เชื่อได้มั้ย! 10 คนนี้บอกว่าเขาเคยเห็นนางเงือกตัวจริง! []

วิว

เชื่อได้มั้ย! 10 คนนี้บอกว่าเขาเคยเห็นนางเงือกตัวจริง!
 
สมัยเด็กๆ เวลาอ่านเทพนิยาย เคยคิดเหมือนกันไหมว่า... เฮ้ย ตัวละครแปลกๆ ในเรื่อง สัตว์วิเศษ หรืออะไรที่เราไม่เคยเจอนี่อาจจะมีตัวจริงอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลก นางเงือกก็เช่นกัน เป็นตำนานที่มีเสน่ห์มากๆ เป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับ เป็นตัวละครที่มีเรื่องราวต่างๆ นานา และชวนให้เราอยากรู้จักให้มากกว่านี้อีกและอีก หลายครั้งเราก็อดคิดไม่ได้ว่า... ถ้านางเงือกมีจริง จะเป็นแบบไหนกัน จะสวยไหม หรือจริงๆ แล้ว หน้าตาเหมือนปีศาจกันแน่ จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ในอดีต มีบุคคลมากมายที่อ้างตัวว่าเคยเห็นนางเงือกมาก่อน ตามไปอ่านพร้อมๆ กันว่า คนเหล่านั้นเป็นใครและพวกเขาพูดถึงนางเงือกว่าอย่างไร 
 
เชื่อได้มั้ย! 10 คนนี้บอกว่าเขาเคยเห็นนางเงือกตัวจริง!
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
ในปี ค.ศ. 1492 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ล่องเรือเดินทางเพื่อค้นหาโลกใหม่ และได้พบกับอเมริกา ซึ่งเขาเข้าใจผิดว่าเป็นทวีปเอเชียในตอนแรก นอกจากจะค้นพบทวีปใหม่แล้ว คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสยังได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน เขาได้เขียนไว้ในบันทึกว่า... ระหว่างที่ล่องเรือไปตามแม่น้ำ ใกล้กับสาธารณรัฐโดมินิกัน เขาเชื่อว่าตัวเองมองเห็น “เงือกสามตน” ซึ่งเขาบรรยายว่า ไม่ได้สวยงามเหมือนในภาพวาด ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ต่อมาในภายหลัง นักวิเคราะห์หลายๆ คนเชื่อว่า... สิ่งที่โคลัมบัสเห็นไม่น่าใช่สิ่งมหัศจรรย์ แต่น่าจะเป็น “พะยูน” มากกว่า และส่วนที่เขาเห็นอาจเป็นแค่ส่วนล่าง ไม่มีศีรษะ เชื่อกันว่ามีนักเดินเรือหลายคนก็มองเห็นพะยูนเป็นตัวไซเรนหรือเงือกเหมือนกัน  
 
ทาโร่ โฮริบะ 
ในช่วงปี ค.ศ. 1943 สงครามโลกครั้งที่สองกำลังเข้มข้น กลุ่มทหารญี่ปุ่นได้บุกรุกเกาะแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย และได้รายงานว่าพบเห็นตัวประหลาดในน้ำและรอบๆ เกาะ คำบรรยายคือสัตว์ประหลาดนั้นหน้าตาเหมือนมนุษย์ แต่มีปากเหมือนปลาคาร์ป และมีฟันขนาดใหญ่แหลมคม สูงประมาณ 3 ฟุต มีผิวสีชมพู สัตว์ประหลาดปรากฎตัวทั้งในน้ำและบนชายหาด ถ้าหากเดินเข้าไปใกล้ มันก็จะหนีลงไปในน้ำ และไม่ปรากฎตัวอีก เมื่อทหารญี่ปุ่นถามคนพื้นเมืองเกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้ ทุกคนบอกว่า มันคือนางเงือก หรือภาษามาเลเซียเรียกกันว่า Orang Ikan แปลว่า... “มนุษย์ปลา” มีรายงานว่าชาวประมงท้องถิ่นจับตัวมันได้และส่งต่อให้กับทหารญี่ปุ่น ซึ่งก็คือทาโร่ โฮริบะ เขารายงานว่าสัตว์ประหลาดมีหน้าตาครึ่งมนุษย์ครึ่งลิงและครึ่งปลา ขยับนิ้วมือและนิ้วเท้าได้ด้วย โฮริบะไม่ได้ถ่ายภาพมันไว้ จึงทำให้การวิเคราะห์ลำบาก และไม่อาจสรุปได้ว่าสัตว์ประหลาดที่เขาค้นพบคือตัวอะไรกันแน่ 
 
ผู้นำกลุ่มแคลนของชาวสก็อตช์ 
ในปีค.ศ. 1830 ได้มีรายงานว่า... มีผู้หญิงตัวเล็กๆ ปรากฎตัวที่บริเวณชายฝั่งของสก็อตแลนด์ ผู้คนพยายามไล่จับ แต่นางก็หลบหนีไปได้ตลอด เด็กๆ ปาก้อนหินใส่ นางก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ยอมขึ้นจากน้ำ ไม่กี่วันต่อมา... ได้มีการพบร่างของผู้หญิงคนดังกล่าวบนชายหาด บุคคลสำคัญในช่วงเวลานั้นคือ ผู้นำกลุ่มแคลน และนายอำเภอ พวกเขาบอกว่า รูปลักษณ์หน้าตาของผู้หญิงคนนั้นเหมือนเด็กสี่ขวบ ผิวขาวซีด ผมดำยาว ส่วนครึ่งล่างนั้นเหมือนครีบของปลาแซลมอน หัวหน้ากลุ่มแคลนรีบนำร่างผู้หญิงใส่ในโลงศพและฝังไว้ใกล้กับโบสถ์ น่าเสียดายที่ไม่มีการระบุชัดเจนว่าหลุมศพของนางอยู่ตรงไหน ไม่อย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันน่าจะขุดร่างมาพิสูจน์ได้ว่า แท้จริงแล้ว นางเงือกที่ทุกคนคิดเป็นอะไรกันแน่ แต่ตำนานนี้ไม่ใช่ตำนานนางเงือกเรื่องเดียวของสก็อตแลนด์ ในปี ค.ศ. 1833 อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ได้เขียนรายงานว่ามีชาวประมงจับนางเงือกเป็นๆ ได้ และพวกเขาได้ศึกษาร่างกายของนางเงือกอย่างละเอียด เป็นเวล 3 ชม. ก่อนจะปล่อยตัวนางไป รายงานระบุว่าหน้าตาของนางเงือกเหมือนลิง มีรูปร่างเหมือนผู้หญิง และมีหางแบบฉลาม 
 
คนทรงแห่งฮากาตะ 
ประเทศญี่ปุ่นเชื่อในตำนานนางเงือกอยู่แล้ว เชื่อกันว่า... ถ้าใครอยากพบนางเงือกให้ไปที่วัดริวกุจิ ฟุกุโอกะ ในปี ค.ศ. 1222 เชื่อกันว่ามีนางเงือกมาปรากฎตัวที่อ่าวฮากาตะ คนทรงประกาศว่า... นางเงือกเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งดีๆ และที่วัดริวกุจิก็มีร่างของนางเงือกฝังอยู่ด้วย ใครเดินทางมาที่วัดแห่งนี้จะได้ดื่มน้ำผสมกระดูกของนางเงือก เชื่อกันว่า... น้ำนี้สามารถรักษาโรคร้ายได้หลายโรค ปัจจุบัน ก็ยังมีความเชื่อว่ากระดูกของนางเงือกยังคงอยู่ที่วัดนี้ นักท่องเที่ยวก็จะไปสักการะหลุมศพของนางเงือก ซึ่งก็ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นนางเงือกจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ที่ได้โอกาสตรวจสอบ ระบุว่ามันเป็นกระดูกของสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง
 
เฮนรี่ ฮัดสัน   เชื่อได้มั้ย! 10 คนนี้บอกว่าเขาเคยเห็นนางเงือกตัวจริง!
นักสำรวจชาวอังกฤษผู้นี้เป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกาเหนือในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ต่อมาได้มีการนำชื่อของเขาไปตั้งชื่อแม่น้ำฮัดสันเพื่อเป็นเกียรติ ระหว่างการเดินเรือ ฮัดสันพบอุปสรรคหลายๆ ครั้ง ล้วนแต่เป็นการที่เส้นทางเรือถูกน้ำแข็งขวาง ทำให้ไปต่อไม่ได้ ฮัดสันเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางแต่ไม่ยอมถอยกลับ จนกระทั่งระหว่างการใช้ทางอ้อมที่บริเวณมหาสมุทรอาร์กติก เขาได้เขียนบันทึกว่า ได้เผชิญหน้ากับนางเงือก คำบรรยายระบุไว้ว่า นางเป็นผู้หญิงสาว ผิวขาว ผมยาวสีดำสนิท ฮัดสันบอกว่ามองเห็นหางของเธอด้วย เขาบรรยายลักษณะไว้ว่าเหมือนปลาแมคเคอเรล 
 
เจ้าชายโชโตกุ 
เจ้าชายแห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้มีอำนาจและมีบทบาทสำคัญในช่วงศตวรรษที่ 7 ตัวเจ้าชายนั้น ไม่เชื่อในเรื่องเทพนิยายหรือตำนานมาก่อน แต่พระองค์มั่นใจว่าเห็นเงือกที่ทะเลสาบบิวะ เงือกตนนั้นเป็นผู้ชายและกำลังจะตาย เขาเล่าตำนานของตัวเองให้เจ้าชายฟัง นั่นคือ เขาเคยเป็นชาวประมงมาก่อน และได้ล่องเรือเข้าไปยังพื้นที่ต้องห้าม จึงถูกลงโทษให้กลายร่างเป็นเงือก ก่อนสิ้นใจ เงือกตนนี้ได้ขอร้องให้เจ้าชายสร้างศาลเจ้าเพื่อเก็บรักษาร่างของเขา และเป็นการเตือนให้ชาวประมงคนอื่นได้รู้ว่า ห้ามผ่านทางนี้ ไม่อย่างนั้นอาจโดนคำสาปได้ หากใครสนใจอยากไปเยือน ที่นี่คือ ศาลเจ้าเท็นโชว-เคียวฉะ อยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ  
 
กัปตันริชาร์ด วิทบอร์น 
กัปตันนักสำรวจผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 เขาเป็นผู้นำการต่อสู้กับสเปนและเชี่ยวชาญน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียนเป็นอย่างดี มีประสบการณ์เกี่ยวกับทะเลมากมาย ในปี ค.ศ. 1610 ที่ชายฝั่งนิวฟาวด์แลนด์ กัปตันบันทึกไว้ว่าได้พบเห็นบรรดาเงือกว่ายน้ำอย่างร่าเริงระหว่างที่เขากับลูกเรือล่องเรือผ่านไป เขาบอกว่าเงือกเหล่านั้นว่ายน้ำได้เร็วมากและดำลงไปในน้ำหลายครั้ง จากนั้นก็พุ่งขึ้นเหนือน้ำ กัปตันยังเขียนบรรยายว่ามองเห็นรูปร่างของนางได้ชัดเจน ทั้งบ่าและแผ่นหลัง มีนางเงือกขึ้นมาบนเรือด้วย แต่ว่ากะลาสีหวาดกลัวและไล่ตีจนนางหนีไป 
 
กัปตันจอห์น สมิธ
นักเดินเรือผู้โด่งดัง กัปตันจอห์น สมิธ ผู้เกี่ยวพันกับโพคาฮอนทัส มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เขาคนนี้ก็บอกว่าเคยเจอนางเงือกเช่นกัน ในปี ค.ศ. 1614 แต่นางเงือกของเขาไม่เหมือนคนอื่น เนื่องจากมีผมสีเขียว หน้าตาไม่สวยงาม สมิธบอกว่าเห็นนางแหวกว่ายอยู่ในน้ำ และช็อกมากที่เห็นว่าผู้หญิงที่ว่ายน้ำอยู่ไม่ใช่คน แต่มีหางเป็นปลา นักวิเคราะห์หลายคนจึงเชื่อว่า สิ่งที่สมิธเห็นน่าจะเป็นพะยูนมากกว่า เพราะอ่าวที่เขาแล่นเรือผ่านมีพะยูนอยู่มากมาย 
 
โจรสลัดเคราดำ เชื่อได้มั้ย! 10 คนนี้บอกว่าเขาเคยเห็นนางเงือกตัวจริง!
เอ็ดเวิร์ด ทีช หรือเจ้าของฉายาโจรสลัดเคราดำ เคยล่องเรือผ่านทะเลแคริบเบียน เคราดำมีลูกเรือมากถึง 300 คน และมีเรือที่ใหญ่โตมาก ในปี ค.ศ. 1718 เคราดำแตกหักกับลูกเรือและถูกจับได้ จากนั้นก็โดนฆ่า จากนั้นได้มีการยึดบันทึกของเขา ซึ่งระบุว่า... เขาเคยพบเห็นนางเงือกกับตาตัวเอง เคราดำยังบอกด้วยว่าในทะเลนั้นมี “นางเงือก” อยู่ชุกชุมทีเดียว ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เขาได้บันทึกไว้เป็นความจริงหรือไม่ แต่โจรสลัดผู้นี้ก็เป็นผู้กว้างขวางและรู้จักน่านน้ำเป็นอย่างดี 
 
เฮนรี่ ล็อกส์ 
ชาวประมงที่อาศัยอยู่แถวเพนซิลเวเนีย เขาเป็นหนึ่งในชาวประมงที่มีชื่อเสียงและรู้จักแม่น้ำในเขตนั้นอย่างละเอียด ในปี ค.ศ. 1881 เขารายงานว่าได้พบนางเงือก 5 ตนในแม่น้ำ Susquehanna โดยบรรยายว่า... นางเงือกนั้นออกมาอาบแดด และลอยตัวเล่นน้ำกันอย่างสบายใจ พอเรือแล่นผ่าน ก็ดำน้ำหนีหายไป เมื่อถูกถามว่า... นางเงือกถือหวีและกระจกเหมือนในเทพนิยายหรือไม่ ล็อกส์ตอบว่า อาจจะถือก็ได้แต่เขาไม่ทันสังเกตเพราะตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นคนร้าย เรื่องนี้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นด้วย และมีผู้คนมากมายตามหานางเงือก แต่ก็ไม่มีใครค้นพบเหมือนที่ล็อกส์พบแต่อย่างใด 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
http://listverse.com/2019/01/15/10-totally-reliable-mostly-sane-people-who-have-seen-a-mermaid/
https://en.wikipedia.org/wiki/Mermaid 
https://www.livescience.com/39882-mermaid.html 
http://www.realmermaids.net/mermaid-history/history-of-mermaid/ 
https://oceanservice.noaa.gov/facts/mermaids.html 
http://www.sirenasmediterraneanacademy.com/en/the-academy/history-of-mermaids/
 
เชื่อได้มั้ย! 10 คนนี้บอกว่าเขาเคยเห็นนางเงือกตัวจริง! 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นางเงือก #เมอร์เมด #เมอร์แมน #เทพนิยาย #ตำนาน #ไซเรน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป