/>

​ตอนฟังคิดยังไงบ้าง 10 Little Indians เพลงกล่อมเด็กที่มีเนื้อหาเหยียดผิวและการฆาตกรรม! []

วิว

ตอนฟังคิดยังไงบ้าง 10 Little Indians
เพลงกล่อมเด็กที่มีเนื้อหาเหยียดผิวและการฆาตกรรม! 

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านทุกคน เดาว่าหลายๆ คนในที่นี้น่าจะเคยได้ยินเพลงกล่อมเด็กที่ชื่อ 10 little Indians มาบ้าง บางคนอาจไม่ได้ยินจากเพลง ก็ได้ยินจากหนังสือแนวฆาตกรรมทั้งหลาย เพราะไม่ว่าจะเป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์หรือแอร์คูล ปัวโรต์ ต่างก็เคยมีฆาตกรที่นำเอาเพลงนี้ไปประกอบการฆาตกรรมทั้งสิ้น ตัวแอดมินเอง ก็รู้จักเพลงนี้ครั้งแรกตอนอ่าน แอร์คูล ปัวโรต์ นี่แหละค่ะ หนังสือเล่มนั้นชื่อตอนว่า And Then There Were None เป็นประโยคปิดท้ายเพลงที่จะสื่อว่า... และสุดท้ายก็ไม่เหลือ (อินเดียนแดง) สักคน จำได้ว่าตอนอ่าน อกาธา คริสตี้ นักเขียนได้ปลุกบรรยากาศหลอนๆ ชวนขนลุก ทำให้คนอ่านอย่างเราถึงกับอินตามไปด้วยเลยว่า... เอ๊ะ เพลงกล่อมเด็กมีเนื้อหาหลอนขนาดนี้เลยเหรอ ว่าแล้วเรามาคุยเรื่องเนื้อหาเพลงในเวอร์ชั่นแรกเริ่มเดิมทีกันเลยดีกว่า 
 
อินเดียนแดงสิบคน เพลงกล่อมเด็กเนื้อหารุนแรง 
 
Ten little Injuns standin’ in a line, One toddled home and then there were nine; 
อินเดียนแดงน้อยสิบคนเข้าแถว หนึ่งในนั้นเดินกลับบ้านจึงเหลือเพียงเก้า
Nine little Injuns swingin’ on a gate, One tumbled off and then there were eight. 
อินเดียนแดงน้อยเก้าคนเล่นอยู่บนประตูรั้ว หนึ่งในนั้นตกลงมาจึงเหลือเพียงแปด 
Eight little Injuns gayest under heav’n. One went to sleep and then there were seven; 
อินเดียนแดงน้อยแปดคนสนุกสนานภายใต้บรรยากาศเหมือนสวรรค์ หนึ่งในนั้นหลับไปจึงเหลือเพียงเจ็ด  
Seven little Injuns cuttin’ up their tricks, One broke his neck and then there were six. 
อินเดียนแดงน้อยเจ็ดคนกำลังผ่าฟืน หนึ่งในนั้นคอหักจึงเหลือเพียงหก 
Six little Injuns all alive, One kicked the bucket and then there were five; 
อินเดียนแดงน้อยหกคนยังมีชีวิตอยู่ หนึ่งในนั้นเตะถังจึงเหลือเพียงห้า 
Five little Injuns on a cellar door, One tumbled in and then there were four. 
อินเดียนแดงน้อยห้าคนนั่งอยู่บนประตูห้องใต้ดิน หนึ่งในนั้นกลิ้งลงมาจึงเหลือเพียงสี่
Four little Injuns up on a spree, One got fuddled and then there were three; 
อินเดียนแดงน้อยสี่คนต่างเพลิดเพลิน หนึ่งในนั้นมึนเมาจึงเหลือเพียงสาม
Three little Injuns out on a canoe, One tumbled overboard and then there were two. 
อินเดียนแดงน้อยสามคนพายเรือแคนู หนึ่งในนั้นตกเรือตายจึงเหลือเพียงสอง 
Two little Injuns foolin’ with a gun, One shot t’other and then there was one;
อินเดียนแดงน้อยสองคนเล่นปืนกันเพลิน หนึ่งในนั้นยิงอีกคนตายจึงเหลือเพียงหนึ่ง
 One little Injun livin’ all alone, He got married and then there were none  
อินเดียนแดงน้อยหนึ่งคนอยู่คนเดียวเลยแต่งงาน แล้วก็ไม่เหลือใครสักคน 
 
อินเดียนทั้งสิบตายด้วยเหตุผลต่างๆ นานา 
 
สำหรับเวอร์ชั่นที่แอดมินยกมาพูดถึงกันก่อนจะเป็นเวอร์ชั่นต้นฉบับ เขียนขึ้นโดยนักแต่งเพลงชื่อว่าเซ็พติมัส วินเนอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1868 และใช้คำว่า Injuns แทน Indians แต่ก็หมายถึงอินเดียนแดงน่ะแหละค่ะ แทบไม่น่าเชื่อว่าเพลงนี้ได้กลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาอยู่บ้าง แต่ว่าก็ยังคงลักษณะดั้งเดิมเอาไว้ นั่นคือ เนื้อหาเกี่ยวกับการหายตัวไป การฆ่าตัวตาย และเต็มไปด้วยความรุนแรง หลังจากนั้นหนึ่งปี คือ ค.ศ. 1869 แฟรงค์ เจ. กรีน ก็ได้เขียนเพลงโดยใช้แรงบันดาลใจจากเพลงนี้ เพลงนั้นมีชื่อว่า Ten Little Niggers หรือ 10 ลิตเติ้ลนิกเกอร์ส ที่หมายถึงเด็กผิวดำสิบคน ในช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ เพลงนี้ได้รับความนิยมมากๆ เพราะพูดถึงความรุนแรงที่คนขาวได้กระทำต่อคนดำหรือคนพื้นเมือง ต่อมา นักเขียนชื่อดังอย่าง อกาธา คริสตี้ ได้นำเพลงในเวอร์ชั่นนี้ไปใช้ในนิยายของเธอ โดยได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย มีการแทนถ้อยคำเพื่อลดความรุนแรงลง เพราะการพูดเรื่องสีผิวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเมื่อถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ ก็ได้มีการนำเอาเนื้อที่เธอเขียนไปใช้ประกอบ จนทำให้คนรุ่นหลังๆ ชินกับเนื้อหาเวอร์ชั่นนี้มากกว่าเนื้อหาในเวอร์ชั่นแรก 
 
อินเดียนแดงสิบคนเวอร์ชั่นคนผิวดำ 
 
เรามาดูเนื้อหากันชัดๆ ค่ะว่าเนื้อหาของเพลง 10 ลิตเติ้ลนิกเกอร์ส ร้องกันอย่างไรบ้าง 
 
Ten little Indian boys went out to dine; One choked his little self and then there were nine. 
อินเดียนแดงน้อยสิบคนล้อมวงกินอาหาร หนึ่งในนั้นสำลักอาหารตายเลยเหลือเพียงเก้า 
Nine little Indian boys sat up very late; One overslept himself and then there were eight. 
อินเดียนแดงน้อยเก้าคนตาสว่าง หนึ่งในนั้นนอนหลับไม่ฟื้นเลยเหลือเพียงแปด 
Eight little Indian boys travelling in Devon; One said he’d stay there and then there were seven. 
อินเดียนแดงน้อยแปดคนเดินทางไปเมืองเดว่อน หนึ่งในนั้นไม่ได้ไปด้วยเลยเหลือเพียงเจ็ด 
Seven little Indian boys chopping up sticks; One chopped himself in half and then there were six. 
อินเดียนแดงน้อยเจ็ดคนผ่าฟืนเป็นกองๆ หนึ่งในนั้นพลาดฟันตัวเองเป็นสองท่อนเลยเหลือเพียงหก 
Six little Indian boys playing with a hive; A bumblebee stung one and then there were five. 
อินเดียนแดงน้อยหกคนไปแหย่รังผึ้ง หนึ่งในนั้นโดนผึ้งต่อยตายเลยเหลือเพียงห้า 
Five little Indian boys going in for law; One got in Chancery and then there were four.
อินเดียนแดงน้อยห้าคนไปวุ่นกับเรื่องกฎหมาย หนึ่งในนั้นถูกพิพากาษให้ตายเลยเหลือเพียงสี่  
Four little Indian boys going out to sea; A red herring swallowed one and then there were three. 
อินเดียนแดงน้อยสี่คนออกท่องทะเลใหญ่ หนึ่งในนั้นโดนปลาเฮอร์ริงกลืนหายเลยเหลือเพียงสาม 
Three little Indian boys walking in the zoo; A big bear hugged one and then there were two. 
อินเดียนแดงน้อยสามคนเดินเล่นในสวนสัตว์ หนึ่งในนั้นโดนหมีรัดตายเลยเหลือเพียงสอง 
Two Little Indian boys sitting in the sun; One got frizzled up and then there was one. 
อินเดียนแดงน้อยสองคนนั่งอยู่กลางแดด หนึ่งในนั้นไหม้เกรียมเลยเหลือเพียงหนึ่ง 
One little Indian boy left all alone; He went out and hanged himself and then there were none 
อินเดียนแดงน้อยหนึ่งคนเหลืออยู่คนเดียว เลยแขวนคอตาย จากนั้นก็ไม่เหลือใคร 
 
เด็กผิวดำสิบคน เวอร์ชั่นนี้ถูกกล่าวหาว่าเหยียดผิว 
 
เราจะเห็นประเด็นน่าสนใจประเด็นแรกเกี่ยวกับเพลงที่ใช้ประกอบนิยายนี้ของอกาธา คริสตี้ คือ... มันกลายเป็นเพลงที่พูดถึงปัญหาการเหยียดสีผิว และความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ ด้วยเนื้อหาหลักๆ พูดถึงเรื่อง “สีผิว” และ “ชนชั้น” กล่าวคือ คนผิวขาวเหนือกว่าคนผิวสี เมื่อนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ออกมาในครั้งแรก อกาธา คริสตี้ ใช้ชื่อตรงๆ ว่า 10 ลิตเติ้ล นิกเกอร์ส แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1939 ได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อให้เป็นว่า And Then There Were None ซึ่งเป็นนิยายเวอร์ชั่นที่แอดมินอ่าน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการลดความรุนแรงของภาษาลงแล้ว มันก็ยังเป็นถ้อยคำที่เหยียดผิวและใช้คำที่บาดความรู้สึกอยู่นั่นเอง ดังนั้น หลายๆ ครั้งที่เพลงนี้ถูกนำไปใช้ จึงมีการเปลี่ยนคำว่า Niggers หรือ Indians ให้กลายเป็นคำอื่นๆ เช่น Soldier Boys หรือ Teddy Bears เพื่อลดความรุนแรงลง นอกจากเรื่องเหยียดผิวแล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่พูดถึงความตาย จึงเป็นเรื่องน่าขนลุกอยู่พอสมควรที่เพลงนี้ถูกนำมาใช้เป็นเพลงกล่อมเด็ก ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นอะไร เนื้อเพลงจะพูดถึงเด็กอินเดียนแดงสิบคนที่ถูกฆ่าตายไปทีละคนเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ในหนังสือของอกาธา คริสตี้ ที่เล่าถึงฆาตกรที่จัดฉาก เชื้อเชิญกลุ่มคนจำนวน 10 คนไปยังเกาะร้าง แล้วไล่ฆ่าไปทีละคนตามเนื้อเพลง นิยายเรื่องนี้ขายได้สูงถึง 100 ล้านเล่ม สร้างภาพยนตร์ในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1945 เวอร์ชั่นอเมริกัน ปี ค.ศ. 1965 เวอร์ชั่นรัสเซีย ค.ศ. 1987 และเป็นซีรี่ส์ของช่องบีบีซีเมื่อปี ค.ศ. 2015 ทุกเวอร์ชั่นล้วนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม คงเพราะเนื้อหาที่พูดถึงบาปที่ตัวละครเคยทำเอาไว้และทุกคนต้องมาชดใช้พร้อมๆ กันที่เกาะนี้ ต่างก็ได้รับคำตัดสินที่ตรงตามบาปที่ตัวเองทำเอาไว้ เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้คือ มันค่อยๆ เฉลยปมออกมาทีละนิดๆ ทำให้คนอ่านอย่างเราสับสนในตอนแรกว่า เพราะอะไรตัวละครนี้ถึงต้องตาย พวกเขาบริสุทธิ์ไม่ใช่เหรอ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฆาตกรคือใคร ทำไมมีคนแค่สิบคน แต่ทุกคนถึงโดนฆ่าตายจนหมด สำหรับแอดมินที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว พบว่าการเฉลยนั้นสมเหตุสมผลดี และตอบคำถามเราได้ครบหมด ที่น่ากลัวคือ มันทำให้เราหวนนึกถึงเรื่องไม่เหมาะสมที่เราเคยทำไว้ ชวนให้สงสัยว่า... มันจะกลับมาหลอกหลอนเราในภายหลังได้หรือไม่ 
 
สรุปแล้ว เพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาไม่ธรรมดาเลย มันไม่ได้สอนแค่การนับเลขหรือการเรียงตามลำดับ จาก 1 ไปครบ 10 แต่ยังสอนเรื่องการกระทำอันไม่เหมาะสม บาปบุญคุณโทษ การชดใช้สิ่งที่ตัวเองเคยทำเอาไว้ และยังพูดถึงความรุนแรงต่างๆ ทั้งการแบ่งชนชั้น การเหยียดชาติพันธุ์ การดูถูกคนที่แตกต่าง กดขี่ข่มเหงด้วย พ่อแม่หลายๆ คน อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดเปลี่ยนใจ มองว่าไม่อยากให้ลูกฟังเพลงแบบนี้เพราะมันรุนแรงเกินไป ไม่เหมาะกับเด็กใสๆ ไร้เดียงสา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อนึกถึงคำที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยพูดไว้ว่า “ถ้าอยากให้ลูกฉลาด ให้พวกเขาอ่านเทพนิยาย” มันอาจทำให้เราคิดได้ว่า... เพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ก็เหมือนกับเทพนิยายนั่นเอง เพราะเวอร์ชั่นต้นฉบับของเทพนิยายมักจะเต็มไปด้วยความรุนแรง บาป ปัญหาสังคม การฆาตกรรม การข่มขืน ต่างๆ นานา เพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน แอดมินคิดว่า... มันอาจเป็นกุศโลบายของผู้แต่งที่จะสอนให้เด็กได้เข้าใจสังคมได้ดีขึ้น และรู้จักวิธีการเอาตัวรอด การอยู่รอดในสังคม การไม่ทำตัวอ่อนแอ จนอาจจะกลายเป็นเหยื่อของคนชั่วได้ และนั่นคือสิ่งที่ทุกคนควรต้องตระหนักและเรียนรู้... เพราะโลกใบนี้ ไม่ได้มีแค่สีขาว แต่มีสีดำแทรกอยู่ด้วยเสมอ 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
https://mvskokemedia.com/ten-little-indians-origin-follows-other-questionable-rhymes/ 
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Ten_Little_Indians?fbclid=IwAR1_p_4J6uRU9oOvcKTy49bvybHCz72qNDyoZoJRBj6dIPfPVgacoft4MTs 
https://newsmaven.io/indiancountrytoday/archive/ten-little-indians-a-genocidal-nursery-rhyme-zdEJZ1XzDE-uez7zs42LEQ/?fbclid=IwAR1fCNZKWU2NXhDOfR-lKvrExpmD-4XF1SX1veuOi5rATOnSgZhfKxoLxdM 
https://www.hackwriters.com/tenlittleindians.htm?fbclid=IwAR3V-W5qCLyRiPHmcL33f-J_mmdFQMBcYTK5B8i7pi6NmL6QnsE0xThGouQ 
https://www.writework.com/essay/analysis-sherman-alexies-short-story-lawyers-league-ten-li?fbclid=IwAR1DIEOw7G0_zT1-lWgWfWUWutMeP9PI73UX119rMJKeNBNj3qYOambOQ40 
https://newsmaven.io/indiancountrytoday/archive/the-history-of-ten-little-indians-q1WdVbswNEu5Hat3KCQoAA/ 
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #10 ลิตเติ้ลอินเดียน #เพลงกล่อมเด็ก #ฆาตกรรม #อกาธา คริสตี้

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป