รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์ []

วิว

รู้หรือไม่
‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของ
เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่า ใกล้เทศกาลคริสต์มาสเข้ามาทุกทีแล้ว ทางค่ายหนังอย่างวอลท์ดิสนีย์ก็ไม่พลาดที่จะร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันหยุดด้วยการปล่อยภาพยนตร์แนว Live-Action แฟนตาซี หรือหนังที่ดัดแปลงจากเทพนิยายสู่หนังฉบับคนแสดงที่มีเรื่องราวสมจริงมากๆ ออกมาให้แฟนๆ ค่ายหนังดิสนีย์ได้ร่วมผจญภัยไปกับดินแดนที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์เหมือนดังทุกปี และในปีนี้ก็เป็นเรื่องราวของ “The Nutcracker and the Four Realms” หรือชื่อไทยว่า “เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์” ที่ดัดแปลงมาจากนิยาย The Nutcracker and the Mouse King (1816) ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) และการแสดงบัลเลต์ของคลาสสิคของไชคอฟสกี เพื่อเล่าเรื่องราววันคริสต์มาสอีฟให้เป็นเรื่องมหัศจรรย์สุดคลาสสิกที่น่าจดจำและน่าตื่นเต้น สมกับการสร้างสาวน้อยมหัศจรรย์คนต่อไป..
 

Clip

ตัวอย่างหนัง


 

ว่าด้วยเรื่อง “The Nutcracker” ฉบับนิยายและฉบับบัลเลต์

ก่อนอื่นเลยเรามาพูดถึง “เดอะนัทแครกเกอร์” กันก่อนว่ามันคืออะไร มีเรื่องราวความเป็นมายังไงเพื่อให้เข้าใจหนังเรื่องนี้มากขึ้นว่ามันดัดแปลงเรื่องราวไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งใครที่พอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ แล้วพี่ก็แนะนำให้ทบทวนดูอีกรอบเพราะหนังเรื่องนี้เป็นการดัดแปลงทั้งจากบทนิยายและจากการแสดงบัลเลต์ ส่วนจะเป็นยังไงบ้างนั้น มาดูกันเลย..

เดอะนัทแครกเกอร์หลายๆ เรื่อง มีต้นฉบับมาจาก The Nutcracker and the Mouse King (1816) ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันคริสต์มาสอีฟ (24 ธันวาคม) โดยครอบครัวของเด็กสาวที่ชื่อ คลาร่า ฟริทซ์ ได้จัดงานเลี้ยงขึ้น และเด็กสาวได้รับของขวัญวันคริสต์มาสจากพ่ออุปถัมภ์ของเธอเป็นที่ขบเปลือกลูกนัท (Nutcracker) ที่ทำเป็นรูปตุ๊กตาทหารใส่ชุดสีแดง เธอชื่นชอบของขวัญชิ้นนี้มากเลยนำตุ๊กตานัทแครกเกอร์ไปนอนด้วย ในคืนนั้นคลาร่าตื่นมากลางดึก และพบว่าตุ๊กตาที่ขบเปลือกลูกนัทได้กลายร่างเป็นเจ้าชายเพื่อขับไล่หนูที่เข้ามาบุกรุกห้องของเธอออกไป จากนั้นเจ้าชายได้พาเธอไปยังดินแดนมหัศจรรย์ซึ่งเป็นดินแดนแห่งขนมหวาน มีพระราชินีและพระราชาออกมาให้การต้อนรับพวกเธอด้วยระบำต่างๆ เธอเต้นรำกับเจ้าชายอย่างมีความสุข จนกระทั่งเธอลืมตาตื่นขึ้นมา.. จึงรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความฝัน และเป็นฝันที่เธอมีความสุขที่สุด 
 
เกร็ดความรู้ 
เดอะนัทแครกเกอร์เป็นที่ขบเปลือกลูกนัทค่ะ มีลักษณะคล้ายคีมสำหรับบีบลูกนัทให้เปลือกที่แข็งแตกออกมา เพื่อให้เราได้แกะเนื้อขางในออกมากินได้ง่ายๆ นั่นเอง ซึ่งนัทแครกเกอร์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับชาวยุโรปมาก เพราะลูกนัทถือเป็นอาหารและขนมขบเคี้ยวอย่างหนึ่ง ที่ชาวยุโรปนิยมนำมาทำเป็นอาหารพิเศษในวันคริสต์มาส เช่น นำไปย่าง หรือคั่วไฟให้ร้อนๆ แล้วนำมาผสมกับสลัด หรืออาหารประเภทต่างๆ 
 
สำหรับเดอะนัทแครกเกอร์ฉบับบัลเลต์ เป็นการแสดงบัลเลต์ที่ได้เค้าโครงมาจากนิยายของ อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ เรื่อง Der Nussknackert und der Mausekönig ในภาษาเยอรมัน (เรื่องเดียวกันกับนิยายเลยค่ะ) ซึ่งบทส่วนใหญ่ยังมีส่วนของเค้าโครงจากเรื่องเดิมอยู่มาก เพราะมีเรื่องราวการผจญภัยของเด็กสาวกับเจ้าชายที่ชวนให้น่าติดตาม โดยเรื่องพื้นฐานของเดอะนัทแครกเกอร์คือการที่เด็กสาวคนหนึ่งได้รับของขวัญเป็นตุ๊กตาที่ขบเปลือกลูกนัทในวันคริสต์มาสและตุ๊กตากลายร่างเป็นเจ้าชายในเวลาต่อมา ซึ่งไชคอฟสกีได้นำเรื่องราวของเดอะนัทแครกเกอร์มาตีความใหม่เพราะเขาเห็นว่าเรื่องราวของเดอะนัทแครกเกอร์มีเนื้อเรื่องบางส่วนที่เครียดและรุนแรงเกินไป จนไม่เหมาะที่จะนำมาแสดงเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส เช่น การล้างแค้นของราชาหนูและการต่อสู้จนเกิดความเสียหาย เป็นต้น เขาจึงได้ปรับเปลี่ยนเรื่องราวและทำการแสดงบัลเลต์คลาสสิคด้วยการคัดเลือกบางส่วนของดนตรีประกอบบัลเลต์ออกมาจัดแสดงคอนเสิร์ตและใช้ชื่อว่า "เดอะนัทแครกเกอร์สวีท โอปุสที่ 71 เอ" (The Nutcracker Suite, Op. 71a) และแสดงบรรเลงในปี 1892 จนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกของไชคอฟสกีที่ได้รับความนิยมจากผู้คนจำนวนมาก จนกลายเป็นเรื่องราวของบัลเลต์เทพนิยายที่เกิดขึ้นในคืนก่อนวันคริสต์มาส และกลายเป็นธรรมเนียมวันหยุดไปทั่วโลก
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 

เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์ คือ อลิซในแดนมหัศจรรย์กับตำนานแห่งนาเนียร์ 

จากเรื่องราวของเดอะนัทแครกเกอร์ที่กลายเป็นตำนานด้านการแสดงบัลเลต์ ดิสนีย์ได้นำเรื่องราวตำนานเหล่านี้มาสานต่อเรื่องราวให้เข้าถึงผู้คนทั่วโลกมากขึ้นด้วยการนำเดอะนัทแครกเกอร์มาเล่าใหม่อีกครั้ง  พร้อมปัดฝุ่นทั้งต้นฉบับดั้งเดิมและการแสดงบัลเลต์เอามารวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน จนกลายเป็นภาพยนตร์ช่วงคริสต์มาสสุดคลาสสิกในชื่อ “เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์” ที่เล่าเรื่องของคลาร่าที่ต้องออกตามหากุญแจวิเศษที่หายไป เป็นกุญแจที่ใช้สำหรับเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่แม่ผู้จากไปของเธอได้ให้ไว้ การเดินทางสู่อาณาจักรมหัศจรรย์ของคลาร่า เริ่มต้นขึ้นในวันคริสต์มาสอีฟ เธอได้รับเชือกสีทองจากดรอสเซลเมเยอร์ซึ่งเป็นพ่ออุปถัมภ์ เธอเดินตามเส้นเชือกสีทองไปเรื่อยๆ จนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยหิมะ คลาร่าได้เจอกับนายทหารคนหนึ่งที่ชื่อว่าฟิลิปส์ และพบกับผู้พิทักษ์ทั้ง 3 ดินแดนได้แก่ ดินแดนแห่งเกล็ดหิมะ ดินแดนแห่งดอกไม้ และดินแดนแห่งขนมหวาน คลาร่าได้รู้เรื่องราวและปัญหาที่เกิดขึ้นในอาณาจักรทั้งสี่ ทำให้เธอและฟิลิปส์ ต้องผจญภัยเพื่อไปให้ถึงดินแดนที่ 4 ซึ่งเป็นดินแดนของมาเธอร์จิงเจอร์ เพื่อค้นหากุญแจที่หายไป และนำความมั่นคงกลับมาสู่ทั้งสี่อาณาจักร
 
ซึ่งจากเรื่องย่อของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์ เราจะเห็นได้ว่าเรื่องราวที่นำมาเล่าใหม่นั้น ผ่านการตีความในรูปแบบใหม่ และเน้นเรื่องราวของการผจญภัยมากกว่าการต่อสู้ของเดอะนัทแครกเกอร์ (ที่ขบเปลือกลูกนัท) รวมถึงการกลายร่างเป็นเจ้าชายตามแบบฉบับตั้งเดิม จึงเป็นที่น่าสนใจว่าดิสนีย์ได้ดัดแปลงเรื่องราวการผจญภัยของคลาร่าในแดนมหัศจรรย์ไปในรูปแบบไหน และจะมีการผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจยังไง ซึ่งเราคงต้องไปรอลุ้นกันในหนังแล้วค่ะ แต่จากทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาแล้วนั้น...
 
“ตำนานที่เรารู้จักมีด้านมืดซ่อนอยู่” ถือเป็นคำโปรยที่แสดงให้เห็นถึงแก่นเรื่องเดอะนัทแครกเกอร์ฯ ได้ดีมากๆ เลยค่ะ โดยในทีเซอร์ปรากฏฉากที่ทำให้เราได้เห็นโลกอีกด้านหนึ่งที่ดูน่ากลัวคล้ายกับเรื่องอลิซในแดนมหัศจรรย์ และตำนานแห่งนาเนียร์อยู่มาก สังเกตได้จากการที่คลาร่าตัวละครเอกเดินตามเส้นด้ายสีทองเพื่อตามหากุญแจวิเศษ และระหว่างทางเป็นโถงที่ดูมืดสลัว สะท้อนให้เห็นถึงลางร้ายที่เชือกเส้นนี้อาจพาเธอไปยังสถานที่ต้องห้าม คล้ายกับตอนที่เด็กสาวในเรื่องนาร์เนียร์เปิดตู้เสื้อผ้าและเจอดินแดนแห่งใหม่ซึ่งรายล้อมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนเหมือนกัน จากนั้นเรื่องราวก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นด้วยการผจญภัยในแดนมหัศจรรย์ของคลาร่า ในดินแดนต่างๆ ซึ่งคล้ายกับการเดินทางของเด็กหญิงอลิซในแดนมหัศจรรย์นั่นเอง ดังนั้น เรื่องราวของเดอะนัทแครกเกอร์ฯ ที่ดัดแปลงมาจากบทนิยายและการแสดงบัลเลต์นั้น ถือเป็นการดำเนินเรื่องที่ชวนน่าติดตามและน่าค้นหาความจริงอยู่มาก เหมือนดังเรื่องราวของอลิซในแดนมหัศจรรย์และตำนานแห่งนาเนียร์ที่ติดอยู่ในใจผู้ชมเสมอมา 
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 

“คลาร่า” กับการตามหากุญแจที่หายไปในสี่อาณาจักรมหัศจรรย์

รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
การผจญภัยของเด็กสาวนามว่าคลาร่า เหมือนเป็นโชคชะตาที่ลิขิตมาแล้วว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น จากในทีเซอร์เราจะเห็นว่าเธอช่างเป็นสาวน้อยแสนไร้เดียงสาที่บังเอิญต้องไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย เธอทำตามคำชี้แนะของผู้ปกครองและคนอื่นๆ เพราะเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกที่เธอกำลังอยู่นี้เลย ซึ่งหากเราเป็นคลาร่า พี่เชื่อว่าทุกคนไม่มีทางที่จะขัดขืน นอกจากพยายามยอมรับและปรับตัวให้อยู่ในโลกแห่งนี้ให้ได้ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พี่คิดว่าหนังเรื่องนี้กำลังมอบบทเรียนบางอย่างให้เราอยู่ รวมถึงการที่เด็กสาวต้องเดินทางไปผจญภัยในดินแดนที่สี่ ซึ่งเป็นดินแดนของเหล่าแม่มดและกองทัพหนู คลาร่าถือเป็นเด็กสาวที่มีความมุ่งมั่นและมีความกล้าที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ โดยไม่หลีกหนี ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ดิสนีย์สร้างตัวละครออกมาให้เป็นไอดอลที่ดีกับเด็กๆ ได้ เรามาดูกันว่าแต่ละอาณาจักรที่คลาร่าต้องเผชิญนั้น มีเรื่องราวและความเป็นมายังไงบ้าง.. 
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 
พระราชวัง (The Palace) 
เริ่มกันที่จุดกึ่งกลางของทั้งสี่อาณาจักรกันก่อนเลย สถานที่แห่งนี้ถือเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของดินแดนทั้งสี่ โดยปราสาทแห่งนี้ถูกใช้เป็นรัฐสภาที่ผู้นำแต่ละอาณาจักรใช้ในการประชุมร่วมกัน และในห้องโถงของพระราชวังจะมีบัลลังก์ที่สามารถมองเห็นได้ทั้งสี่ทิศ ซึ่งแต่ละทิศแทนที่ตั้งของแต่ละอาณาจักรนั่นเอง
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 
อาณาจักรแห่งดอกไม้ (Land of Flowers)
อาณาจักรแห่งนี้ประดับไปด้วยดอกไม้หลากสีสันและกังหันลมขนาดใหญ่ ประชาชนในดินแดนแห่งนี้ประกอบอาชีพเกษตรกร คอยผลิตแป้งและข้าวสาลีจำนวนมากเพื่อให้เพียงพอต่อทั้งสี่อาณาจักรค่ะ
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 
อาณาจักรเกล็ดหิมะ (Land of Snowflakes) 
เรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจในเมืองแห่งนี้คือสถาปัตกรรมของบ้านเรือนที่ออกแบบมาจากน้ำแข็งนั่นเอง รวมถึงการคมนาคมที่มีการเดินทางด้วยเลื่อนกับกวางที่ชวนให้คิดถึงช่วงคริสต์มาสมากๆ  โดยผู้คนในเมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง ผู้ผลิตน้ำแข็ง และคนงานเหมืองแร่ค่ะ 
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 
อาณาจักรแห่งขนมหวาน (Land of Sweets)
อาณาจักรแห่งนี้น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ จำนวนมาก ตามนิทานเรื่อง “ฮันเซลและเกรเทล” ซึ่งเป็นนิทานพื้นบ้านของฝั่งยุโรปที่โด่งดังมาก โดยดินแดนแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยของหวานทั้งบ้านเรือนและการแต่งกาย มีการค้าขายขนมหวานเป็นสินค้าหลักค่ะ   
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 
อาณาจักรที่สี่ (The Fourth Realm)
แต่เดิมอาณาจักรแห่งนี้ชื่อว่า ‘อาณาจักรแห่งสวนสนุก’ ปัจจุบันถูกมาเธอร์จินเจอร์ยึดอำนาจและเข้าปกครองโดยไม่ชอบธรรม ทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเมืองลี้ลับที่ผู้คนเริ่มไม่พูดถึง และไม่มีใครกล้าเข้าไปในอาณาจักร เพราะสภาพบ้านเมืองแม้จะสวยงามแต่ชวนขนหัวลุกจนผู้คนจากเมืองต่างๆ ถึงกลับหันหลังให้เลย 
 
ซึ่งจากทั้งสี่อาณาจักร คลาร่าต้องเดินทางตามกุญแจในแต่ละเมืองไปอย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งพี่เอาใจช่วยให้เธอหากุญแจของแม่ให้เจอ ไม่หลงมัวเมาติดกับไปอยู่อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่ง เพราะแต่ละดินแดนนั้น ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราหยุดอยู่กับที่จนลืมความต้องการที่แท้จริงของเราได้ 
 

“วันคริสต์มาสอีฟ” ช่วงเวลาแห่งความลึกลับและความหวัง 

“มันคือวันคริสต์มาสอีฟ ช่วงเวลาแห่งความลึกลับและความคาดหวัง
ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

 
นี่คือเสียงเตือนของดรอสเซลเมเยอร์ พ่อทูนหัวของคลาร่าที่ปรากฏอยู่ในทีเซอร์ ต้องย้อนกลับไปเล่าถึงวันคริสต์มาสอีฟกันก่อนว่าวันนี้เป็นวันตามวัฒนธรรมตะวันตกที่นิยมเฉลิมฉลองกันในวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงการประสูติของพระเยซู โดยจะนับวันใหม่คือช่วงเวลาหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ซึ่งวันคริสต์มาสอีฟในเรื่องเดอะนัทแครกเกอร์ถือเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ มีความหวังตามความเชื่อในวันดังกล่าว ซึ่งก็คือ การแขวนถุงเท้าเพื่อรอคอยของขวัญจากซานตาครอสนั่นเอง โดยการเริ่มเรื่องในวันคริสต์มาสอีฟเป็นการบอกเล่าถึงช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านการเป็นผู้ใหญ่ การเติบโต และการตามหาความฝันของเด็กๆ ที่เริ่มเติบโตและเรียนรู้วัฒนธรรมสืบต่อไป

นอกจากนี้ อีกหนึ่งความหวังที่สำคัญที่สุดในเดอะนัทแครกเกอร์ ก็คือ ความหวังของหญิงสาวนามว่าคลาร่า ที่ต้องการกุญแจมาเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่ได้จากแม่ของเธอ รวมถึงความหวังของทุกคนที่จะรวมทุกอาณาจักรให้กลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้อีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของความหวังที่ทุกคนรอคอยในวันคริสต์มาสอีฟ.. 
 
รู้หรือไม่ ‘ความหวัง’ คือหัวใจสำคัญของเดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์
 
ไม่มีอีกแล้วเจ้าชายที่ถูกสาปให้กลายเป็นที่กระเทาะเปลือกลูกนัทในนิทาน.. หรืออาจจะมีกันนะ? ถ้าใครอยากรู้ต้องเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเอามาบอกต่อกันด้วยนะ ว่าเหมือนนิยายต้นฉบับบ้างรึเปล่า พี่คิดว่าเดอะนัทแครกเกอร์เป็นเรื่องราวที่สนุกชวนเพ้อฝันสำหรับเด็กๆ มาก และก็เป็นเรื่องราวที่ช่วยทำให้เรามีจินตนาการมากขึ้นอีกด้วย ในอีกมุมหนึ่งพี่มองว่าหนังเรื่องนี้กำลังสอนให้เด็กๆ มีความฝัน มีความหวัง และมีความกล้ามากขึ้น ผ่านตัวละครคลาร่าที่ได้ผจญภัยไในดินแดนต่างๆ เพื่อค้นหาความจริงและมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง พี่หวังว่าบทความนี้จะทำให้น้องๆ ดูหนังอย่างสนุกและกลับมาคิดทบทวนตัวเองได้ว่า “เรากล้าที่จะทำเพื่อตัวเองและคนอื่นแล้วรึยัง?” 
 
พี่แนนนี่เพน 

 
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

Deep Sound แสดงความรู้สึก
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #The Nutcracker and the Four Realms #เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์ #The Nutcracker #ดิสนีย์ #The Nutcracker and the Mouse King

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป