/>

7 วิธีตัดบททิ้งท้าย เขียนอย่างไรให้นักอ่านรู้สึกค้าง! []

วิว

7 วิธีตัดบททิ้งท้าย เขียนอย่างไรให้นักอ่านรู้สึกค้าง! 

นักเขียนหลายคนพยายามสรรหาวิธีให้นักอ่านเข้ามาคอมเมนต์กันเยอะๆ จนลืมไปว่า "นักอ่านจะคอมเมนต์ก็ต่อเมื่อนิยายเรื่องนั้นมีเนื้อหาที่สนุก น่าติดตาม และเห็นความพยายามของนักเขียน" หากใครเรียกร้องมากเกินไป แล้วได้คอมเมนต์ที่ไม่ตรงใจ ลองกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้งดีไหมว่าเราเขียนนิยายไปเพื่ออะไร? พี่เข้าใจว่านักเขียนต้องการฟีดแบ็กเพื่อปรับปรุงตัวเอง และสร้างกำลังใจ แต่บางครั้งนักอ่านก็ไม่รู้จะคอมเมนต์กลับไปอย่างไรดี เพราะบางตอนของนักเขียนอาจจะไม่มีเนื้อหาอะไรดึงดูดใจพวกเขาเลยก็ได้! ในบทความนี้พี่จึงนำวิธีที่จะทำให้ "นักอ่านรู้สึกค้างจนต้องคอมเมนต์" มาฝากน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน แม้จะดูเป็นวิธีที่โหดร้ายกับนักอ่าน แต่เทคนิคที่พี่นำมาบอกต่อในวันนี้รับรองได้เลยว่าจะทำให้นิยายของเราในแต่ละตอนสนุกมากขึ้น และนักอ่านต้องอยากคอมเมนต์แน่นอน!

1. ตัดบททิ้งท้ายด้วยคำถาม

เทคนิคนี้ง่ายมากเลยค่ะ นักเขียนหลายคนเลือกจบตอนด้วยคำถามเพราะหวังจะให้คำถามนำไปสู่การค้นหาคำตอบในบทถัดไป วิธีนี้ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เราต้องตั้งคำถามด้วยความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน อย่าเขียนชี้ชัดว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในตอนต่อไปคืออะไร ใครเป็นคนที่โผล่มาตอนสุดท้าย เช่น ฉันเคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ว่าที่ไหนกันนะ? ใครอยู่ที่หน้าประตู? เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเป็นของใคร? หรือนายเอจะเป็นฆาตกร? สิ่งเหล่านี้จะทำให้นักอ่านสงสัยและเดาทางไม่ถูก การตัดจบแบบนี้จึงจะสร้างความสงสัยได้อย่างสมบูรณ์ และคำถามเหล่านี้จะต้องไม่มีการเฉลยคำตอบจนกว่าจะถึงบทถัดไปนะคะ

2. ตัดบททิ้งท้ายด้วยทางเลือก

สิ่งที่ทำให้นักอ่านรู้สึกร่วมได้มากที่สุดก็คือการสร้างทางเลือกให้กับตัวละคร นักอ่านเป็นเหมือนพระเจ้าองค์ที่สองรองจากนักเขียนที่ปะติดปะต่อเรื่องราว และรู้จักทุกด้านทุกมุมของนิยาย เมื่อตัวละครของเราเดินมาถึงทางแยก นักเขียนจำเป็นต้องตัดจบเพื่อให้ตัวละครได้เลือก และให้นักอ่านได้ลุ้นว่าท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางไหน ตัวละครจะเลือกแฟนเก่าหรือเลือกแฟนใหม่ หากมีคนมาขอความช่วยเหลือพวกเขาจะช่วยอย่างเต็มใจ หรือยอมใจร้ายด้วยการหันหลังให้ ทุกการตัดสินใจของตัวละครล้วนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ดังนั้น นักเขียนจำเป็นต้องวางพล็อต และคุมพล็อตให้ดี เพื่อให้เนื้อเรื่องต่อเนื่องกันเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญไม่ควรเขียนตามใจนักอ่านนะคะ 

3. ตัดบททิ้งท้ายด้วยอุปสรรค

จบตอนแบบไม่ราบรื่นเสียบ้าง อย่าเพิ่งจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง สิ่งที่นักอ่านสนใจอยากรู้มากกว่าตอนจบของเรื่องจริงๆ ก็คือ อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างทาง สมมติว่าตัวละครตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งแล้ว และหนทางนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ความสมเหตุสมผลก็คือการตัดสินใจของตัวละครเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด อุปสรรคที่เกิดขึ้นในเรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่พระเจ้าอย่างนักเขียนโยนลงไปแบบไม่เจาะจงว่าใครต้องเป็นคนเจออุปสรรค แต่เรื่องราวไม่ราบรื่นที่เกิดขึ้น จะทำให้นักอ่านอยากเอาใจช่วยและลุ้นไปกับตัวละครของเรา ทั้งนี้อุปสรรคที่เกิดขึ้นต้องมีที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แม้ว่าเราจะคิดฉากมาอยู่แล้วว่าอยากให้พระเอกนางเอกถูกขัดขวางความรักจากครอบครัว แต่ได้โปรดจงอย่าลืมพล็อต และหาเหตุผลให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย 

4. ตัดบททิ้งท้ายด้วยความผิดพลาดหรือความผิดหวัง

ลึกๆ แล้วเราทุกคนล้วนกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อตัวละครคาดหวังในสิ่งที่พวกเขาต้องการ นักเขียนมีหน้าที่ทำให้ความหวังนั้นเป็นจริง หรือพังทลายลงไปได้ ซึ่งการจบตอนด้วยความผิดพลาดหรือความผิดหวังของตัวละครมีพลังมากกว่าการทิ้งท้ายแบบสมหวังตรงที่ความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่ทำให้ตัวละครรู้จักชีวิตได้ดีกว่าความสุข เมื่อพวกเขาผิดหวัง พวกเขาจะทำอะไรต่อไป จะจมอยู่กับความผิดหวังหรือเปลี่ยนแปลงความผิดพลาดเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น นี่คือบททดสอบที่นักอ่านก็น่าจะอยากรู้เหมือนกัน หากในบทนี้ตัวละครของพวกเขาสิ้นหวัง ในบทถัดไปพวกเขาก็หวังว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น นี่เป็นการสร้างเรื่องให้นักอ่านอยากรู้ว่าตัวละครจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรนั่นเอง 

5. ตัดบททิ้งท้ายด้วยการมาถึงของตัวละครใหม่

การเปิดตัวตัวละครใหม่ เป็นสถานการณ์ที่ควรนำมาทิ้งท้ายก่อนจบตอนที่สุด หากเรื่องราวภายในตอนนั้นกำลังจะไปด้วยดี อุปสรรคใหญ่หลวงที่สามารถนำมาทิ้งท้ายเป็นตัวแปรสำคัญได้ คือการปรากฏตัวของตัวละครลับนั่นเอง หากถามว่าจำเป็นไหมที่นิยายของเราต้องมีตัวละครลับ คำตอบคือไม่จำเป็นเลย เราสามารถใช้ตัวละครที่มีอยู่แล้วเข้ามาปรากฏตัวอีกครั้งก็ได้ เพียงแต่ต้องสร้างสถานการณ์หรือเรื่องราวสำคัญๆ ให้ตัวละครนี้มีบทบาทเด่นขึ้นมา เพื่อให้นักอ่านรู้สึกราวกับว่าไม่เคยรู้จักตัวตนด้านนี้มาก่อน เพราะส่วนใหญ่แล้วการปรากฏตัวของใครสักคนในตอนท้ายของบท มักจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเสมอ  

6. ตัดบททิ้งท้ายด้วยคำสารภาพ

คำสารภาพในที่นี้คือการเปิดเผยเรื่องราวที่ปิดซ่อนเอาไว้ค่ะ ในส่วนนี้ต้องค่อยๆ เฉลยคีย์เวิร์ดสำคัญออกมา เผยเหตุผลของการกระทำทั้งแบบคลุมเครือ และแบบชัดเจน คำสารภาพคือการปลดล็อคความรู้สึกของตัวละคร เป็นดังดาบสองคมที่ส่งผลต่อผู้พูดและผู้ฟัง คำสารภาพนี้จะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่ต้องมีประเด็นของการเปิดเผยเพื่อนำไปสู่เรื่องราวในตอนถัดไป หรือเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ โดยส่วนใหญ่แล้ว คำสารภาพมักมาในรูปแบบของเหตุการณ์ฉุกเฉิน เป็นช่วงเวลาที่จำเป็นต้องสารภาพ และหากไม่สารภาพในตอนนี้ อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เป็นช่วงเวลาที่สามารถเกิดขึ้นได้ในจุดไคล์แม็ก หรือช่วงคลี่คลายปม  

7. ตัดบททิ้งท้ายด้วยเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ 

จุดจบของเรื่องกับตอนจบในแต่ละตอนมีความสำคัญไม่เหมือนกันนะคะ จุดจบของเรื่องคือการคลี่คลายเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ขณะที่ตอนจบในแต่ละตอนเป็นปมเล็กๆ ที่ก่อให้เกิดความสงสัย หรือสร้างความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่ก่อให้เกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นมา เช่น มีคนได้รับบาดเจ็บ, เสียชีวิต, ถูกยิง, ถูกลักพาตัว, ถูกเรียกค่าไถ่, การเลือกตั้งที่มีคนแพ้ และคนชนะ, เกิดสงคราม เกิดการต่อสู้ขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของเหตุการณ์ครั้งสำคัญในเรื่อง ที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวละคร หรือเนื้อเรื่องไปตลอดกาล 

คำเตือน!!! อย่าทำให้ทุกตอนของเราจบลงด้วยความตื่นเต้น! วิธีการเหล่านี้เป็นเพียงวิธีดึงดูดความสนใจจากนักอ่าน และเพิ่มความสนุกของเนื้อเรื่องเท่านั้น หากนำมาใช้พร่ำเพื่อ หรือใช้เทคนิคนี้กับนิยายของเราทุกตอน นักอ่านอาจจะรำคาญ และเห็นว่าเราไม่รู้จักวางแผนการเล่าเรื่องเอาซะเลย เพราะฉะนั้น เขียนพล็อตตามแบบที่เราคิด และหยิบเทคนิคบางอย่างที่ตรงกับพล็อตนิยายของเราไปใช้บ้างพอประมาณ พี่แนะนำให้ใช้ในช่วงที่นิยายของเราดำเนินไปถึงจุดหักมุม หรือจุดที่กำลังจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หากใครอยากรู้เรื่องราวของการเขียนเนื้อเรื่องหักมุมเพิ่มขึ้น อ่านในบทความนี้ได้เลย (8 วิธีสร้าง PLOT TWIST หลอกคนอ่านให้เชื่อใจผ่านการเล่าเรื่อง) และหากใครมีเทคนิคการเขียนตัดจบที่น่าสนใจ อยากแนะนำเพื่อนๆ นักเขียนชาวเด็กดี สามารถฝากคอมเมนต์เอาไว้ในบทความนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคนได้เลยนะคะ พี่หวังว่าบทความนี้จะทำให้นักเขียนทุกคนสามารถเขียนนิยายที่สนุก และได้ผลตอบรับจากนักอ่านเป็นอย่างดี แล้วเจอกันใหม่ค่ะ 

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
https://unsplash.com/
https://thejohnfox.com/2018/07/12-ways-to-end-a-chapter/
https://careerauthors.com/17-perfect-ways-to-end-a-chapter/

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #หักมุม #ตัดจบทิ้งท้าย #ทิ้งท้ายตอน #การทิ้งท้าย #ตอนจบ #ทิ้งให้อยากอ่านตอนต่อไป

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?