ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล []

วิว
 


 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน เมื่อหลายปีก่อนเคยมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่โด่งดังเป็นปรากฎการณ์มากๆ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้ ความฮอตฮิตถึงขั้นทำให้มีเวอร์ชั่นหนังสือคลอดตามมาติดๆ ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาว ทำนองเดียวกันเธอคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาในร่างของเขา… ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนถึงตำนาน “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” ความเชื่ออันโด่งดังของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรื่องนั้นจะเป็นอะไรไม่ได้เลย นอกจาก “Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ” 

เอาล่ะ ที่เกริ่นมาซะยืดยาวขนาดนี้ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ แค่ในวันนี้พี่น้ำผึ้งจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” ตำนานอันโด่งดังที่ซ่อนอยู่ใน Your Name และเป็นตำนานรักอันสวยงามของชาวญี่ปุ่นต่างหาก บอกเลยว่านี่เป็นเรื่องราวที่โรแมนติกมากๆ อ่านจบแล้วรีบมองหาด้ายแดงที่ปลายนิ้วก้อยของเราเลยทีเดียว
 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล
เชื่อกันว่าที่ปลายนิ้วก้อย...มีด้ายแดงล่องหนที่ผูกโยงไปยังเนื้อคู่ของเรา
(via: ภาพยนตร์ Your Name)

 

หลับตาลงนะ ลองจินตนาการว่าร่างกายของเราโปร่งใส น้องๆ มองเห็นเส้นเลือดที่เชื่อมต่อทุกส่วนของร่างกายของเราหรือเปล่าคะ? เราเป็นหนี้ชีวิตต่อแม่น้ำเหล่านี้แหละ เอาล่ะ นั่นไม่ใช่ประเด็น ไหนน้องๆ ลองสังเกตอีกเส้นเลือดหนึ่งที่เป็นเส้นสำคัญหน่อยซิ เส้นเล็กๆ เส้นนั้นแหละมันเชื่อมโยงระหว่างหัวใจกับนิ้วก้อยของเรา! มันเกิดจากหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

น้องๆ คะไอ้เจ้าเส้นนี้นี่แหละที่ทำให้นิ้วที่น่าจดจำที่สุดเป็น “ตัวแทน” สำคัญสำหรับหัวใจของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงพบว่า ในหลายวัฒนธรรม เมื่อคนสองคนให้คำมั่นสัญญา คำสาบาน หรือกล่าวคำปฏิญาณต่อกัน พวกเขาจะเกี่ยวก้อยกันเพื่อให้หัวใจสามารถสื่อถึงกันได้

อย่างไรก็ตาม ตามตำนานของญี่ปุ่น ใครว่าเส้นที่เชื่อมนั้นจบลงที่ปลายนิ้ว ไม่จริงเลย เพราะไอ้เจ้าเส้นบางๆ ไม่ได้จบลงที่ปลายนิ้วค่ะ มันยังคงอยู่ในรูปแบบของเส้นด้ายสีแดงที่มองไม่เห็นซึ่ง “ไหล” ออกมาจากนิ้วก้อยเล็กๆ ของเรา แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วโลกและมันจะไปพันกับสายสีแดงของใครอีกคนหนึ่ง...ที่เชื่อมต่อกับหัวใจของเรากับคนนั้น พูดเป็นภาษาง่ายๆ ตามความเชื่อคนไทยก็คือ คนนั้นเป็น “เนื้อคู่” หรือ “บุพเพสันนิวาส” ของเรานั่นเอง

 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล
(via: Fireden.net)
 

เมื่อคนสองคนที่ถูกเชื่อมโยงด้วยด้ายสีแดงเส้นเดียวกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง พวกเขาจะแวะเวียนและวนมาเจอกันจนได้ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาจะได้พบกันไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแสนไกลเป็นร้อยไมล์หรืออยู่คนละซีกโลก และไม่ว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่แตกต่างกันแค่ไหน พวกเขาจะวนมาพบกันและได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

แน่นอนว่าเมื่อมันเกิดขึ้น การพบกันนั้นจะส่งผลกระทบบางอย่างกับพวกเขาอย่างรุนแรง พวกเขาจะรู้สึกเเน่นแฟ้นหรือรู้สึกเหมือนเคยพบกันมาก่อน อย่างไรก็ตามในบางครั้งด้ายแดงก็สามารถยืดหรือหดหรือพันกันยุ่งเหยิงได้ ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของแต่ละคน แต่มัน...จะไม่มีวันขาดโดยเด็ดขาด

ตามภวปรัชญา (Ontology) ที่ว่าด้วยภาวะการมีอยู่ ตำนานด้ายแดงแห่งโชคชะตาเป็นวิธีที่จะทำให้เราเข้าใจแผนการเดินทางของเราในการพบกับ “คนที่ใช่” เปรียบเสมือนกับพล็อตที่กำหนดไว้ซึ่งความสัมพันธ์ของคู่รัก การที่เราชอบหรือตกหลุมรักใครสักคน รวมทั้งเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นและทุกคนที่เราได้พานพบเจอ ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของด้ายแดงที่ถักทอและนำพาให้คนสองคนได้มาเจอกัน

 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล
(via: Peace Quarters)
 

ตำนานญี่ปุ่นเล่าว่า “เฒ่าจันทรา” ชายชราที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์จะลงมาบนโลกมนุษย์ทุกๆ คืนเพื่อค้นหาจิตวิญญาณที่เหมาะสมจะเป็นคู่กัน โดยมีเงื่อนไขว่าสองดวงวิญญาณนั้นจะต้องสามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ เมื่อเฒ่าจันทราพบแล้ว เขาจะชักนำให้ทั้งคู่มาพบกันด้วยด้ายแดงล่องหน ทั้งนี้ต่อให้ไม่ว่าอุปสรรคขวากหนามจะเยอะขนาดไหน แต่ทั้งสองจะมาบรรจบพบเจอกันไม่วันใดก็วันหนึ่งอยู่ดี

นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นพ่อสื่อ เฒ่าจันทราสามารถผูกปมเพื่อให้ทั้งคู่ได้เจอกันเพื่อความรักเร็วขึ้น หรือทำให้ด้ายแดงพันกันยุ่งเหยิงเมื่อรู้สึกว่าทั้งคู่อาจจะเจอสมหวังกันเร็วเกินไป นอกจากนี้พ่อสื่อจากดวงจันทร์ยังทำหน้าที่ตัดด้ายแดงด้วย “กรรไกรวาสนา” เมื่อเห็นว่านั่นไม่ใช่ความรักที่เหมาะสม เรียกได้ว่าจะเจอคนที่ใช่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพ่อสื่อเฒ่าจันทราคนนี้แหละ!

สรุปง่ายๆ เลยว่าด้ายแดงที่ไหลออกจากปลายนิ้วก้อยของเราจะไปจบลงที่ใครสักคนที่ถูกลิขิตมาเพื่อให้เป็นคนที่ใช่ของเรา ดังนั้นไม่ต้องเสียใจว่าเหตุใดเรายังไม่เจอคนที่ใช่สักที เพราะบางทีเส้นด้ายของเราอาจพันกันยุ่งเหยิงมากเกินไป
 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล
เยว่ เซีย โหลวและเด็กชาย
(via: Chinese Language School in Taiwan)

 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา ณ เมืองจีน

ตำนานด้ายแดงแห่งโชคชะตาไม่เพียงแต่แพร่หลายในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ฝั่งเมืองจีนเองก็มีเรื่องราวเช่นเดียวกัน แถมยังมีพ่อสื่อจากดวงจันทร์นามว่า “เยว่ เซีย โหลว” ที่ทำหน้าที่คล้ายกันด้วย! หน้าที่ของเยว่ เซีย โหลวคือการจับคู่คนบนโลกให้แต่งงานกันด้วยการผูกด้ายแดงล่องหนที่นิ้วก้อยของพวกเขา

ตำนานเล่าว่า วันหนึ่งขณะที่เด็กชายคนหนึ่งกำลังกลับบ้าน เขาเจอกับชายแก่ (เยว่ เซีย โหลว) ที่ยืนใต้แสงจันทร์ เยว่ เซีย โหลวอธิบายกับเด็กชายว่า ตัวของเด็กชายมีเส้นด้ายสีแดงบางๆ เส้นหนึ่งที่เชื่อมโยงระหว่างเขากับว่าที่ภรรยาในอนาคต ไม่เพียงแค่นั้น เยว่ เซีย โหลวยังทำหน้าที่พ่อสื่อที่ดีด้วยการพาเขาไปเจอกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะกลายเป็นภรรยาของเขาในอนาคต ด้วยความที่ตัวเองยังเด็กเกินไปแถมไม่สนใจเรื่องการมีภรรยา เขาจึงหยิบหินก้อนหนึ่งแล้วปาไปยังเด็กคนนั้นและวิ่งหนีไป 

หลายปีผ่านไป จากเด็กชายเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ เมื่อถึงเวลาต้องแต่งงานมีครอบครัว พ่อแม่ของเขาก็จัดหาภรรยามาให้ ในคืนวันแต่งงาน ภรรยาของเขารออยู่ในห้องนอนพร้อมทั้งใช้ผ้าคลุมปิดหน้าตามธรรมเนียม ครั้นเมื่อเปิดผ้าคลุมออกมาชายหนุ่มก็ต้องตะลึงในความงามของเธอ เขาพอใจมากที่ภรรยาของเขาเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม เธอสวมเครื่องประดับบนคิ้วของเธอ ชายหนุ่มจึงถามเธออย่างสงสัยว่าเหตุใดต้องสวมมันด้วย เธอจึงเล่าให้ฟังว่าตอนที่เธอยังเด็ก มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเขวี้ยงหินใส่เธอแล้ววิ่งหนีไป หินนั้นบาดคิ้วจนกลายเป็นแผลเป็น เธอจึงปกปิดมันด้วยเครื่องประดับ เท่านั้นแหละชายหนุ่มจึงระลึกได้ทันทีว่านี่คือเด็กผู้หญิงที่เยว่ เซีย โหลวพาไปเจอในวัยเด็ก และนั่นแสดงให้เราเห็นว่าคนเราถูกเชื่อมโยงกันด้วยด้ายแดงแห่งโชคชะตา 

ดังนั้นที่ประเทศจีน พวกเขาเชื่อว่าทันทีที่เด็กเกิดมา เขาหรือเธอได้เชื่อมต่อกับบุคคลสำคัญในชีวิตของเขาแล้ว และเมื่อวันครบรอบวันเกิดผ่านไปในแต่ละปี เส้นด้ายนั้นจะร่นลงและจะยิ่งนำพาคนที่ใช่ให้มาเจอกัน ยิ่งมันร่นลงเร็วมากแค่ไหน เนื้อคู่ของเราก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมมากเท่านั้น

 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล
(via: ภาพยนตร์ Your Name)
 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตาโยงไปไกลถึงยุโรป

ใครว่าความเชื่อเรื่องด้ายแดงหรือเนื้อคู่จะมีแค่ทางฝั่งตะวันออกเท่านั้น ขอเซย์โนตัวโตๆ เพราะความจริงแล้วทางฝั่งตะวันตกเองก็มีตำนานด้ายแดงแห่งโชคชะตาเช่นกัน เรื่องราวมีอยู่ว่าจักรพรรดิได้ยินว่ามีแม่มดทรงพลังมากอาศัยอยู่ในเมืองหนึ่งของอาณาจักรเขา เธอคนนี้สามารถมองเห็นด้ายสีแดงแห่งโชคชะตาที่จะช่วยให้เขาได้เจอกับเนื้อคู่ที่แท้จริง จักรพรรดิจึงเชิญแม่มดมาที่พระราชวัง

เมื่อแม่มดมาถึง จักรพรรดิสั่งให้เธอมองหาปลายอีกข้างหนึ่งของด้ายแดงที่ผูกไว้กับนิ้วก้อยของเขาและพาเขาไปหาคนที่จะเป็นภรรยาของเขา แม่มดตอบตกลงกับคำขอนี้เเละเริ่มต้นออกตามหาจุดสิ้นสุดของด้ายสีแดง การค้นหานี้นำพวกเขาไปยังตลาดในชนบท ด้ายแดงนั้นสิ้นสุดที่ผู้หญิงยากจนคนหนึ่งที่กำลังขายเครื่องถ้วยของเธอ ในอ้อมแขนนั้นมีลูกน้อย เมื่อพวกเขามาถึงชนบทที่ว่านั่น แม่มดก็หยุดตรงหน้าผู้หญิงคนนี้และขอร้องให้เธอลุกยืนขึ้นก่อนจะพบว่าด้ายแดงสิ้นสุดที่ปลายนิ้วก้อยของทารกน้อย 

“ด้ายของเจ้าสิ้นสุดที่นี่” แม่มดหันไปบอกจักรพรรดิหนุ่ม ได้ยินดังนั้นจักรพรรดิก็กราดเกรี้ยว คิดว่าแม่มดหลอกเขา ก่อนจะหันไปผลักหญิงชนบทที่กำลังอุ้มทารกเพศหญิง ทำให้เด็กร่วงออกจากอ้อมแขนหล่นลงสู่พื้น เด็กน้อยร้องจ้าพร้อมกับบาดแผลขนาดใหญ่บนหน้าผากที่กลายเป็นแผลเป็นในเวลาต่อมา ไม่เพียงแค่นั้น จักรพรรดิหนุ่มยังจับแม่มดขังคุกและลงโทษตัดหัวด้วย

หลายปีผ่านไปเมื่อจักรพรรดิจะต้องอภิเษกสมรส ที่ปรึกษาของศาลแนะนำให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของนายพลที่มีอำนาจมาก เขายอมรับคำแนะนำนั้นและจัดงานแต่งงานในวันถัดมา ทันทีที่เข้าไปในวิหาร จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นมองเจ้าสาวในชุดสวยที่กำลังเดินเข้ามาในวิหาร ทันทีที่เขาเปิดผ้าคลุมหน้าของเธอ เขาก็เห็นว่าบนใบหน้าที่สวยงามของเธอมีรอยแผลเป็นแปลกๆ บนหน้าผาก นั่นทำให้เขารู้เลยว่าเธอคือทารกน้อยคนนั้นที่แม่มดเคยบอก

 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา: เส้นด้ายงดงามที่เชื่อมโยงคนสองคนแม้จะอยู่ห่างไกล
(via: ภาพยนตร์ Your Name)

 

จากสองตำนานสุดโรแมนติกข้างต้นนำมาสู่ความเชื่อเรื่องของด้ายแดงที่แพร่หลายไปทั่วโลกซึ่งกล่าวว่า "มันผูกเรากับเนื้อคู่ของเรา" น้องๆ เคยคิดกับตัวเองบ้างมั้ยว่า “คนๆ นี้เข้ามาในชีวิตของเราด้วยเหตุผลบางอย่าง” ถ้าเคยล่ะก็…ค่อนข้างเป็นไปได้ที่เราจะพูดถูก และอาจเป็นไปได้ว่าโชคชะตาได้ชี้นำให้เราไปในจุดที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนอื่นได้ (อย่าลืมสิว่าการที่เราก้าวเข้าไปในชีวิตใครบางคนก็ถือว่าเราเปลี่ยนเขาไปแล้วส่วนนึงนะ)

ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม พวกเราทุกคนมีเส้นด้ายล่องหนที่ปลายนิ้วก้อย ไม่ว่ามันจะสั้น ยาว หรือพันกันยุ่งเหยิงแค่ไหน แต่เส้นด้ายนี้จะไปจบลงที่ใครบางคนที่เป็นเนื้อคู่ของเรา และที่สำคัญ เจ้าเส้นด้ายนี้ไม่ได้โยงไปหาทุกๆ คน แต่มันจะโยงไปแค่ “คนที่ใช่” ของเราเท่านั้น... คนที่มีปลายด้ายสีแดงแห่งโชคชะตา

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://brightside.me/wonder-curiosities/the-red-string-of-fate-a-beautiful-japanese-legend-140105/
http://www.faena.com/aleph/articles/the-legend-of-the-red-string-of-japan/
https://bashabracelet.com/us/red-string-fate/
https://en.wikipedia.org/wiki/Red_thread_of_fate

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #your name #ด้ายแดงแห่งโชคชะตา #ด้ายแดง #ความรัก #เนื้อคู่ #soulmate #twin flame

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป