ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี” []

นอกจาก "อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ" แล้ว ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจในนิทานอาหรับราตรีอีกนะ!
9,368 4


ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน
“อาหรับราตรี”


สวัสดีน้องๆ นักเขียนนักอ่านชาวเด็กดีทุกคนจ้ะ สำหรับบทความนี้พี่นัทตี้จะพาน้องๆ ทุกคนมาทำความรู้จักกับนิทานพื้นบ้านเรื่อง “อาหรับราตรี” กัน แถมพี่นัทตี้ยังจะชวนน้องๆ ทุกคนมาอ่าน 5 เรื่องราวอันน่ากลัวที่อยู่ในนิทานพื้นบ้านเล่มนี้กันอีก บอกเลยว่าทั้งสนุก! ทั้งตื่นเต้น! ทั้งลุ้น! เชื่อเลยว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบ น้องๆ ทุกคนอาจจะพากันไปหาหนังสืออาหรับราตรีมาอ่านกันเลย อะๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาและเสียอรรถรส พี่นัทตี้ว่าเราไปอ่านกันดีกว่า ชักตื่นเต้นขึ้นมาแล้วล่ะสิ!

 
ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี”
 
“อาหรับราตรี” หรือ พันหนึ่งราตรี เป็นหนังสือรวบรวมนิทานพื้นบ้านตะวันออกกลางและเอเชียใต้ที่เล่าขานกันมารุ่นต่อรุ่น โดยอาหรับราตรีฉบับภาษาอังกฤษเล่มแรกนั้นตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1706 ในชื่อว่า The Arabian Nights Entertainment ซึ่งเรื่องราวที่พวกเราทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีคงจะหนีไม่พ้น อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ, อาลีบาบากับโจร, ซินแบดนักผจญภัย และในวันนี้พี่นัทตี้จะพาน้องๆ มาทำความรู้จักกับเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้กัน!


 

พระราชานักฆ่า 


ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี”
 
อาหรับราตรีเป็นเรื่องราวของ พระราชาชาร์ยาร์ ผู้มีความคิดต่อสตรีในแง่ลบ โดยสาเหตุนั้นได้มาจากมเหสีคนก่อนได้คิดทรยศหักหลัง ไปคบชู้กับพวกทาส ทำให้เขาเสียใจมากถึงขนาดสั่งประหารชีวิตนาง หลังจากนั้นเป็นต้นมา พระราชาได้มีความคิดอยากจะแต่งงานขึ้นมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้พระองค์ตัดสินใจว่าจะแต่งงานกับหญิงพรหมจารีเพียงแค่คืนเดียว ก่อนที่เขาจะสั่งประหารชีวิตนางในวันต่อมา เพื่อป้องกันไม่ให้นางคิดทรยศหักหลังเขาอีก (ทำไมโหดร้ายแบบนี้) ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นไปเช่นนี้ตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งทางขุนนางไม่สามารถนำตัวหญิงพรหมจารีมาให้พระราชาได้อีก “เชเฮราซาด” บุตรีของขุนนางท่านหนึ่งจึงเสนอตัวเป็นเจ้าสาวของพระราชา ถึงแม้ว่าผู้เป็นบิดาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
 
ในคืนแต่งงาน “เชเฮราซาด” ได้เริ่มต้นเล่านิทานให้พระราชาฟัง แต่นางก็ได้เล่าแค่เพียงครึ่งหนึ่ง แถมยังทิ้งปมปริศนาในตอนจบเอาไว้อีก ทางฝั่งพระราชาก็อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ เลยตัดสินใจสั่งเลื่อนการประหารชีวิตนางไป (ผิดกับกฏเดิมที่บอกว่าจะประหารชีวิตทันทีในวันต่อมา) ซึ่งในคืนถัดมาเชเฮราซาดก็ได้เล่าตอนจบพร้อมกับเริ่มต้นเล่าเรื่องใหม่อีกครั้ง แถมครั้งนี้นางก็ได้ใช้วิธีเดิม คือการทิ้งปมตอนจบเอาไว้อีก ทำให้พระราชาได้เลื่อนการประหารชีวิตนางออกไปอีกครั้ง เรื่องราวได้ดำเนินต่อไปเช่นนี้เป็นเวลา 1,001 คืน จนกระทั่งเขาเกิดเปลี่ยนใจไว้ชีวิตนางแถมยังแต่งตั้งให้นางเป็นมเหสีของเขาไปเลย (คือตอนจบฟังแล้วดูดี๊ดูดี แต่กว่าจะดูดีได้ ชาร์ยาร์ของเรานั้นโคตรจะโหดร้ายเลย คิดเหมือนกันไหมทุกคน)


 

บ้านผีสิงในกรุงแบกแดด


บ้านผีสิงที่ปรากฏในอาหรับราตรีนี้เป็นเรื่องราวของ “อาลี” พ่อค้าคนหนึ่งที่ได้เดินทางมายังกรุงแบกแดด ก่อนที่เขาจะเข้าพักที่บ้านหลังหนึ่ง ที่เพื่อนบ้านในละแวกนั้นพากันเล่าลือไปต่างๆ นานาว่า มีวิญญาณของ ญิน (ปีศาจตามความเชื่อของคนอาหรับ) อาศัยอยู่ ซึ่งใครก็ตามที่ได้เข้าไปในบ้านหลังนี้ เขาคนนั้นจะถูกวิญญาณของญินหลอกหลอน จนทำให้ตายในวันต่อมา โดยศพจะถูกลากออกไปโดยเชือก ไม่มีใครกล้าแตะต้อง และกล้าเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าจะถูกญินเล่นงานเป็นรายต่อไป ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะถูกแต่งขึ้นมาเพื่อให้ดูน่ากลัว แต่ตอนจบของเรื่องก็เป็นอะไรที่ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะแทนที่อาลีจะถูกหลอก เขากลับได้รับการต้อนรับจากญิน แถมญินยังจะมอบทองคำจำนวนมากให้แก่เขาอีกด้วย (เอ๊ะ หรือว่าญินในนิทานเรื่องนี้จะเป็นผีขี้เหงากันแน่นะ)


 

ญิน


ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี”
 
ไหนๆ ก็พูดถึงญินกันไปแล้ว พี่นัทตี้เลยพาทุกคนมาทำความรู้จักกับญินกันดีกว่า ญิน ได้ถือกำเนิดมาจากพระอัลเลาะห์ จัดเป็นทูตแห่งสวรรค์ เพราะเกิดมาเพื่อทำความดีถวายแด่อัลเลาะห์ โดยญินได้อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ แต่อยู่อีกมิติหนึ่ง มีสังคมเหมือนกับมนุษย์ แต่มีความสามารถเหนือมนุษย์ สามารถทำในสิ่งที่หลากหลายกว่า อายุยืนยาวกว่า สามารถบินได้ ปรากฏกายได้ จำแลงกายได้ แต่ญินก็สามารถหลอกล่อให้มนุษย์หลงผิดได้ด้วย โดยในหนังสืออาหรับราตรี ญิน ถูกรู้จักในนาม “จินนี่”  ยักษ์หรืออสูรจากเรื่องอะลาดินกับตะเกียงวิเศษนั่นเอง


 

เมืองที่ว่างเปล่า


ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี”
 
“เมืองที่ว่างเปล่า” ใน อาหรับราตรี เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านกลุ่มนักเดินเรือกลุ่มหนึ่งที่ได้ทำการสำรวจเส้นทางจนกระทั่งเดินทางไปถึงยังปราสาทแห่งหนึ่งที่ด้านนอกนั้นเต็มไปด้วยสุสาน พวกเขาได้พบกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่หลอกล่อให้พวกเขาเข้าไปยังด้านในของปราสาท ชายสองคนในกลุ่มเกิดตกหลุมเสน่ห์เลยพากันเดินเข้าไป ก่อนจะถูกวิญญาณหลอกหลอน หลังจากนั้นภาพลวงตาก็ได้ลวงศพของชายสองคนนั้น ทำให้เมื่อคนภายนอกมองเข้ามาก็จะไม่สามารถสังเกตได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น 
 
หลังจากนั้นกลุ่มนักสำรวจผู้โชคดี (ที่หนีออกมาได้) ก็ได้เดินทางต่อจนมาถึงอาคารหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทอง แต่บรรยากาศมันช่างเงียบเชียบจนทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ กระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นศพหลายศพที่แช่แข็งอยู่ด้านหน้าทางเข้า บ้างศพก็นั่ง บ้างก็ยืน  ซึ่งถ้าถามว่านิทานเรื่องนี้ต้องการจะสอนอะไรกับเรา สิ่งที่ต้องการจะสอนก็คือเรื่องของความไม่แน่นอนของชีวิต บางคนอาจจะเป็นคนร่ำรวย มีแก้วแหวนเงินทอง มีทุกสิ่งทุกอย่างมาก่อน แต่เมื่อตายไปพวกเขาก็ไม่สามารถเอาสิ่งเหล่านั้นติดตัวไปด้วยอยู่ดี หรือบางคนที่วันๆ ไม่ทำอะไรได้แต่นั่งรอโชคชะตา รอเวลาตายอย่างเดียว เมื่อตายไปก็กลายเป็นคนไร้ค่า เป็นคนที่ไม่มีความภาคภูมิใจในตัวของตัวเองเลย เป็นอะไรที่ดูเหมือนจะซับซ้อน แต่พอได้รู้ความหมายของนัยยะทุกอย่างแล้ว เป็นอะไรที่พี่นัทตี้ว่าเฉียบมากจริงๆ


 

กูล


ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี”
 
หลังจากเราได้รู้จักกับ ญิน ไปแล้ว มาต่อกันที่ปีศาจตนต่อไปกันเลยดีกว่า กูล เป็นปีศาจที่ปรากฏตัวเฉพาะตอนกลางคืน อาศัยอยู่ในสุสาน แถมยังชอบกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งกูลสามารถพรางตัว และสามารถกลายร่างเป็นอะไรก็ตามที่มันอยากจะเป็นเพื่อหลอกล่อผู้ที่เป็นเหยื่อของมัน ซึ่งจากเรื่อง “เมืองที่ว่างเปล่า” ที่ผ่านมา กูลได้แปลงกายเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ตามตำนานของอาหรับได้กล่าวเอาไว้ว่า เราสามารถฆ่ากูลได้ด้วยการระเบิดเพียงแค่ครั้งเดียว ย้ำว่าครั้งเดียว เพราะการระเบิดสองครั้งจะเป็นการพากูลกลับมา ซึ่งตัวละครของกูลนอกจากจะปรากฏตัวในอาหรับราตรีแล้ว ยังปรากฏในภาพยนตร์, ละครโทรทัศน์ รวมถึงวิดีโอเกมอีกด้วย!


 

----------------------


เป็นยังไงกันบ้างจ๊ะสำหรับเรื่องราวดาร์กๆ ในอาหรับราตรี เหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่อีกโลกนึงเลยใช่ไหม เพราะอย่างที่พี่นัทตี้บอกไป น้องๆ หลายคนอาจจะรู้จักอาหรับราตรีจาก อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ หรือบางคนอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ นั้นอยู่ในอาหรับราตรี แถมนอกจาก 5 เรื่องที่พี่นัทตี้หยิบมาแนะนำข้างต้นนี้แล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่สนุกไม่แพ้กัน ถ้าน้องๆ มีโอกาสก็ลองหานิทานอาหรับราตรีมาอ่านกันนะ เพราะนอกจากความสนุกแล้ว ยังมีสาระความรู้ที่แฝงอยู่ในนิทานทุกเรื่องอีกด้วย และสำหรับวันนี้พี่นัทตี้ต้องขอตัวลาไปก่อน บ๊ายบายจ้า


 
พี่นัทตี้ :)


ขอบคุณที่มาดีๆ จาก
https://en.wikipedia.org/wiki/One_Thousand_and_One_Nights
https://www.britannica.com/topic/The-Thousand-and-One-Nights
https://www.britannica.com/list/5-creepy-things-from-the-thousand-and-one-nights
http://blogs.britannica.com/2011/10/ghost-towns-ghouls-frightening-tales-thousand-nights
https://www.britannica.com/topic/jinni
https://en.wikipedia.org/wiki/Ghoul 

 
ชวนอ่าน! 5 เรื่องดาร์กๆ จากนิทานพื้นบ้าน “อาหรับราตรี”
#นิยาย #นักเขียน #นิทาน #นิทานพื้นบ้าน #อาหรับราตรี #ปีศาจ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป