แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา []

วิว


แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน!
กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา


สวัสดีน้องๆ นักอ่านนักเขียนทุกคนจ้ะ เมื่อพูดถึง สตีเฟน คิง สิ่งแรกที่น้องๆ นึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของความสยองขวัญ รวมถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการเขียนของเขา ซึ่งต้องบอกเลยว่าผลงานหลายต่อหลายเรื่องของเขาได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์, ทีวีซีรีส์ รวมถึงละครเวทีกันมาแล้ว แถมยังประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทำให้ผู้คนได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม อีกทั้งยังเป็นการบอกต่อผลงานของเขาให้คนภายนอกได้รู้จัก จนทำให้เขาประสบความสำเร็จกลายเป็นนักเขียนที่ทำรายได้สูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในวงการนักเขียนเลย!


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
ผลงานบางส่วนของสตีเฟน คิง
 
สตีเฟน คิง มีผลงานการเขียนมาแล้วกว่า 50 เรื่อง แถมแต่ละเรื่องที่ออกมาก็ถูกใจนักอ่านแนวสยองขวัญ-ระทึกขวัญกันแทบจะทั้งนั้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาได้ขนาดนี้ พี่นัทตี้คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเขาได้รับการปลูกฝังเรื่องการอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ มีข้อมูลว่าครอบครัวของเขาทุกคนเป็นหนอนหนังสือกันหมดโดยเฉพาะแม่ของเขา ด้วยสาเหตุนี้เลยส่งผลทำให้เขากลายเป็นคนที่รักการอ่าน ชอบการศึกษาค้นคว้า จนนำมาสู่เส้นทางของการเป็นนักเขียน และต้องบอกเลยว่าก้าวแรกของเขาในเส้นทางนี้นั้นคือการเขียนข่าวกีฬามาก่อนนะ! แต่ไปๆ มาๆ เขาก็ได้ค้นพบแนวทางของตัวเองนั่นก็คือการใช้เอกลักษณ์ในเรื่องของความกลัวมาสร้างผลงานอันโดดเด่นและน่าจดจำจนถึงปัจจุบัน


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

1. Carrie 

 
ขอเริ่มต้นกันด้วยผลงานเรื่องแรกของเขากับ Carrie หรือชื่อภาษาไทยว่า สาวสยอง โดย Carrie เป็นการพูดถึงเรื่องราวชีวิตของ แครี่ ไวท์ เด็กสาวมัธยมที่เป็นเด็กขี้อาย ไม่ชอบเข้าสังคม อาศัยอยู่กับแม่ที่เคร่งศาสนาเอามากๆ จึงทำให้ถูกเลี้ยงดูมาไม่ต่างอะไรกับไข่ในหิน โดยแครี่ มักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้งอยู่เป็นประจำ จนเมื่อถึงงานพรอม วันสุดท้ายในรั้วโรงเรียน แครี่ได้เจอเข้ากับเหตุการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าฝันร้าย เธอเลยได้จัดการระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นในใจทุกอย่างออกไป บอกเลยว่าผลที่ตามมานั้นเป็นภาพที่ไม่น่าดูเอาซะเลย
 
ซึ่งเรื่อง Carrie นี้ให้อะไรกับคนอ่านอย่างเรามาก อันดับแรกเลยคือเรื่องของการเลี้ยงดู เพราะเป็นอะไรที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กได้ดีที่สุด การปิดกั้นตัวตน ไม่ยอมให้ลูกได้แสดงออกอะไร ก็ยิ่งทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเก็บกด ไม่พอใจพอได้เจอเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจนิดๆ หน่อยๆ หรือไม่สบายใจมันก็จะยิ่งทำให้เกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา อีกทั้งการถูกสังคมกลั่นแกล้ง การถูกเยาะเย้ยถากถางก็เป็นสิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน ไม่ใช่ทุกคนที่อดทนกับการถูกล้อเลียนนั้นได้ เอาเป็นว่าถ้าน้องๆ คนไหนอยากรู้ว่าบทสรุปของเรื่องราวจะเป็นยังไงต้องไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านกันนะ


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

2. It

 
หนังสือลำดับที่ 22 ของเขา แถมยังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วถึง 2 เวอร์ชัน โดย It นั้นเป็นเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ต้องมาเผชิญหน้ากับปีศาจตัวตลกอย่างเพนนีไวส์ ที่บอกเลยว่ามาพร้อมกับความสยองขวัญจริงๆ แถมไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตากำหนดมาหรือว่าดวงซวยเพราะ ‘มัน’ มักจะออกมาปรากฏตัวทุกๆ 27 ปี และต้องบอกเลยว่าเด็กกลุ่มนี้ได้เจอ ‘มัน’ ถึง 2 ครั้ง 2 คราเลยด้วยกัน 
 
ปีศาจเพนนีไวส์ หรือ ‘มัน’ จากนวนิยายเรื่องนี้เปรียบเสมือนบททดสอบด่านสำคัญที่ทำให้เราเรียนรู้อะไรได้มากมาย หลังจากที่เราได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว โดยข้อคิดข้อแรกที่เราจะได้รับจากเรื่องนี้ก็คือ เราไม่ควรปล่อยให้เด็กๆ อยู่ตามลำพัง เพราะอย่างที่เรารู้ๆ กันว่าจอร์จี้ เด็กน้อยตัวแปรสำคัญของเรื่องนั้นถูกจัดการโดยปีศาจเพนนีไวส์ตอนที่เขาออกมาเล่นตามลำพังนอกบ้าน และอย่างที่สองที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ เราไม่สามารถกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพียงลำพังได้ หากยิ่งได้รับความช่วยเหลือจากคนที่เรารักอย่างกลุ่มเพื่อนๆ และครอบครัวด้วยแล้ว เราจะสามารถเอาชนะความกลัวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเราได้เลยจ้ะ อย่างคำที่เราเคยได้ยินกันมาเนิ่นนานมาแล้วว่า “สามัคคีคือพลัง” ไงล่ะ


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

3. Misery


หนังสือที่ทำให้นักเขียนหลายคนขนลุกขนพองไปตามๆ กัน ด้วยความหวาดกลัว ‘แฟนคลับ’ อย่างแอนนี่ วิคส์ตัวละครสำคัญในหนังสือเล่มนี้ ซึ่ง Misery นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักเขียนคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุต้องมาติดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะตามลำพัง แต่โชคดีที่มีคนช่วยเหลือเขาได้ทัน ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีได้จริงไหม เพราะคนที่มาช่วยเหลือเขานั้นเป็นแฟนคลับของเขา แถมไม่ใช่แฟนคลับธรรมดาๆ เพราะเธอเป็นถึงแฟนคลับอันดับ 1 ! และยังพ่วงความโหดร้ายและความโรคจิตมาพร้อมๆ กันอีกด้วย เอาล่ะสิเห็นทีงานนี้ พอล เชลดอน นักเขียนหนุ่มคนนี้ต้องเตรียมตัวรับศึกใหญ่  ซึ่งพี่นัทตี้บอกเลยว่าหนังสือเล่มนี้ได้รับการันตีจากแฟนหนังสือหลายคนว่าสนุก! ดีงาม! และระทึกขวัญสุดๆ ไปเลย!!


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

4. Christine

ผ่านจากแฟนคลับนักเขียน มาสู่แฟนคลับนักขับกันบ้าง แถมงานนี้แฟนคลับนั้นไม่ใช่คนแต่เป็นรถที่มีชื่อว่า คริสติน! ต้องขอซูฮกในความสามารถเรื่องการคิดพล็อตของสตีเฟน คิงจริงๆ พี่นัทตี้เชื่อว่าเขาคงเขียนมาจากคนที่มีนิสัยรักรถเหมือนลูกอย่างที่เรามักจะเห็นในสังคมแน่ๆ น้องๆ หลายคนคงจะเคยเห็นคนที่ชอบตั้งชื่อให้รถ เรียกว่าน้องอย่างนู้นอย่างนี้ น้องขาว น้องดำ น้องหลาม น้องเงินต่างๆ นานา แต่เห็นทีว่างานนี้บรรดาน้องทั้งหลายคงจะสู้ ‘คริสติน’ คันนี้ไม่ได้ โดยเหตุการณ์ภายในเรื่องนั้นได้เริ่มต้นจากเด็กเนิร์ดคนหนึ่งที่มักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้งอยู่บ่อยๆ จนวันหนึ่งระหว่างที่เขากำลังวิ่งหนีเพื่อนเกเรกลุ่มนั้นเขาก็ได้บังเอิญไปเจอเข้ากับรถแสนสวยคันหนึ่งที่บอกเลยว่ามันทำให้เขาตกหลุมรักมันขึ้นมาตั้งแต่แรกเห็น จนทำให้เขาพยายามชุบชีวิตของมันด้วยการขัดสีฉวีวรรณ ทำทุกอย่างให้มันดูดีขึ้นอีกครั้ง แถมเขายังตั้งชื่อให้มันด้วยว่า ‘คริสติน’ 
 
ด้วยความพยายามทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อมัน ก็เลยทำให้เขาตกหลุมรักคริสตินในที่สุด แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าคริสตินเองก็ตกหลุมรักเขาเช่นเดียวกัน ดังนั้นใครก็ตามที่พยายามกลั่นแกล้งอาร์นี่ เด็กเนิร์ดคนนี้ก็มักจะต้องประสบพบเจอชะตากรรมกับเจ้ารถผีสิงคันนี้แทบจะทั้งนั้น ซึ่งเมื่อยิ่งเวลาผ่านไปคริสตินก็ยิ่งทำให้อาร์นี่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน โดยเขากลายเป็นคนที่มีความมั่นใจมากขึ้น ไม่กลัวคนเหมือนอย่างเก่า แถมยังจะชอบทำตัวเบ่ง ทำตัวเก๋า เพราะว่าเขารู้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา คริสติน ก็มักจะเข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลาตลอด แต่อ่านไปก็แอบน่ากลัว ไม่รู้ว่าสุดท้ายชีวิตของอาร์นี่ และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคริสตินคันนี้จะเป็นอย่างไรต้องมาติดตามกัน!


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

5. Thinner

 
สาวๆ คนไหนเป็นโรคคลั่งผอมต้องลองมาอ่านหนังสือของสตีเฟน คิงเล่มนี้กัน บอกเลยว่าอ่านแล้วจะเกิดความกลัวขึ้นมาเลยทีเดียว ซึ่งจุดประสงค์ของการเขียนหนังสือเล่มนี้ของคิง คือความต้องการจิกกัดสังคมในเรื่องของค่านิยมเรื่องรูปร่าง ที่ไม่ว่าจะเป็นสาวๆ เอย หนุ่มๆ เอยมักจะกลัวไม่กล้าทานอะไรเพราะเกรงว่าน้ำหนักจะขึ้น รูปร่างจะไม่ดี แถมตัวละครหลักของเรื่องนี้ยังเป็นโรคคลั่งผอมแบบมากๆ เพราะเขานั้นเคยอ้วนมาก่อน อ้วนแบบมากๆ เลยด้วยนะ พอลดน้ำหนักได้นิดหน่อยเลยเกิดความตื่นเต้น อยากจะเห็นตัวเองในรูปแบบที่ผอมขึ้นมาสักครั้งให้เป็นบุญตา เขาเลยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองผอมจนในที่สุดความฝันที่อยากจะผอมกลับทำร้ายตัวของเขาจนทำให้กลายเป็นความสยองขึ้นมาในที่สุด!
 
แต่ต้องบอกเลยนะว่าจุดประสงค์ที่มาของการคลั่งผอมนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่ความอยากผอมตั้งแต่ทีแรก แต่เป็นเพราะคำสาปแช่งของหญิงยิปซีคนหนึ่งที่เขาได้ทำการขับรถชนเธอจนเสียชีวิต แถมเขายังไม่รับผิดชอบอีกต่างหาก เอาล่ะซิ คราวนี้หญิงยิปซีเลยจัดการทำให้เขา ‘ผอม’ สมใจ ส่วนจะผอมขนาดไหน น่ากลัวอย่างไร ต้องไปหาหนังสือมาอ่านกันนะจ๊ะ ไม่สปอยล์ๆ


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

6. The Green Mile 

 
อ่านเรื่องสยองขวัญกันมาตั้งเยอะ ใครจะเชื่อล่ะจ๊ะว่าสตีเฟน คิงก็มีมุมซึ้งๆ น่าประทับใจกับเขาเหมือนกัน ซึ่ง The Green Mile หรือ ‘ปาฏิหาริย์แดนประหาร’ ในชื่อไทย นั้นเป็นหนังสือกึ่งดราม่าแฟนตาซีที่บอกเลยว่าซึ้งโดนใจนักอ่านไปทั่วโลก แถมน้องๆ คนไหนไม่ถนัดแนวสยองขวัญ หนังสือเล่มนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตผู้คุมขังคนหนึ่งที่ได้ทำการเล่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของเขาให้เพื่อนที่เป็นหญิงชราคนหนึ่งฟัง โดยเรื่องราวที่เขาได้เล่านั้นได้สร้างความประทับใจและปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น แถมยังทำให้เขาเกิดความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นขึ้นมาเลยทีเดียว 
 
โดยในความทรงจำ นักโทษหนึ่งเดียวที่เขาจำได้นั่นก็คือ จอห์น คอฟฟี นักโทษผิวดำตัวสูงเหมือนยักษ์ที่ถูกจับมาในข้อหาลงมือฆ่าและข่มขืนเด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ 2 คน แต่จอห์นก็ทำการปฏิเสธมาตลอดว่าเขาไม่ได้ฆ่าพวกเธอ แต่ด้วยความที่รูปร่างบวกกับหน้าตาที่ดูน่ากลัวเลยทำให้ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ ซึ่งแรกๆ ที่พอล เอดจ์คอมบ์ อดีตผู้คุมขังคนนี้ได้เจอกับจอห์น เขาก็แอบหวาดกลัวในท่าทางขึงขัง และหน้าตาที่ดูโหดเหี้ยมอยู่เหมือนกัน แต่ทว่าเมื่อได้รู้จักและพูดคุยกันแล้วเขากลับเชื่ออย่างสนิทใจว่าจอห์นนี้เป็นผู้บริสุทธิ์ แถมสุดท้ายก่อนที่จอห์นจะได้ถูกตัดสินประหารชีวิตเขาได้แสดงปาฏิหาริย์บางอย่างให้พอลเห็น ซึ่งทำให้พอลประทับใจและจะไม่มีวันลืมอดีตนักโทษคนนี้อีกเลย…


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

7. The Dead Zone

 
อะ เป็นหนังสือพล็อตดีอีกเรื่องที่พี่นัทตี้แอบทึ่งเบาๆ ว่าป๋าคิงเขาคิดได้ยังไง เพราะ The Dead Zone เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ จอห์นนี่ สมิธ ชายที่ต้องเผชิญกับอาการโคม่ามาได้ 5 ปี แต่อยู่ดีๆ กลับฟื้นขึ้นมาเฉยๆ ซะงั้น และถ้าเป็นการฟื้นขึ้นมาเฉยๆ ก็คงจะน่าทึ่งไม่พอ เพราะเขาดันฟื้นขึ้นมาพร้อมกับพลังวิเศษที่สามารถมองเห็นอดีตและอนาคตของคนรอบข้างเขาได้ 
 
และที่สำคัญก็คือ จุดประสงค์ของสตีเฟน คิงที่เขียนหนังสือเล่มนี้เพราะเขาต้องการสอนให้นักอ่านของเขาตระหนักถึงเรื่องความตายอยู่ตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกับเหตุการณ์ที่มันมาคร่าชีวิตของเราไปเมื่อไหร่ ดังนั้นนิยายเรื่องนี้เลยอยากจะสอนให้ทุกคนรู้จักคุณค่าของชีวิต และดำเนินชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท อ่านมาจนถึงตรงนี้น้องๆ หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าแล้วมันจะสยองได้ยังไง บอกเลยว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เน้นฉากสยองขวัญเท่าไหร่ แต่เน้นบรรยากาศที่ค่อยเป็นค่อยไปจนน่าขนลุกแทน แถมยังไปเข้าตาผู้กำกับท่านหนึ่งที่เอ่ยปากชมผลงานเรื่องนี้ของสตีเฟน คิงว่าเป็นผลงานสยองขวัญที่ไม่แหวะ เพราะเน้นที่ตัวบรรยากาศรอบข้างของตัวละครแทน


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

8. Pet Sematary

 
เป็นหนังสือสยองขวัญในดวงใจของคนรักสัตว์ เพราะ Pet Sematary ได้บอกเล่าเรื่องราวของสุสานสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่งที่เป็นสุสานแห่งความโศกเศร้าของคนเลี้ยงสัตว์ เพราะมันเต็มไปด้วยศพของหมาแมวทั้งหลายที่ถูกฝังเอาไว้ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ามีความสยองขวัญแอบซ่อนอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วยเหมือนกัน!
 
ซึ่งชีวิตอันแสนสุขของ ลูอิส คุณหมอหนุ่มที่เพิ่งจะเริ่มต้นใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่กับครอบครัวมีอันต้องสะดุดเมื่อถูกเตือนจากคนไข้ของเขาคนหนึ่งว่าอย่าเข้าไปใกล้สุสานที่อยู่ติดกับบ้านของเขาโดยเด็ดขาด เพราะมันจะนำพามาด้วยความโชคร้าย ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่แมวตัวโปรดของลูกสาวของเขาดันมาตาย จั๊ด ชายชราเพื่อนบ้านจึงแนะนำให้เขานำมันไปฝังไว้ที่สุสานแห่งนั้นเพื่อเป็นการส่งวิญญาณของมัน แต่ใครเล่าจะไปรู้ว่าการนำไปร่างของแมวไปฝังนั้นจะเป็นการชุบชีวิตของมันให้กลับคืนมาอีกครั้ง แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่แมวตัวเดิมของเขาอีกต่อไป หึๆ...
 
หนังสือเล่มนี้ต้องการสอนให้คนเราหัดยอมรับในชะตากรรมของชีวิต เพราะไม่มีเวทมนตร์คาถาตำราไหนๆ ที่จะสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ การตายเป็นสัจธรรมที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องเจอ เพราะฉะนั้นอย่าฝืนกฏของธรรมชาติถ้าไม่อยากให้ชีวิตวุ่นวายเหมือนอย่างลูอิสในหนังสือเล่มนี้


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

9. The Shining


เป็นหนังสือที่ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ สำหรับ The Shining ที่ต้องบอกเลยว่าตัวละคร แจ็ค ทอร์แรนซ์ จากหนังสือเล่มนี้ได้ติดตราตรึงใจแฟนหนังสือของสตีเฟน คิงแทบจะทั้งนั้น โดย The Shining เป็นเรื่องราวของแจ็ค ทอร์แรนซ์ กับพฤติกรรมเสพติดแอลกอฮอล์ของเขา ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งแจ็คและครอบครัวทอร์แรนซ์จะต้องโยกย้ายพากันมาอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่แจ็คตบปากรับคำว่าจะช่วยเฝ้าในช่วงฤดูหนาวให้ และหลังจากที่สมาชิกในครอบครัวทุกคนพากันย้ายมาอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ ลูกชายของครอบครัวอย่างแดนนี่ ที่จู่ๆ ก็ได้รู้จักกับเพื่อนในจินตนาการของตัวเองขึ้นมา, แจ็ค ได้เจอเพื่อนใหม่ที่เขาคิดว่าเป็นคน (แต่ที่จริงแล้วเป็นผี) และเว็นดี้ ภรรยาของเขาที่ตกอยู่ในอาการหวาดผวาเพราะเวลาที่สามีของเธอดื่มเหล้า เขามักจะคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายของเธอกับลูกอยู่เสมอ อ่านกันมาถึงตรงนี้น้องๆ หลายคนคงจะพอเดากันออกถึงสิ่งที่สตีเฟนพยายามที่จะสื่อสารกับเราในเรื่องของการพฤติกรรมของคนที่เสพติดแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับผู้ที่ดื่มเพียงแค่คนเดียว แต่ยังกระทบไปถึงภรรยา ลูก รวมถึงคนรอบข้างอีกต่างหาก ซึ่ง แจ็ค ทอร์แรนซ์ ก็เป็นตัวละครที่ถ่ายทอดพฤติกรรมดังกล่าวนี้ออกมาได้ดีแถมยังสยองขวัญไปพร้อมๆ กัน


 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา
 

10. The Stand 

 
ขอปิดท้ายกันด้วยหนังสือของสตีเฟน คิงที่เป็นขวัญใจของนักอ่านทั่วโลกอย่าง The Stand หรือชื่อภาษาไทยว่า ความตายสุดขอบฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทดลองอาวุธชีวภาพของประเทศสหรัฐ ที่ใช้เชื้อไวรัสอันตรายระดับสูงที่ในหนังสือนั้นเรียกไวรัสนี้ว่า Captain Tripps มาเป็นส่วนประกอบ ก่อนจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสตัวนี้ออกไป จนทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายกันไปหมด ส่วนคนที่รอดชีวิตก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่คน ซึ่งแต่ละคนที่รอดมานั้นต่างฝันประหลาดคล้ายๆ กันคือการฝันเห็นบุคคลสองคน คนแรกคือ อบิเกล ตัวแทนของความดีและพระเจ้า ส่วนอีกคนคือ แฟลก บุรุษในเงามืดตัวแทนของความชั่วร้ายและซาตาน
 
บอกเลยว่าหนังสือเล่มนี้เป็นอะไรที่จะมาสอนเราเรื่องชีวิตหลังความตายที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี หรือภาษาปากเราเรียกกันว่านรกกับสวรรค์ แถมยังทำให้คนอ่านได้อินกันมากขึ้นกับบทบรรยายในสไตล์ของสตีเฟน คิงที่เรียกได้ว่าดึงคนอ่านไว้ได้อยู่หมัด แถมยังใช้เรื่องของความเชื่อเกี่ยวกับนรกและสวรรค์มาเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องอีกด้วย!


 

--------------------------

อ่านกันจบแล้วจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าหนังสือแต่ละเล่มของสตีเฟน คิงนั้นแตกต่างกันเอามากๆ เลย แต่ความแตกต่างนั้นก็ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานเรื่องเดียวกันนั้นก็คือความเชื่อและความกลัวของมนุษย์ บอกเลยว่าเป็นนักเขียนในดวงใจของพี่นัทตี้ และไม่ใช่ว่าหนังสือที่ดีของเขาจะมีแค่ 10 เล่มที่พี่ได้ยกตัวอย่างไปแค่นั้นนะ เพราะยังมีอีกหลายต่อหลายเรื่องที่สนุกและน่าสนใจไม่แพ้กัน อย่าง The Mist ปีศาจที่มากับสายหมอกก็ยังเป็นผลงานอันลื่อชื่อของสตีเฟน คิงเหมือนกัน ไหนจะมี Cugo หมาสยองขวัญอีกตัวที่พาให้เด็กๆ เกลียดและกลัวสุนัขกันเป็นแถบ เห็นไหมล่ะว่าผลงานของเขานั้นน่าสนใจเอามากๆ ถ้ามีโอกาสน้องๆ ก็ไปหามาอ่านกันนะจ๊ะ มีหลายเล่มอยู่น้าที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยมาแล้ว ลองหาข้อมูลดูกันเนอะ และสำหรับวันนี้พี่นัทตี้ต้องขอตัวไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่ บ๊ายบายจ้า

 
พี่นัทตี้ :)

ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ จาก
http://www.notablebiographies.com/Ki-Lo/King-Stephen.html 
http://www.paperclipsmagazine.com/top-15-stephen-king-books/
https://www.mydomaine.com/best-stephen-king-books
https://www.barnesandnoble.com/blog/every-single-stephen-king-book-ranked/
http://listverse.com/2007/11/26/top-15-stephen-king-books/

 
แฟนสตีเฟน คิงต้องอ่าน! กับ 10 อันดับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเขา  
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nutty

พี่นัทตี้ - ผู้เขียน

บุคคลผู้เสพติดการดูหนังแนวสยองขวัญ ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #สตีเฟน คิง #สยองขวัญ #หนังสือ #ตำนาน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป