื่อสุดๆ เลยว่า สิ่งเหล่านี้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยจีนยุคโบราณ!
 

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ

 

1. เข็มทิศ
สิ่งประดิษฐ์ที่มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว

 
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อุปกรณ์ชิ้นเล็กอันแสนมหัศจรรย์นี้จะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยจีนโบราณกว่า 2000 ปีแล้ว ซ้ำยังเป็นประเทศแรกที่ใช้เข็มทิศในการเดินทางเดินเรืออีกด้วย


5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
ภาพรถชี้ทิศ
 
โดยแรกเริ่มนั้น ในสมัยราชวงศ์โจว เข็มทิศยังไม่ได้มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน ซ้ำยังไม่ได้ถูกเรียกว่าเข็มทิศ แต่ถูกเรียกตามลักษณะที่ถูกสร้างขึ้นมาว่า “รถชี้ทิศ” คือมีลักษณะคล้ายรถลาก และบนรถจะมีหุ่นไม้ตัวหนึ่งทำท่าทางยกแขนไปด้านหน้า เหยียดตรงเสมอไหล่ ไม่ว่าตัวรถชี้ทิศจะหันไปทางไหน แขนของหุ่นไม้ก็ยังคงชี้ไปทางทิศใต้อยู่เช่นเดิม โดยรถชี้ทิศนี้ไม่ได้อาศัยสนามแม่เหล็กแต่อาศัยการหมุนของฟันเฟืองในการชี้ทิศทาง (แต่เอ… ใช้ฟันเฟืองในการบอกทิศแบบนี้ ถ้าเฟืองหลุดสักอันขึ้นมา จะทำยังไงกันนะ)

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
ภาพเขียนทิศรูปแบบซือหนาน
 
ซึ่งต่อมาช่วงประมาณ 470 ปี ก่อนคริสตกาล ก็มีผู้ใช้หินแม่เหล็กธรรมชาติมาทำเครื่องมือชี้ทิศ ซึ่งเรียกว่า “ซือหนาน” โดยแกะแม่เหล็กเป็นรูปทัพพี วางบนแผ่นจานทองแดงผิวเรียบที่แกะสลักตำแหน่งทิศทั้ง 24 ทิศไว้ เมื่อหมุนทัพพีปลายด้ามจับจะชี้ไปที่ทิศใต้เสมอ

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
ภาพปลาชี้ทิศ หรือ ซือหนานอวี้
 
และนอกจากซือหนานที่เป็นเข็มทิศยุคแรกๆ แล้ว ในสมัยราชวงศ์ซ่งก็มีการประดิษฐ์อุปกรณ์ชี้ทิศอีกชนิดหนึ่งขึ้นมา คือ “ปลาชี้ทิศ” ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นต้องบอกเลยว่ามีวิธีประดิษฐ์ที่ง่ายแสนง่าย คือ นำแผ่นเหล็กตีเป็นรูปปลาบางๆ นำไปเผาไฟ แล้ววางลงบนพื้นตามแนวทิศใต้-เหนือ เพียงเท่านี้ก็จะได้ปลาชี้ทิศที่เพียงนำไปวางในชามที่ใส่น้ำไว้หัวปลาก็จะชี้ไปทางทิศใต้แล้วจ้า

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
รูปแบบเข็มทิศหลัวผาน
 
แล้วในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ก็มีการเอาเข็มแม่เหล็กมาประกอบเข้ากับจานบอกตำแหน่ง โดยใช้ชื่อว่า เข็มทิศหลัวผาน (ถ้านึกรูปร่างไม่ออก ก็คิดถึงเข็มทิศที่ซินแสใช้ในการดูฮวงจุ้ยนั่นแหละ ใช่เลย) ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานการประดิษฐ์เข็มทิศก็เริ่มมีรูปร่างคล้ายในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ 


 

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ

 

2. กระดาษ
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ช่วยชีวิตจักรพรรดิ และเหล่าบัณฑิต

 
จริงๆ ก่อนหน้านี้พี่หญิงแอบเข้าใจผิดเหมือนกันนะคะว่า ผู้ที่คิดค้นการสร้างกระดาษครั้งแรกของจีนคือ ไช่หลุน ขันทีในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก แต่ความจริงแล้วกระดาษกลับมีมาก่อนหน้านั้นตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก แล้วต่อมาในปี ค.ศ. 105 ไช่หลุนจึงได้นำมาพัฒนาโดยใช้เปลือกไม้ เศษปอ ผ้าขาดๆ เป็นวัตถุดิบในการทำเยื่อกระดาษที่มีคุณภาพสูงกว่าเก่า บางเบา ใช้ทน เขียนสะดวก และราคาถูก จนเป็นที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว
 
5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
 
วิธีการทำกระดาษของไช่หลุน

1. จุ่มวัตถุดิบ เช่น ปอหรือผ้า ลงในน้ำ ให้เปียกชุ่มก่อน
2. ฉีกและหั่นจนละเอียด แล้วล้างฟอกด้วยน้ำ
3. ใช้น้ำขี้เถ้าแช่ และต้มเคี่ยว
4. นำไปล้างฟอกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง แล้วคนให้เละ ก็จะได้เยื่อกระดาษละเอียด
5. ใช้ตะแกรงแม่พิมพ์กระดาษร่อนเยื่อขึ้นมาจากน้ำ
6. นำไปผึ่งลมให้แห้ง
 




ซึ่งก่อนที่กระดาษจะถือกำเนิดขึ้นมา มีตำนานเล่าถึงบุรุษผู้หนึ่งนาม ตงฟางซั่ว เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถวายฮ่องเต้ โดยใช้ไม้ไผ่มากถึง 3000 ชิ้น และต้องใช้ทหารสองนายในการแบกมาถวาย ซ้ำฮ่องเต้ต้องใช้เวลากว่าสองเดือนจึงอ่านจบ! การเกิดขึ้นของกระดาษที่เขียนง่าย บางเบานี้ แทบจะเป็นการช่วยชีวิตองค์จักรพรรดิและเหล่าบัณฑิตที่ต้องทนจมอยู่ในกองซีกไม้ไผ่ที่ทั้งหนัก เขียนลำบากและอ่านยากเลยค่ะ
 
และพี่หญิงเคยแอบอ่านเจอนิยายจีนแนวย้อนเวลาบางเรื่องเหมือนกันนะคะ ที่เขียนให้นางเอกของเรื่องนำความรู้ด้านการทำกระดาษไปใช้สร้างฐานอำนาจให้ตัวเองจนมีความโดดเด่นเหนือตัวละครทั่วไป

 


5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ

 

3. ดินปืน
จากวัสดุสร้างยาอายุวัฒนะสู่อาวุธสงคราม


การที่ได้รู้ว่าดินปืนมีการค้นพบมานานกว่าหนึ่งพันปีในประวัติศาสตร์จีนน่ะไม่เท่าไหร่ แต่การที่ได้รู้ว่าก่อนที่ดินปืนจะกลายมาเป็นอาวุธสงครามอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้เคยเป็น “ยา” มาก่อนนีี่สิ OMG น่าตกใจสุดๆ เลยค่ะ
 
โดยแต่เดิมนั้นดินปืนทำจากการผสมดินประสิว กำมะถัน และผงถ่านไม้เข้าด้วยกัน ซึ่งใน “ตำรายาสมุนไพรเสินหนง” คัมภีร์แพทย์โบราณในสมัยราชวงศ์ฮั่นได้จัดดินประสิวและกำมะถันไว้เป็นยาสำคัญ และ หลี่สือเจิน นักการแพทย์สมัยในราชวงศ์หมิงก็ได้จัดให้ดินปืนเป็นยารักษาโรคกลากเกลื้อน โรคห่า ฆ่าพยาธิ และกำจัดเชื้อราได้

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
นักพรตจีนหลอมยาอายุวัฒนะ
 
นอกจากนี้ประวัติการค้นพบดินปืนของจีนก็ไม่ธรรมดาอีกเช่นกันค่ะ เพราะดินปืนไม่ได้ถูกค้นพบในระหว่างการสร้างอาวุธแต่อย่างใด แต่ถูกค้นพบระหว่างการหลอมยาอายุวัฒนะที่เกิดข้อผิดพลาดของเหล่านักพรตจีนในสมัยโบราณที่นำเอาดินประสิวและกรดกำมะถันเป็นวัตถุดิบผสมกับตัวยาอื่นๆ จนเกิดการระเบิดขึ้น ทำให้ปรุงยาไม่สำเร็จ แต่กลับคิดค้นวัสดุที่สามารถระเบิดเผาไหม้ได้และทำดินปืนออกมาแบบไม่ตั้งใจ แล้วก็ตามสเต็ปค่ะ หลังจากนั้นในต้นราชวงศ์ถังดินปืนก็ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธสงครามอย่างเต็มตัว


 


 5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ


4. แป้นพิมพ์


จะว่าไปแล้ว พี่หญิงก็เคยอ่านเจอนิยายแนวจีนย้อนอดีตในเว็บเด็กดีเราบ่อยๆ เหมือนกันนะคะ ที่ชอบเขียนให้ตัวเอกย้อนไปในอดีตแล้วมีความสามารถในการเขียนนิยายได้สนุกจนมีชื่อเสียง กระทั่งหาเลี้ยงดูตัวเองได้อย่างไม่ลำบาก แต่! วิธีการคัดลอกต้นฉบับนี่สิที่พี่หญิงเห็นช่างลำบากแท้ บางเรื่องใช้วิธีให้คนคัดลอกทีละเล่มๆ กว่าจะได้แต่ละเล่มทำเอาตัวเอกของเรื่องเสียรายได้ไปเยอะ บางเรื่องดีหน่อยเขียนให้สามารถสร้างแป้นพิมพ์ได้ เสียอย่างเดียว… คืออ่านแล้วนึกตามไม่ออกนี้สิว่าแป้นพิมพ์แบบจีนโบราณมันเป็นแบบไหน โถๆ

 5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
แป้นพิมพ์แบบเรียงพิมพ์ ในสมัยซ่งเหนือ

วันนี้พี่หญิงก็เลยมาขอชี้แจ้งแถลงไขกันหน่อย ว่าความจริงแล้วเนี่ยหลังจากจีนมีกระดาษใช้เป็นจริงเป็นจัง ก็เริ่มมีการคิดค้นการพิมพ์เพื่อลดการสิ้นเปลืองเวลา ลดแรงงานและข้อผิดพลาด โดยระยะเริ่มแรกชาวจีนเรียนรู้การใช้กระดาษทำสำเนาตัวอักษรบนแผ่นศิลา และต่อมาในราชวงศ์สุยและถังก็คิดค้นวิธีการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์แกะบล็อกได้สำเร็จ แต่ก็ยังเป็นวิธีที่กินแรงและเวลา เพราะทุกหน้าที่จะพิมพ์จะต้องแกะเป็นแม่พิมพ์หนึ่งแผ่น ทำให้เวลาพิมพ์งานเขียนชิ้นใหญ่จะต้องใช้เวลานานหลายปี
 

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
แท่นล้อหมุนเรียงพิมพ์ ในราชวงศ์หยวน
 
กระทั่งช่วงค.ศ. 1041-1048 สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ปี้เซิง คนงานแกะสลักในโรงงานหังโจวได้คิดค้นการเรียงพิมพ์ขึ้น ทำให้เวลาจัดพิมพ์ไม่ต้องแกะตัวอักษรใหม่หมด เวลามีข้อผิดพลาดก็สามารถแก้ได้เลย การพิมพ์หนังสือหนึ่งเล่มจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และในสมัยราชวงศ์หยวนแป้นพิมพ์ก็ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นกลายเป็น แท่นล้อหมุนเรียงพิมพ์ ซึ่งช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการพิมพ์ตัวอักษรไปอีก!



5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ

5. เทคนิคการทาบกิ่ง


เห็นช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร นักเขียนชอบแต่งให้พระเอกของเรื่องไปเป็นเกษตรกรกันจัง วันนี้พี่หญิงเลยมาขอเสนออีกหนึ่งวิทยาการด้านการเกษตรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีมาตั้งแต่จีนโบราณอย่าง “เทคนิคการทาบกิ่ง” นั่นเอง
 
ซึ่งเทคนิคการทาบกิ่งนี้ ชาวจีนเริ่มใช้กันแพร่หลายในการปรับปรุงพันธุ์ผลไม้ และรูปลักษณ์ ตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยมีตำนานเล่าถึงการค้นพบเทคนิคนี้ไว้ว่า…

5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
ภาพแสดงเทคนิคการทาบกิ่งของจีน
 
ความจริงชาวจีนพบว่าต้นไม้สองต้นที่ชิดกันมากจะงอกรวมกันเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว เรียกลักษณะนี้ว่า “กิ่งเชื่อม” กระทั่งในสมัยราชวงศ์ฮั่นมีชาวนาคนหนึ่งเกิดความคิดจากกิ่งเชื่อมนี้ จึงปลูกน้ำเต้า สิบต้นไว้ด้วยกัน และหลังจากนั้นไม่กี่วันลำต้นของต้นไม้ทั้งสิบก็งอกรวมเป็นต้นเดียวกัน ชาวนาตัดก้านที่ลีบเล็กออกเหลือเพียงกิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งภายหลังน้ำเต้าต้นนี้ก็ออกผลใหญ่กว่าน้ำเต้าทั่วไป… เทคนิคการทาบกิ่งในสมัยจีนโบราณจึงเกิดขึ้นด้วยเหตุเช่นนี้เอง…
 




เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับห้าวิทยาการสุดเหลือเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยจีนโบราณเหล่านี้ บางสิ่งบางอย่างอาจดูเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ดูไม่น่ามีความสำคัญต่อการเขียนนิยายเลยใช่ไหมคะ แต่พี่หญิงเชื่อนะคะว่า ยิ่งเราใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยมากเท่าไร นิยายของเราก็ยิ่งมีความสมจริงมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะใครที่เขียนนิยายแนวย้อนอดีตที่อิงประวัติศาสตร์ด้วยแล้ว พี่หญิงว่ายิ่งต้องใส่ใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดในแต่ละช่วงเวลามากๆ เลยค่ะ
 

สุดท้ายนี้ พี่หญิงขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า วันนี้สวัสดีค่ะ
 



พี่หญิง

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
http://www.bioyunhan.com/a/2017/0923/28282.html
http://www.92to.com/xinwen/2016/07-21/8719931.html
http://www.baike.com/wiki
http://tupian.baike.com
http://recedingrules.blogspot.com/2010/05/south-pointing-chariot.html
http://www.cn939.com/yydg/ylmh/2015/08/23/107613.html
http://baike.spbz.org/doc-view-6188.html
http://www.sohu.com/a/194887925_576981
http://www.xinhuanet.com/science/2015-11/02/c_134773959.htm
กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์เอเชียแพ็ค. ต้นกำเนิดวิทยาศาสตร์จีน.กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ, 2554

 
5 วิทยาการสุดเหลือเชื่อ!  ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีมาตั้งแต่ยุคจีนโบราณ
#นิยาย #นักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป