รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว []

เรื่องราวของเทพผานกู่ ตำนานเทพผู้สร้างโลกของจีน...
3,352 0





รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่
เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว

 

สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน ถ้าพูดถึงการสร้างโลกแล้ว ทุกคนจะคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรกคะ? แน่นอนว่าหลายคนอาจจะนึกถึงพระเจ้าเป็นอันดับแรก (ดูได้จากนิยายในหมวดแฟนตาซีที่เขียนถึงพระเจ้าทั้งนั้นเลย) แต่รู้อะไรไหม... ในตำนานทั่วโลกนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่เรื่องราวของพระผู้สร้างในโทนฝั่งยุโรปเท่านั้น “จีน” ประเทศที่มีประวัติศาสตร์มานับพันปีก็มีตำนานเล่าถึงการกำเนิดโลกนี้ไว้เช่นกัน ผ่านเรื่องราววรรณกรรมพื้นบ้านในยุคเก่า และถูกเล่าสืบทอดต่อกันมานานหลายยุคหลายสมัยจนกลายเป็นความเชื่อที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของคนจีนมาจนถึงทุกคนวันนี้
 


ผานกู่คือใคร และสามารถสร้างโลกได้อย่างไร

รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว
ผานกู่ (盘古) เป็นยักษ์ที่มีขนาดตัวสูงใหญ่ ศีรษะมีเขา คิ้ว และดวงตาใหญ่ มีเขี้ยวยื่นออกมาจากปาก มีขนทั้งตัว มือซ้ายถือสิ่ว มือขวาถือขวานใหญ่

ตามตำนานของชาวจีนเล่าว่า ก่อนเกิดโลก จักรวาลไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากความสับสนวุ่นวาย จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานถึง 18,000 ปี ความสับสนวุ่นวายนั้นได้รวมตัวกันจนมีรูปร่างเหมือนไข่ฟองหนึ่งที่มีความสมดุลทั้งหยินหยาง และผานกู่ก็ถือกำเนิดขึ้นและหลับใหลอยู่ภายในไข่ฟองนี้นั่นเองค่ะ จนกระทั่งวันหนึ่งผานกู่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าภายในไข่มันช่างอบอ้าว อึดอัด ไม่สบายตัว และมีแต่ความมืดมิด จึงใช้ขวานผ่าไข่ออกมาเป็นสองส่วน โดยส่วนหนึ่งลอยขึ้นเป็นท้องฟ้า และส่วนหนึ่งจมลงกลายเป็นพื้นดิน หลังจากนั้น... ผานกู่ก็ยืนค้ำฟ้าค้ำดินเพื่อไม่ให้ทั้งสองส่วนนี้กลับมารวมกันได้อีก ซึ่งบางตำนานก็เล่าว่าในขั้นตอนนี้นอกจากผานกู่แล้วยังมีสัตว์เทพอีกสี่ชนิดที่มาช่วย คือ เต่า มังกร กิเลน หงส์ (สัตว์เทพประจำทิศทั้งสี่ของจีน) 


รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว

 

และกว่าที่ผานกู่จะแน่ใจว่าฟ้าดินจะไม่มารวมตัวกันอีกนั้น   เวลาก็ผ่านไปนานกว่า 18,000ปี ซึ่งมันก็ทำให้ผานกู่เหนื่อยล้า และสิ้นใจในที่สุด!

อืม... ถ้ายืนนานขนาดนั้นก็ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำไมผานกู่ถึงได้เหนื่อยล้าจนต้องลาโลกไป แต่หลังจากที่ผานกู่เสียชีวิตแล้ว เขาก็ไม่ได้จากไปเปล่าๆ นะคะ เนื่องจากร่างกายเขาประกอบขึ้นจากธรรมชาติของจักรวาล พอจากไปแล้ว เขาก็กลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง  โดย...
รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว
ลมหายใจของเขา
กลายเป็น ลมและเมฆ
ตาซ้าย กลายเป็น ดวงอาทิตย์
ตาขวา กลายเป็น ดวงจันทร์
แขน และขา กลายเป็น เทือกเขา
เส้นเอ็น กลายเป็น ถนน
กล้ามเนื้อ กลายเป็น พื้นดินอันอุดมสมบูรณ์
ฟัน และกระดูก กลายเป็น แร่ธาตุ และอัญมณี
เหงื่อ กลายเป็น สายฝน และบ่อน้ำ
เสียง กลายเป็น สายฟ้า
เส้นขน กลายเป็น พืชพรรณ ป่าไม้
เส้นผม หนวดเครา กลายเป็น ดวงดาว
และทางช้างเผือก
  เหลือบไรบนตัว กลายเป็น ปลาและสัตว์ต่างๆ



เอาง่ายๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนตัวของเขาได้กลายเป็นจักรวาลและโลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้นั่นเองค่ะ ซึ่งบางตำนานก็ถือว่าเรื่องของผานกู่จบเพียงเท่านี้ แต่ก็มีบางตำนานอีกเช่นกัน ที่ยังมีเรื่องเล่าต่อไปว่า... 

หลังจากที่ผานกู่เสียชีวิตลงและละทิ้งกายหยาบให้กลายเป็นสรรพสิ่งบนโลก ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของเขาได้ล่องลอยไปมา จนกระทั่งวันหนึ่งไปเจอเข้ากลับเทพธิดาไท่หยวนที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ จึงกลายเป็นแสงลอยเข้าปากไปเพื่อจุติ และหลังจากนั้น เทพธิดาไท่หยวนก็ตั้งครรภ์นานถึง 12 ปี แล้วให้กำเนิดบุตรชายนามว่า “หยวนสือเทียนจุน” (元始天尊) เทพสูงสุดแห่งลัทธิเต๋า นั่นเองจ้า

รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว

นอกจากนี้ยังมีอีกตำนานเช่นกันที่เล่าขานว่า ผานกู่ไม่ได้เป็นเทพที่เกิดขึ้นมาพร้อมจักรวาล แต่ผานกู่เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านเห็นว่าทวีปใต้นั้นยังมีแต่ความมืดมัว จึงส่งผานกู่ให้ไปเบิกฟ้า ซึ่งบางตำนานก็ว่า... ผานกู่ใช้ขวานผ่าฟ้าดินแยกออกจากกัน และเมื่อเสร็จภารกิจกับไม่ยอมกลับมาหาพระพุทธองค์จนเจ้าแม่กวนอิมต้องไปตามเอาน้ำทิพย์ในแจกันชโลมศีรษะจึงได้สติแล้วกลายร่างเป็นผลท้อ บางตำนานก็ว่า... ผานกู่เปลี่ยนร่างเป็นผลท้อกลิ้งลงมายังผืนดินแล้วกลายร่างเป็นมนุษย์เจาะแยกแผ่นดินผืนฟ้าออกจากกัน แล้วจารึกตัวอักษรแสดงตัวว่าตนเป็นผู้แยกดินฟ้าได้สำเร็จเสร็จสิ้น ครั้นพระพุทธองค์ทราบข่าวว่าผานกู่ทำภารกิจสำเร็จ ก็ส่งองค์กวนอิมนำน้ำทิพย์มาชโลมผานกู่ให้กลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง


รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว


ความหวาดกลัวที่ช่วยสร้างโลก

ความหวาดกลัวช่วยสร้างโลกยังไง? จากตำนานเรื่องแรกที่พี่หญิงเล่าให้ทุกคนฟังคงจะทราบกันแล้วใช่ไหมคะว่า... ผานกู่แบ่งแยกฟ้าดินด้วยการค้ำยันผืนฟ้าแผ่นดินเอาไว้จนกระทั่งมั่นใจว่าทั้งสองจะไม่กลับมารวมกันอีกครั้ง แต่อะไรกันล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ผานกู่ตัดสินใจที่จะทำและต้องทุ่มเทขนาดนี้ สิ่งนั้น... ก็เพราะ “ความกลัว” นั่นเองค่ะ เขากลัวที่จะต้องกลับไปอยู่ในความมืดอีกครั้ง กลัวว่าผืนฟ้ากับแผ่นดินจะกลับมาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันอีก เขาจึงยืนค้ำฟ้าเพื่อแยกทั้งคู่ออกเป็นเวลานานถึง 18,000 ปี เป็นระยะห่างกว่า 90,000 ลี้ (ความห่างระหว่างดินและฟ้าจะแปรผันตามการเติบโตของผานกู่) แต่ในที่สุดแล้ว เมื่อเขาข้ามผ่านความหวาดกลัวได้สำเร็จ เขาก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะมองดูสิ่งที่เขาทำไว้ และได้ตายจากไป…

รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว



ซึ่งมันก็ทำให้พี่หญิงได้คิดนะคะว่า... การที่เราใช้ความหวาดกลัวเป็นแรงผลักดันในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามันมากเกินไป มันก็อาจจะทำร้ายเราอย่างไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ถ้าคิดกลับกันเทพผานกู่ไม่ยืนค้ำฟ้านานขนาดนั้น เขาอาจได้ใช้ชีวิตอยู่ในแสงสว่างตามที่ตัวเองต้องการก่อนที่จะหมดอายุไขก็เป็นไปได้...



สุดท้ายนี้พี่หญิงต้องขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ



พี่หญิง


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก 
http://www.qulishi.com/news/201504/32464.html
http://www.qulishi.com/renwu/pangu/
http://www.zcool.com.cn/work/ZMjI0MzU5ODA=.html
http://www.shangc.net/yule/2017/0712/21136216.html
https://baike.baidu.com/item/%E7%9B%98%E5%8F%A4%E5%BC%80%E5%A4%A9/74007
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%88#/media/File:Pangu.jpg


 
รู้จักกันมั้ย! ยักษ์ผานกู่ : เทพดึกดำบรรพ์ของจีนที่สร้างโลกจากความกลัว
#นิยาย #นักเขียน #จีน #ตำนาน #ผานกู่ #เทพนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป