/>

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป []

วิว


รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย

2 ลัทธิสำคัญ ต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป 


สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน น้องๆ คนไหนที่ชอบอ่านนิยายแปลจีน น่าจะเคยได้ยินนิยายชื่อ “จะรักใครก็รักไป” มาก่อนแน่ๆ เพราะนิยายเรื่องนี้คือตัวท็อปของวงการนิยายแปลจีน ขายดิบขายดีสุดๆ ในงานหนังสือที่ผ่านมา ทำเอานักอ่านที่ตั้งใจไปเปย์นิยายเรื่องนี้โดยเฉพาะต้องผิดหวังกลับบ้านไปเป็นทิวแถว แต่ด้วยความดวงดีที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด (ไม่น่าจะใช่นะ ฮ่า) ก็ทำให้พี่หญิงสามารถแย่งชิงนิยายเรื่อง “จะรักใครก็รักใคร” ชุดสุดท้ายที่วางขายในงานหนังสือประจำวันนั้นมาได้แบบพอดิบพอดีเลยค่ะ 

และเมื่อได้ของมาแล้ว จะรอช้าอยู่ไย ก็ต้องเปิดไปอ่านพิสูจน์ความสนุกกันน่ะสิ ซึ่งมันก็ทำให้พี่หญิงได้พบว่านิยายเรื่องนี้ได้สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับลัทธิต่างๆ ของจีนเข้าไปในเนื้อหาได้อย่างแยบยล พร้อมทั้งยังบอกเล่าถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ของประเทศจีนออกได้อย่างน่าสนใจ อ่านเพลิน ไม่ทำให้รู้สึกเครียดหรือรู้สึกว่ากำลังนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์อยู่เลยค่ะ


รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป
 

และด้วยความน่าสนใจของการสอดแทรกเกร็ดความรู้ต่างๆ ลงไปในเนื้อหาของนิยายเรื่องนี้นี่เอง วันนี้พี่หญิงจึงอยากจะชักชวนทุกคนมาพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นของ “ลัทธิขงจื๊อและฝ่าเจีย” ที่นักเขียนนำมาพูดถึง เผื่อว่าใครมีแพลนอยากอ่าน จะได้มีความเข้าใจเบื้องต้นไว้ก่อน เวลาอ่านไปอ่านจริงๆ จะได้ไม่สะดุด มึนงง หรือสงสัยถึงความเป็นมาของสองลัทธินี้กัน!

 

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

“ปราชญ์กล่าวว่า หากปกครองราษฎรและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยกฎหมายอาญา ราษฎรไม่เพียงละเมิดกฎมาย แต่ยังไม่รู้สึกละอายต่อบาป หากใช้คุณธรรมนำราษฎร กล่อมเกลาพวกเขาด้วยศีลธรรมจรรยา ราษฎรจะละอายต่อบาป และจะทำให้คนเชื่อถือและศรัทธา นี่ถึงจะเป็นผลสัมฤทธิ์ของการสั่งสอนและแนวทางการปกครองอันแท้จริง”

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

กวนซู่อี : จะรักใครก็รักไป 





 

ขงจื๊อ ปรัชญาแนวคิดที่ยึดคุณธรรมเป็นที่ตั้ง

ขงจื๊อ คือลัทธิปรัชญาของจีนที่ก่อกำเนิดขึ้นในยุคสมัยชุนชิวและจั้นกั๋ว มุ่งเน้นคำสอนเกี่ยวกับจริยธรรม ความดี คุณธรรม และพฤติกรรมอันดีงามของมนุษย์ โดยพื้นฐานหลักคำสอนของขงจื่อจะมุ่งนี้ไปที่การพัฒนาคน ใช้หลักคุณธรรมของ "เหริน" หรือความเมตตากรุณามาเป็นข้อกำหนดในหลักความสัมพันธ์ 5 ประการ อันได้แก่...

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป 1. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน ยกย่องผู้ปกครองที่มีเมตตา ขุนนางต้องมีความอ่อนน้อม ถ่อมตน และจงรักภักดี

2. ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรธิดา บิดามารดาต้องให้ความรักแก่บุตรอย่างเท่าเทียม และการกตัญญูต่อบิดามารดาของบุตรคือสิ่งดีงาม 
3. ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา ที่ควรถ้อยทีถ้อยอาศัยกันและกัน
4. ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ควรมีความรักผูกพัน เอื้ออาทรต่อกัน
5. ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน ที่ควรมีความซื่อสัตย์ต่อกัน
 

เมื่อทุกคนปฏิบัติตามหลัก 5 ประการนี้แล้ว ขงจื๊อเชื่อว่าจะสามารถนำความสุขสงบเข้ามาในสังคมได้ “กวนซู่อี” นางเอกจากเรื่อง “จะรักใครก็รักไป” เธอก็คือหญิงสาวที่เกิดในตระกูลผู้นำทางความคิดของลัทธินี้ในยุคสมัยที่บ้านเมืองเติมไปด้วยความยุ่งเหยิงค่ะ ตระกูลกวน คือบัณฑิตผู้ถูกยกย่องจากเหล่านักปราชญ์สำนักขงจื๊อ กวนซู่อีจึงเติบโตมาด้วยคำสั่งสอนที่ยึดมั่นในเรื่องเมตตาธรรม และจริยธรรมอันดีงาม เธอเชื่อว่าขอเพียงตนปฏิบัติตัวให้ดี ถูกทำนองคลองธรรม เป็นลูกที่ดี เป็นภรรยาที่ดี และเป็นมารดาที่ดี ก็จะได้รับความเคารพรัก สิ่งที่ดีตามมาในที่สุด 
 

**หมายเหตุ : เรื่องราวที่เกิดขึ้นในนิยาย ผู้เขียนไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นยุคสมัยใด แต่กล่าวไว้ว่าเป็นยุคที่ถูกปกครองด้วยชนเผ่านอกด่าน และถึงแม้มีการเกิดขึ้นของเมธีร้อยสำนักเกิดขึ้นมากกมาย แต่ฮ่องเต้ได้เชิดชูสำนักขงจื่อเป็นแนวคิดสำคัญ ทำให้อาจนิยามได้ว่า ยุคสมัยในนิยายเรื่องนี้อาจอยู่ในช่วงของ ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ที่เป็นยุคสมัยซึ่งแนวคิดขงจื๊อกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งค่ะ


 

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

“หากไม่มีกฎหมายเข้มงวดไว้คอยควบคุม แล้วจะมีขึ้นนางไว้เพื่อประโยชน์อันใด ใครจะควบคุมราษฎร ใครจะบริหารบ้านเมือง เมือญาติพี่น้องช่วยกันปกปิด ขุนนางปกป้องกันเอง ผู้ปกครองจึงถูกตบตา ด้วยเหตุนี้การปกครองด้วยเมตตาธรรมสามารถทำได้ แต่ไม่อาจปกครองด้วยกฎหมายปกป้องผลประโยชน์ของราษฏรทั่วทั้งแผ่นดิน”

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

กวนซู่อี : จะรักใครก็รักไป 



 

สำนักฝ่าเจีย จุดเริ่มต้นของการใช้กฎหมายในจีน


หากกล่าวว่าลัทธิขงจื๊อคือลัทธิที่เชื่อว่าโดยธรรมชาติทุกคนล้วนเป็นคนดี แล้วล่ะก็ แนวคิดของสำนักฟฝ่าเจียก็คือแนวคิดฝ่ายตรงข้ามเลยค่ะ นักปราชญ์ในลัทธินี้จะเชื่อว่า.. ธรรมชาติของ มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นคนเลว จึงต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดเข้ามาคอยควบคุมความพฤติกรรมของคนในสังคม ให้ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หากใครฝ่าฝืนกฎหมายก็ควรได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง ซึ่งก็มีตั้งแต่โทษสถานเบาสุดอย่างการสัก ไปจนถึงโทษหนัก ประหารชีวิตเลยค่ะ 
 

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป
หานเฟยจือ นักปราชญ์ผู้ก่อตั้งสำนักฝ่าเจีย


หานเฟยจื่อ ผู้นำลัทธิไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเกี่ยวกับ ”เมตตาธรรม” ของลัทธิขงจื๊อโดยให้ความเห็นว่า ธรรมชาติของมนุษย์ไม่ได้ดีงามอย่างที่คิด แต่เห็นแก่ตัวจึงไม่มีประโยชน์ที่จะมาพร่ำสอนแต่อุดมคติ มองโลกในแง่ดี ในเมื่อตามความเป็นจริงแล้ว มันไม่อาจแก้ไขหรือปฏิรูปสังคมได้เลย  อีกทั้งยังยกตัวอย่างว่า แม้ว่าในอดีตมนุษย์จะซื่อบริสุทธิ์ มีคุณธรรมและเรียบง่าย ทว่าทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางวัตถุ ไม่ใช่คุณธรรมสูงส่ง คนครั้งอดีตโบราณกาล ไม่ค่อยให้ค่าแก่เครื่องใช้ข้าวของ หาใช่เพราะความมีมนุษยธรรมที่พวกเขามี แต่เป็นเพราะข้าวของที่เหลือใช้เหลือกิน ในขณะเดียวกันเมื่อผู้คนต่างทะเลาะเบาะแว้งกัน ฉกฉวยแย่งชิงข้าวของอย่างในทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เพราะความชั่วร้าย แต่เป็นเพราะข้าวของเริ่มขาดแคลน สำหรับสำนักฝ่าเจีย “กฎหมาย” จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้สามารถมีสังคมที่ดีได้


 

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

“การปกครองก็คือการบริหารปกครองแว่นแคว้น สำนักฝ่าเจียเสนอแนวคิดการลงทัณฑ์ที่เข้มงวด สำนักขงจื่อเสนอแนวคิดความมีเมตตา ความเข้าใจ ผู้หนึ่งดื้อรั้น ผู้หนึ่งยืดหยุ่น ผู้หนึ่งเข้มงวด ผู้หนึ่งผ่อนปรน ผู้ใดเหนือกว่า ผู้ใดด้อยกว่า ผู้ใดจะสามารถนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง นี่จึงเป็นจุดสำคัญในการชิงชัยของสำนักฝ่าเจีย และสำนักขงจื่อ”

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

กวนซู่อี : จะรักใครก็รักไป 


 

ความขัดแย้งอันลงตัวของกวนซู่อี

ความน่าสนใจของนิยายเรื่องนี้ก็คือความขัดแย้งอันลงตัวของ “กวนซู่อี” นี่ล่ะ ที่ทำให้เราเห็นทั้งข้อดี ข้อเสียของแนวคิดทั้งสองสำนักนี้ อย่างที่พี่หญิงได้เกริ่นไปเบื้องต้นแล้วว่า… กวนซู่อี คือหญิงสาวที่เกิดในตระกูลของนักปราชญ์จากสำนักขงจื๊อ ชีวิตในชาติแรกของเธอจึงยึดวิถีปฏิบัติตามแนวคิดของลัทธิขงจื๊อเป็นสำคัญ และนั่นก็ทำให้กวนซู่อีค้นพบความจริงที่ว่าแม้เธอจะทำดีสักแค่ไหน มีศีลธรรมจรรยาเพียงไรก็ตาม แต่ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีจิตสำนึกในความดีนี้ด้วย ในท้ายที่สุดแล้วกวนซู่อีก็ไม่มีทางได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับมา ดั่งเช่นที่เธอต้องทนถูกบีบคั้นจนตาย

ทำให้พอได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง กวนซู่อีจึงเหมือนได้ปลดล็อคตัวเอง เธอไม่ได้เอาแต่ยึดมั่นถือมั่นในความคิดของลัทธิขงจื๊อเสียทีเดียว แต่ยังได้ศึกษาคัมภีร์ของสำนักต่างๆ เพิ่มเข้ามาด้วย โดยเฉพาะแนวคิดของสำนักฝ่าเจียที่กวนซู่อีมีความคิดที่เอนเอียงเข้าข้างมากที่สุด แต่ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะในจิตสำนึกแล้ว กวนซู่อียังเห็นถึงความสำคัญของการมีเมตตาธรรม ทั้งยังไม่เชื่อว่ามนุษย์นั้นโดยธรรมชาติแล้วเป็นคนดี หรือคนชั่วโดยกำเนิด แต่เธอมองมนุษย์เป็นดั่งผ้าขาวที่เปลี่ยนแปลงไปตามสีหรือสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมขึ้นมา

พี่หญิงชอบเรื่องการนำเสนอนี้ในนิยายนะคะ เพราะทำให้เราได้เรียนรู้ว่า... แท้จริงแล้ว สูตรการปกครองนั้นอาจไม่มีความตายตัว แต่สามารถประยุกต์ได้ ทุกอย่างล้วนยืดหยุ่น ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่แบบใดแบบหนึ่งจนเคร่งเครียดเกินไป คนมองโลกในแง่ดีเกินไป ก็อาจมีชีวิตที่เลวร้ายได้เหมือนกัน แต่ขณะเดียวกัน คนที่เอาแต่คิดลบ ไม่มองสิ่งดีๆ ของคนอื่น ก็จะมีแต่ช่วงเวลาแย่ๆ และมีแต่ความเครียด กดดัน จนอาจจะใช้ชีวิตได้ไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น นิยายเรื่องนี้จะทำให้เราได้รู้ว่า... การใช้ชีวิตแบบเดินทางสายกลางเป็นเรื่องสำคัญมาก เราไม่ควรจะสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง เพราะมีแต่จะให้ผลลบต่อชีวิตค่ะ

 

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

การศึกษาค้นคว้า ถ้าเอนเอียงไปสุดทาง
ไม่ว่าข้างใดข้างหนึ่งล้วนมีแต่ผลเสียเท่านั้น

รู้ก่อนอ่าน! ขงจื๊อและฝ่าเจีย 2 ลัทธิสำคัญต้นกำเนิดความขัดแย้งในนิยายแปลจีนเรื่อง จะรักใครก็รักไป

กวนซู่อี : จะรักใครก็รักไป 


 

และที่พี่หญิงเล่ามาสั้นๆ นี้ ก็คือสาระสำคัญของสองแนวคิด ขงจื๊อและฝ่าเจีย ที่ปรากฎในนิยายเรื่องนี้ค่ะ หากใครยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทั้งสองลัทธิแตกต่างกันยังไง ก็จำไว้แค่ว่า ขงจื่๊อเชื่อว่าคนทุกคนล้วนเกิดมาเป็นคนดี ยึดหลักเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง ส่วนฝ่าเจียจะเชื่อว่าทุกคนเป็นคนเลวจึงต้องมีกฎหมาย บทลงโทษรุนแรงเข้ามาควบคุมค่ะ เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะอ่านนิยายเรื่อง “จะรักใครก็รักไป” ได้อย่างเข้าใจลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นแล้วจ้า โดยเฉพาะในส่วนของหลักการเมืองการปกครองที่มีเนื้อหาโต้วาทีกันเข้มข้นมันหยดมากกกกก
 

สุดท้ายนี้ พี่หญิงก็ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ

พี่หญิง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
 http://www.parst.or.th/philospedia/confucianism.html
http://www.damrong-journal.su.ac.th/upload/pdf/76_3.pdf
http://center.bkkthon.ac.th/journal/upload/doc/spit/6/files/2.pdf
https://philosophy-suansunandha.com/2017/10/19/chinese-philosophy-of-law/

 

แฟน (หึง) โหดโปรดรัก


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ying

พี่หญิง - ผู้เขียน

มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #นิยาย #นิยายแปลจีน #จะรักใครก็รักไป #ขงจื่อ #ปรัชญาจีน #ฝ่าเจีย #หานเฟยจือ #ฟาเจีย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป