​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง []

ไม่มีใครขี้เหร่หรอกนะ ทุกคนสวยในแบบของตัวเองต่างหาก
1,986 0

ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง
 
กลับมาพบกับแอดมินผู้ชื่นชอบเทพนิยายเป็นชีวิตจิตใจอีกแล้วนะคะ สำหรับวันนี้ แอดมินก็ได้หยิบยกเทพนิยายดังๆ มาคุยกันเช่นเคย โดยเรื่องที่เลือกมาวันนี้คือ “ลูกเป็ดขี้เหร่” ค่ะ 
 
แอดมินค่อนข้างมั่นใจว่า ลูกเป็ดขี้เหร่น่าจะเป็นหนึ่งในเทพนิยายที่แพร่หลายมากที่สุดเรื่องหนึ่งของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ซึ่งถ้าใครเคยอ่านก็จะรู้ว่าเทพนิยายของเขามักพูดถึงเวทมนตร์ แม่มด แฟรี่ นางเงือก หรือคนแคระ แต่สำหรับเรื่องนี้ แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ มาก เพราะเน้นไปที่ความสมจริงเป็นหลัก โดยลูกเป็ดขี้เหร่นั้นตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1843 ค่ะ 
 
​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง
ลูกเป็ดขี้เหร่แตกต่างจากลูกเป็ดตัวอื่นๆ เพราะมันคือหงส์
 
ลูกเป็ดขี้เหร่คือตัวแทนคนที่แตกต่างจากคนอื่นในสังคม 
เทพนิยายต้นตำรับทั้งหลาย ชอบพูดเรื่องตัวละครหญิงที่อยากมีลูก เช่น แม่ของราพันเซล ตอนท้องอยากกินผักกาด แม่ของสโนไวท์ อยากมีลูกที่ผิวขาวเหมือนหิมะ ปากแดงเหมือนเลือด หรือไม่ก็เล่าถึงเรื่องของแม่มดหรือเทพธิดาที่ออกมาช่วยทารก เช่นเจ้าหญิงนิทรา และซินเดอเรลล่า แต่ลูกเป็ดขี้เหร่ไปกันคนละทาง เรื่องเริ่มต้นที่แม่เป็ดวางไข่ และไข่ก็แตกออกมา จากนั้นแม่เป็ดก็พบว่า มีลูกเป็ดตัวหนึ่งที่แตกต่างจากลูกเป็ดตัวอื่นๆ ผลก็เลยกลายเป็นว่าเจ้าตัวที่แตกต่างถูกเรียกว่าลูกเป็ดขี้เหร่ ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ มันไม่เหมือนใครเลย ลักษณะการเขียนแบบนี้ ทำให้คนอ่านอย่างเรานึกถึงกฎเกณฑ์ของสังคม ที่ว่าถ้าใครทำอะไรแตกต่าง คนคนนั้นจะดูเป็นคนแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปร่างหน้าตาหรือพฤติกรรมก็ตาม ถ้าไม่เหมือนคนกลุ่มใหญ่ ก็จะไม่เข้าพวก และถูกปฏิบัติไม่แตกต่างจาก “แกะดำ” 
 
ตัวแม่เป็ดเอง อาศัยอยู่ในฟาร์มร่วมกับสัตว์อื่นๆ อีกมาก และมันก็เลี้ยงดูลูกๆ ร่วมกับสัตว์ต่างๆ เหล่านี้ โดยแม่เป็ดคิดว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่ม “ไฮโซ” คือเหนือกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ ในฟาร์ม เพราะงั้น มันจึงเดือดร้อนมากที่ลูกตัวหนึ่งผิดแปลก ไม่เหมือนกับลูกตัวอื่นๆ หัวหน้าฝูงเป็ดมองลูกเป็ดขี้เหร่แล้วก็ไม่พอใจ และสั่งให้แม่เป็ดทำทุกทางเพื่อเปลี่ยนแปลง / พัฒนาให้ลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นเหมือนลูกเป็ดตัวอื่นๆ ลูกเป็ดขี้เหร่ต้องทนอยู่ท่ามกลางสายตารังเกียจจากสัตว์ทุกตัว จนกระทั่งวันหนึ่ง มันก็ได้พบกับพวกห่าน และพบว่าตัวเองบินได้สูงมาก แตกต่างจากฝูงเป็ดของมัน ลูกเป็ดขี้เหร่จึงย้ายไปเข้าพวกกับพวกห่าน จนกระทั่งวันหนึ่ง ฝูงห่านถูกยิง หลังจากประสบการณ์อันเลวร้าย ลูกเป็ดขี้เหร่ก็เลยมาขังตัวอยู่ในกระท่อมร่วมกับไก่และแมว ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ก็เชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าลูกเป็ดขี้เหร่มาก ไก่เชื่อว่าตัวเองวางไข่ได้ ทำประโยชน์ได้ ส่วนแมวนั้นก็เป็นสัตว์อันสูงส่งอยู่แล้ว ลูกเป็ดขี้เหร่ไม่อยากสุงสิงกับสัตว์ทั้งสองชนิดมาก เพราะรู้สึกว่าเข้ากันไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง มันออกไปว่ายน้ำในสระ และเมื่อเงยหน้ามองท้องฟ้า ก็ได้เห็นฝูงหงส์บินผ่านไป ลูกเป็ดขี้เหร่แปลกใจมากที่พบว่าพวกหงส์นั้นมีลักษณะแปลกตา มันแช่น้ำจนหนาวและหมดสติไป จากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือจากสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิต่อมา ลูกเป็ดขี้เหร่เติบโตขึ้นและพบว่าตัวเองกลายร่างเป็นหงส์ไปเสียแล้ว 
  
และมันก็ไม่รู้เลยว่าควรจะรับมือกับสภาพของตัวเองอย่างไรดี 
 
​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง
ลูกเป็ดขี้เหร่ไม่เหมือนเป็ดตัวไหนเลย
 
​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง
ตอนเกิดมาก็ไม่เหมือนใครแล้ว
 
ลูกเป็ดขี้เหร่ก็คือประวัติชีวิตของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน 
นักวิจารณ์หลายคนเชื่อกันว่า... ลูกเป็ดขี้เหร่นั้น คือประวัติชีวิตของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สันเอง เขามองว่าตัวเองเกิดมาผิดที่ผิดทาง ตัวแอนเดอร์สันเริ่มเขียนเทพนิยายเมื่ออายุได้ 39 เขาไม่ชอบเรียนหนังสือเลย และต่อต้านมันด้วยซ้ำ ช่วงแรกๆ แอนเดอร์สันได้แค่ตีพิมพ์เรื่องสั้นและบทกวีไม่กี่เรื่อง ก็ยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ชื่อเสียงไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จนกระทั่งต่อมา ความสำเร็จเริ่มเข้ามาหา ฐานะของเขาเฟื่องฟูขึ้น อยู่ดีกินดี ได้ใช้ชีวิตร่วมกับชนชั้นสูง ทั้งที่พื้นฐานเขาไม่ใช่คนร่ำรวยมาจากไหนเลย 
 
ความคล้ายคลึงของแอนเดอร์สันกับลูกเป็ดขี้เหร่ก็คือ เขาประสบความสำเร็จได้ในสิ่งที่ฝัน แต่ก็ต้องอาศัยระยะเวลา ลูกเป็ดขี้เหร่เอง เคยแอบเห็นฝูงหงส์บินผ่านไป และทึ่งกับฝูงหงส์เหล่านั้น แต่กว่ามันจะโตกลายเป็นหงส์ที่สวยสง่าก็ต้องอาศัยระยะเวลา โดยระหว่างนั้น มันเองก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองมีดีพอจะกลายเป็นหงส์ได้ ช่วงแรกๆ ของการเขียน แอนเดอร์สันไม่ประสบความสำเร็จเลย กว่าจะประสบความสำเร็จเขาต้องใช้เวลาหลายปี นั่นแหละ จากลูกเป็ดขี้เหร่ เขาก็กลายร่างกลายเป็นหงส์ และได้ใช้ชีวิตร่วมกับบรรดาชนชั้นสูงตามที่เขาต้องการ แต่ก่อนหน้านั้น เขาได้เผชิญกับการดูถูกเหยียดหยาม ทำร้ายจากคนรอบตัวเยอะมาก เพียงเพราะเขามีความคิดผิดแปลกแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่เหมือนกันมากๆ อีกอย่างคือ ลูกเป็ดขี้เหร่ได้รับฟังความคิดจากสัตว์ต่างๆ มากมาย และถูกดูถูก ถูกมองว่าเป็นแกะดำ แถมยังโดนพยายามหล่อหลอมให้กลายเป็นแบบสัตว์อื่นๆ เสมอ แอนเดอร์สันเองก็เผชิญกับเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน ไม่ได้มีใครชื่นชมกับสิ่งที่เขาทำ ตรงกันข้าม เขาโดนขัดขวาง และโดนปฏิเสธมากมาย จนถึงวันที่เขาประสบความสำเร็จ ทุกอย่างจึงได้เปลี่ยนไป
 
และเขาเองก็ไม่ต่างจากลูกเป็ดขี้เหร่ คือไม่รู้ว่าควรจะวางตัวเช่นไร   
 
เชื่อกันว่าเหตุผลที่ตัวแอนเดอร์สันเลือกทางสายนักเขียน มาเป็นกวี เพราะเขารู้สึกว่าตัวตนที่เป็นอยู่ไม่อาจเข้ากับสังคมที่ตัวเองอยู่อาศัย อย่างที่ทราบกันดีว่า แอนเดอร์สันนั้นเติบโตมาในกลุ่มของชนชั้นกลางไปจนถึงล่าง ซึ่งไม่ได้ยกย่องอาชีพนักเขียนเท่าที่ควร การกระทำของเขาจึงกลายเป็นเรื่องผิดแปลกในสังคมนั้นๆ และนั่นคือเหตุผลทำให้แอนเดอร์สันต้องหาทางประสบความสำเร็จ และเข้าสู่งสังคมของชนชั้นสูงในที่สุด ในเทพนิยายลูกเป็ดขี้เหร่นั้น ลูกเป็ดถูกดูถูกถางถาง ทั้งจากกิริยาวาจาและการกระทำหลายๆ รูปแบบ นั่นคือประสบการณ์ที่แอนเดอร์สันพบเจอเมื่อสมัยยังอายุน้อยๆ เขาต้องทนรับฟังคำพูดแรงๆ จากคนรอบตัวที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ชีวิตของเขา และสิ่งนั้นคงทำให้เขารู้สึกเลวร้ายจนต้องตัดสินใจเขียนเรื่องลูกเป็ดขี้เหร่ขึ้น
 
จะว่าไปแล้ว ทั้งคู่เหมือนกันมาก เพียงแต่ว่าแอนเดอร์สัน เป็นมนุษย์ที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ส่วนลูกเป็ดขี้เหร่ เป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย...
 
​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง
ลูกเป็ดขี้เหร่พยายามทำตัวให้เหมือนเป็ด
 
​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง ลูกเป็ดขี้เหร่และฝูงของมัน
  
ลูกเป็ดขี้เหร่พูดถึงความสวยงามในแบบสากล 
เคยได้ยินไหมที่เขาว่าความสวยนั้นเป็นสากล นั่นคือ คนทุกคนต่างก็สวยในแบบของตัวเอง ลูกเป็ดขี้เหร่สะท้อนให้เห็นแนวคิดเช่นนั้น เมื่อเจ้าลูกเป็ดอยู่ในสังคมของลูกเป็ด รูปร่างหน้าตาที่แตกต่างทำให้มันถูกเพื่อนๆ ล้อเลียน รังแก และถากถางว่า “ขี้เหร่” “อัปลักษณ์” แค่เพราะมันแตกต่าง ก็ทำให้กลายเป็นความไม่เหมาะสม ความน่ารังเกียจได้ เทพนิยายเรื่องนี้จึงสื่อคนอ่านได้รู้ว่า แม้คนเราจะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนขี้เหร่หรือดูแย่ ไม่ใช่ว่าในสังคมที่นิยมแต่คนขาว ผอม หน้าใส แล้วคนที่มีผิวคล้ำ อ้วน จะกลายเป็นคนขี้เหร่ เพราะทุกคนต่างก็มีความสวยได้ในแบบของตัวเอง ลูกเป็ดขี้เหร่ก็เช่นกัน ท้ายที่สุด ทุกคนก็ได้รู้ว่า... ความงามของมันจะเปล่งประกายก็ต่อเมื่อได้อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมนั่นเอง เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเกิดมาเป็นแบบไหน รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร หรือโดนทำร้ายด้วยคำพูดแรงๆ แค่ไหน ก็ไม่ควรท้อแท้หรือรู้สึกแย่ เพราะถ้าเราอดทนและต่อสู้ต่อไป สักวันมันก็จะเป็นวันของเราในที่สุด 

สรุปคือ ลูกเป็ดขี้เหร่เป็นเทพนิยายที่พูดเรื่องการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น รวมไปถึงยอมรับความแตกต่างของผู้อื่นในสังคมนั่นเอง 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
https://www.shmoop.com/hans-christian-andersen/ugly-duckling.html
https://www.worldstory.net/en/stories/the_ugly_duckling.html 
https://www.tor.com/2018/05/17/artistry-and-unfairness-the-ugly-duckling/ 
http://www.andersen.sdu.dk/vaerk/hersholt/TheUglyDuckling_e.html 
http://www.umich.edu/~childlit/UglyDuckling/display1.htm 
 
​ลูกเป็ดขี้เหร่ : เพราะทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง
#นิยาย #นักเขียน #ลูกเป็ดขี้เหร่ #เทพนิยาย #ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป