/>

โตไปกับ 'ท้องฟ้า' ในวันที่โลกจินตนาการเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น! []

วิว

การอ่านงานเดิม ๆ ทำให้รู้ว่าเรา 'เดินมาไกลแค่ไหน'
และทำให้ไม่ลืมในสิ่งที่เรียกว่า 'ความฝันสมัยเด็ก'

ท้องฟ้า

ใครชอบอ่านนิยายแฟนตาซีต้องรู้จักนักเขียนคนนี้แน่นอน! ถ้าให้น้องๆ ลองนึกถึงนักเขียนนิยายแนวแฟนตาซีที่อยู่กับเด็กดีมาอย่างยาวนาน พี่แนนนี่เพนเชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่น้องๆ กำลังนึกถึงอยู่นั้นต้องมีนามปากกาของ 'ท้องฟ้า' เจ้าของผลงานเรื่อง "ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ LAS alqimista" และ "ALL online ขบวนการล่าขุมทรัพย์สุดปลายฝัน" เป็นหนึ่งในชื่อที่นึกถึงกันอยู่แน่นอน.. 

เมื่อสองปีก่อนทีมงานนักเขียนเด็กดีเคยสัมภาษณ์ 'ท้องฟ้า' ในหัวข้อนิยายเรื่องลาส (LAS alqimista) กันไปแล้ว (สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ : เขียนให้เข้าใจง่าย และเขียนให้มีพลัง, ท้องฟ้า) ในบทความนี้ พี่พา 'ท้องฟ้า' กลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง ด้วยเรื่องราวที่หลากหลายประเด็นมากขึ้น ชวนทุกคนมารู้จักท้องฟ้าในมุมมองของนักเขียนนิยายแฟนตาซี ผ่านชีวิต ตัวตน และงานเขียนที่เติบโตขึ้นต่างจากเดิม..  

นอกจากนี้ ใครที่เป็นแฟนนิยายเรื่องลาสกันอยู่แล้ว งานนี้นักเขียนก็แอบสปอยล์มานิดหนึ่งว่าไม่หลุดธีมนิยายแฟนตาซีแนวอบอุ่นแน่นอน ส่วนใครที่เป็นแฟนนิยาย ALL online ก็มีพูดคุยให้หายคิดถึงกันบ้าง มาตามดูกันเลยค่ะว่าท้องฟ้าเมื่อสองปีที่ผ่านมากับท้องฟ้าในวันนี้ มีอะไรเหมือนหรือต่างจากที่เราเคยรู้กันมาบ้าง..

00 - 'ท้องฟ้า' กับอาชีพนักเขียนที่ช่วงนี้ต้องคลุกคลีกับการกินเป็นพิเศษ

สวัสดีครับ ท้องฟ้านะครับ ก่อนอื่นคงต้องขอแนะนำตัวกันก่อน งานเขียนปัจจุบันคือเรื่อง ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ LAS alqimista ครับ แต่นักอ่านส่วนใหญ่ก็เรียกกันสั้น ๆ ว่าลาสครับ 

เนื่องจากเป็นฟรีแลนซ์ บางช่วงชีวิตชีพจรก็ลงเท้า เดินทางไปเรื่อย และช่วงนี้เนื่องจากน้องสาวเปิดร้านอาหารอยู่เลยคลุกคลีอยู่กับธุรกิจอาหารมากเป็นพิเศษ ชีวิตเลยมีแต่อาหาร วันหนึ่งลองอย่าง อีกวันลองอีกอย่าง เพื่อดูทั้งสินค้า รูปแบบการนำเสนอ รวมถึงความเหมาะสมในเรื่องราคาและการตลาด ต้องการหลักฐานไหมครับ ถ้ารูปอาหารนี่ใกล้จะล้นความจุโทรศัพท์แล้วครับ (บางคนอาจสงสัย นี่อ้างงานเพื่อกินหรือเปล่า ขอตอบว่าใช่...)

01 จากชอบศิลปะ - สู่การเรียนนิติศาสตร์ - โทการตลาด และเส้นทางนักเขียน 

เนื่องจากคุณปู่เป็นช่างฝีมือ คุณพ่อก็ชอบประดิษฐ์นู่นนี่ยามว่าง คุณแม่เป็นอาจารย์ที่เพาะช่าง ผมก็เลยวนเวียนอยู่ในวงการศิลปะตั้งแต่เด็ก ใจจริงชอบวาดการ์ตูนนะครับแต่ฝีมือไม่ให้ พอโตมาหน่อยเรียนนิติศาสตร์รามคำแหงก็เข้าทาง เพราะมีเวลาเหลือเยอะมาก เล่นเกม ท่องเน็ตไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเจอเว็บหนึ่งที่ชื่อว่า “เด็กดี”

สารภาพตามตรงครับว่าตอนแรกผมไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาเขียนนิยายได้นะ แต่พบว่าตัวเองมีความสามารถในด้าน “การเขียน” มากกว่า “การวาด” ตอนเรียนนิติศาสตร์นี่แหละครับ เพราะว่าข้อสอบทั้งหมดเป็นข้อเขียน และผมก็สนุกกับการเขียนตอบมากเลย บางทีเขียนตอบไปเป็นสิบหน้า...

ออกทะเลเน้น ๆ ความสามารถของนักเขียนอย่างแท้จริงเลยครับ

พอเจอเว็บเด็กดี รู้ว่าสมัยนั้นเริ่มยอมรับงานเขียนมากขึ้น ไฟก็ติดทันทีเลยครับ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มเขียนนิยาย ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์การเขียนนิยายมาก่อน ขอบอกว่าเละเทะครับ (ฮา) แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีนักอ่านหลงเข้ามาติดตามเรื่องราวที่เขียนขึ้นมานั้นจนจบ ปัจจุบันนักอ่านบางคนในเวลานั้นก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทในโลกของความเป็นจริงไปแล้วเช่นกัน

ส่วนเรื่องเรียนปริญญาโทการตลาด ผมคิดว่าเป็นการต่อยอดมากกว่าครับ ในสมัยที่ผมเรียนกฎหมาย สารภาพตามตรงว่าผมแทบไม่เข้าเรียนเลยนะ ไปสอบอย่างเดียว แล้วก็ใช้เวลาว่างเขียนนิยาย ผมจบออกมาแบบไม่มีเพื่อน ป.ตรี เลย ป. โท จึงเหมือนการแก้ตัวครับ เป็นการเข้ามาสร้างสังคม เสริมประสบการณ์ชีวิตมากกว่า

02 เมื่อนิยายเติบโตไปพร้อมกับนักเขียน โลกจินตนาการยิ่งเสมือนจริงมากขึ้น 

นิยายก็คือจินตนาการของนักเขียนครับ แน่นอนว่ามันจะเติบโตไปพร้อมกับนักเขียน เมื่อมีมุมมองชีวิตใหม่ ๆ ได้พบประสบการณ์ที่แตกต่าง โลกในจินตนาการย่อมเปิดกว้าง และผสมผสานกับโลกของความเป็นจริงมากขึ้น ส่วนเรื่องทักษะการเขียน เมื่อคนเราทุ่มเทให้กับบางสิ่งบางอย่างมาต่อเนื่อง ยาวนาน ความสามารถก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปรกติครับ

พอลองมองย้อนกลับไปที่นิยายเรื่องเก่า ๆ แวบแรกอาจกุมขมับกับเทคนิคการเขียนที่ย่ำแย่ แต่ทุกเรื่องกลับมีความสดใหม่ มีไอเดียพิลึก ๆ ที่ไม่รู้ว่าคิดได้อย่างไร การอ่านงานเดิม ๆ ก็ทำให้รู้ว่าเราเดินมาไกลแค่ไหน และทำให้ไม่ลืมในสิ่งที่เรียกว่าความฝันสมัยเด็ก บางครั้งมันก็ช่วยเติมไฟให้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับที่ชีวิตมีจุดเซฟทางจิตใจไว้แบบนี้

03 มองอาชีพนักเขียนผ่าน 'รายได้' และการ 'สร้างสรรค์' งานเขียน

หากพูดถึงคำว่าอาชีพก็ต้องพูดถึงรายได้ด้วยเสมอ และคนเราในยุคปัจจุบันก็อาจไม่ได้มีอาชีพเดียวเสมอไป ซึ่งอาชีพนักเขียนเองก็เป็นได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพรองเช่นกัน นอกจากนั้นงานที่ใช้ทักษะในการเขียนก็ไม่ได้มีแค่นิยายเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น งาน freelance ซึ่งก็มีหลากหลายสาขา หรือจะเป็นการเขียน content ในสื่อต่าง ๆ การแปล รวมถึง ghost writer ด้วยนะ โดยเฉพาะในต่างประเทศที่งานเขียนอยู่กับชีวิตพวกเขามานาน ลักษณะของงานจะค่อนข้างกว้างกว่าของไทย และได้รับการยอมรับมากกว่าด้วยครับ

ย้อนกลับมาที่การเขียนนิยายกันบ้าง นักเขียนนิยายในปัจจุบันก็มีทางเลือกในการขายอย่างมาก ไม่ผูกติดกับแค่สำนักพิมพ์ เทคโนโลยีการสื่อสารซึ่งทำให้ผู้สร้างสรรค์ มีโอกาสใกล้ชิดกับผู้สนับสนุนอย่างคนอ่านได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสในการสร้างรายได้โดยผ่านคนกลางน้อยรายลง ผลคือต้นทุนที่ลดลง ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็มีราคาลดลงเป็นเงาตามตัว ซึ่งเป็นมิตรกับนักอ่านมากขึ้น ในทางกลับกันคนอ่านก็มีความเสี่ยงกับคุณภาพงานเพราะไม่มีตัวกรองด้านคุณภาพนั่นเอง ทั้งนี้ผมมองว่าหน้าที่หลักของนักเขียนนิยายก็คือสร้างสรรค์งาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความคิด การวางแผนงาน รวมทั้งระเบียบวินัยไม่แพ้อาชีพสายอื่น ๆ 

การเขียนงานให้ได้อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องไม่ใช่เรื่องง่ายครับ คนที่สามารถสร้างเงินจากงานเขียนได้อาจมีมากขึ้นนะ แต่ถ้าจะให้เป็นอาชีพหลัก พอเลี้ยงชีพได้ก็ต้องอาศัยความต่อเนื่อง เราอาจหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำกับนิยายเรื่องหนึ่งด้วยไอเดียสุดแสนบรรเจิด แต่เรื่องต่อไปล่ะจะทำได้ไหม อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องตอบตนเองให้ได้ หากคิดจะเดินทางสายนักเขียนอย่างจริงจัง หรือไม่ก็ปล่อยให้เป็นงานรองซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้ น่าจะมีความสุขกับการเขียนนิยายมากกว่านะ

04 เขียนนิยายแล้วได้อะไร.. อยู่ที่เป้าหมายของนักเขียน 

แต่ละคนก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปครับ ส่วนตัวผมเขียนเพราะสนุก ต้องการถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร สิ่งแรกที่ได้รับก็คือ... ได้อ่านนิยายที่ตรงความต้องการของตนเองอย่างแท้จริงครับ (แหงล่ะ เขียนเองนี่!) 

05 'สปอยล์' จุดจบที่แท้จริงของ LAS alquimista ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ

ภาคสี่นี้จะเป็นจุดจบที่แท้จริงของนิยายเรื่อง LAS alquimista ส่วนตัวไม่อยากสปอยล์มากนัก ก็ขอบอกกับนักอ่านที่ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กับเนื้อเรื่องว่า... วางใจเถอะครับ วางธีมอบอุ่นมาขนาดนี้ ไม่เขียนฉากจบใจร้ายแน่นอน

ผมคิดว่าการหักมุมในเรื่อง กับหักหลังคนอ่านต่างกันนะ สร้างธีมนิยายมาอย่างหนึ่งแต่จบอีกแบบ คนอ่านเดาไม่ได้ก็ใช่ แต่ที่เดาไม่ได้ก็เพราะความเชื่อใจ ถ้าผมเป็นนักอ่านก็คงเจ็บจี๊ดอยู่ครับ... และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าสมัยนี้คนอ่านกับคนเขียนใกล้กันมากขึ้น ผมว่าเขียนหักดิบลงไป อาจไม่จบแค่โดนตามล่าที่งานหนังสือ แต่คงมีการตามล้างกันถึงบ้านแน่ ๆ

อยากให้คนอ่านได้อะไรหลังจากอ่านนิยายเรื่องนี้คะ

ความอบอุ่น และความประทับใจครับ เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ผมชอบเนื้อเรื่องแนวนี้มากกว่าความสะใจ ความประหลาดใจ ที่แค่อ่านผ่านไปความรู้สึกก็จางลงเรื่อย ๆ จึงท้าทายตัวเอง หยิบงานยากอย่าง LAS alquimista มาเขียนครับซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยจริง ๆ ไม่ผิดหวังเรื่องอะไรน่ะเหรอ? ก็เขียนยากจริง ๆ น่ะสิครับ มิน่าไม่ค่อยมีใครเขียน! 

06 เหตุผลที่อยากกลับมารีไรท์ 'ALL online ขบวนการล่าขุมทรัพย์สุดปลายฝัน' 

เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีศักยภาพ ทำให้ดีขึ้นได้ครับ ไอเดียในเรื่องเป็นไอเดียที่สดใหม่อ่านซ้ำได้หลายครั้ง ผมเองก็กลับมาอ่านหลายบทซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง แต่การรีไรท์จริง ๆ จัง ๆ ยังไม่กำหนดครับเพราะน่าจะใช้เวลามากพอสมควรเลย

ความแตกต่างด้านการเขียนของ LAS alquimista กับ ALL online 

ลาสเป็นเรื่องที่เขียนยากมากจริง ๆ ทั้งสำนวนและมุมมองวิธีการเล่าเรื่อง พอย้อนกลับไปอ่าน ALL จึงมองเห็นจุดเด่นจุดด้อยได้ค่อนข้างชัด ความคิดต้องการนำกลับมารีไรท์จึงผุดขึ้นมาอย่างจริงจังครับ

07 นิยาย ALL original ในเด็กดี คือ นิยายที่เต็มไปด้วยความสดใหม่ของไอเดีย

ALL original หมายถึงฉบับที่ยังคงความสดใหม่ของไอเดียเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ได้ผ่านการรีไรท์ทั้งหมดครับ หากเนื้อเรื่องผ่านการรีไรท์ไปแล้วในหลาย ๆ จุดอาจไม่ได้อารมณ์คงเดิม นักอ่านหลายคนก็มาเบรคว่าไม่ต้องรีไรท์ เปิดให้อ่านเถอะ อยากอ่านของเก่ามากกว่า จริงอยู่ที่เทคนิคการเขียน ALL อาจด้อยกว่า LAS แต่ในเรื่องของไอเดียผมก็ยังงงตัวเองอยู่เลยว่าตอนเขียนคิดอะไร ถึงเขียนออกมาแบบนี้ได้ จะรีไรท์ก็เสียดายจริง ๆ ครับฉบับนี้ (ฮา)

คิดว่านิยายเรื่อง ALL online เหมาะกับนักอ่านแบบไหน?

นักอ่านแนวแฟนตาซีทั่วไปและคอเกมครับ ถ้าต้องการอ่านนิยายที่ตัวเอกเพี้ยน มีความคิดประหลาด ๆ ตลอดเวลาเรื่องนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ดีทีเดียว

Feedback ที่ได้รับจากนิยายเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?

มีทั้งที่ชอบและเข้ามาด่าครับ... อันนี้เป็นที่ความเกรียนของตัวละครและของตัวผู้เขียนเอง...

08 แม้จะคิดพล็อตนิยายได้หลายแนว แต่ก็เลือกนิยายแฟนตาซีเสมอ 

การที่เขียนแนวแฟนตาซีมาตลอดคงต้องบอกว่าไม่ใช่ความบังเอิญครับ ความจริงแล้วพล็อตนิยายก็มีขึ้นมาไม่ขาดสาย และมีหลายแนวเลยทีเดียว แต่ว่าพอผ่านการกลั่นกรองก่อนเลือกมาเขียน ก็มักเป็นเรื่องแนวแฟนตาซีที่มีความโดนเด่นเสมอ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความชอบในแนวเรื่องแฟนตาซีครับผม

ส่วนเรื่องใหม่นั้น จนกว่าจะจบเรื่องลาสจะยังไม่เขียนครับ แต่พล็อตเรื่องที่เขียนเก็บเอาไว้มี 5-6 เรื่องแล้ว และเรื่องที่โดดเด่นที่สุดก็ยังเป็นแนวแฟนตาซีอยู่ครับ

09 จริงจังกับการเขียนมากเกินไปก็ทุกข์ได้เหมือนกัน!

มีครับช่วงที่ทุกข์ เวลาที่จริงจังกับงานเขียนมากเกินไป กดดันตัวเองอยากเขียนให้ดี เขียนมาแล้วก็ไม่มั่นใจว่าดีพอหรือยัง ทำให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่ พอมีประสบการณ์ทางการเขียนมากขึ้น เทคนิคมากขึ้น มองเห็นมุมมองที่แตกต่าง และเห็นข้อด้อยของงานตนเองด้วย การก้าวข้ามไปไม่ง่ายเลยจริง ๆ 

10 'ถอยออกมา' หากเจอปัญหาระหว่างเขียนนิยาย

ถอยออกมาครับ เมื่อชนกำแพงแล้วเดินหน้าชนต่อก็มีแต่จะเจ็บตัวเปล่า ๆ ถอยออกมาเพื่อมองภาพกว้าง ใช้ชีวิต และมองโลก อย่างที่กล่าวไปแล้วว่านิยายก็คือจินตนาการ มันจะเติบโตไปพร้อมกับคนเขียน ดังนั้นการนั่งอยู่หน้าคอมโดยหวังว่าปัญหาจะคลี่คลายจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาครับ

11 หากใครกำลังท้อ ให้นึกถึงความรู้สึกแรกที่อยากเขียนนิยาย

อยากให้น้อง ๆ นึกถึงวันแรกที่เริ่มเขียนนิยายขึ้นมาครับ แต่ละคนคงมีเหตุผลในการเริ่มลงมือที่แตกต่าง แต่สิ่งที่เหมือนกันคงเป็นความสนุกที่ได้เริ่มเขียน ความรู้สึกแรกนั่นแหละครับที่เป็นเครื่องผลักดันที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องเทคนิคการเขียนนั้นจะตามมาเอง เช่นเดียวกับนักอ่านที่คอยให้กำลังใจ หากเหนื่อยก็พักบ้าง ไปเที่ยวบ้าง หรือไม่ก็ทำตัวเป็นนักอ่านที่ดี หางานเขียนที่ถูกใจอ่านไปเรื่อย อย่าจมกับความรู้สึกกดดันตัวเอง ใช้ชีวิตให้สมดุลดีกว่าครับ

12 เมื่อมี 'ไอเดีย' แล้วรีบนำเสนอ นั่นคือ 'กับดัก' เพราะฉะนั้นอย่าลืม 'วางแผน' 

ส่วนตัวผมไม่ใช่สายทฤษฎีเท่าไหร่ เท่าที่จำได้นึกอยากเขียนก็เขียนเลยทั้งที่การใช้ภาษาติดลบ เล่าเรื่องวกวนจนคนอ่านงง แต่ก็ค่อย ๆ ฝึกด้วยตนเองจนเวลาผ่านมาสิบปีนี่แหละครับ (ฮา) หากพูดถึงเทคนิคแล้ว สำหรับนักเขียนมือใหม่อาจยังขาดเรื่องการวางแผนในระยะยาวซึ่งเป็นสิ่งสำคัญครับ บ่อยครั้งที่เราจะเห็นนักเขียนมือใหม่ปรากฏตัวพร้อมไอเดียอันเฉิดฉาย ลงรัว ๆ จนคนอ่านฮือฮา แต่แล้วก็หายไปดื้อ ๆ เพราะ... ตัน

คนเราพอมีไอเดียแล้วก็อยากรีบนำเสนอ แต่นั่นแหละครับคือกับดัก เริ่มเรื่องมาก็ใส่ไอเดียรัว ๆ พอเขียนไปสักพักก็ตื้อเพราะไอเดียเริ่มต้นคือกำแพงมหึมาที่ไม่รู้จะผ่านอย่างไร ไม่รู้จะเขียนแบบไหนให้สนุกกว่านั้น ทางที่ดีควรจะค่อย ๆ ปล่อยของ คุมจังหวะของเรื่องให้อยู่แล้วปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป นี่แหละครับคือความสำคัญของการวางแผน ถึงจะเป็นเรื่องทั่วไปแต่การอดกลั้นที่จะปล่อยของตามจังหวะเรื่องที่วางแผนไว้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ

13 ที่นี่ที่เดียว! เมื่อท้องฟ้าเปิดคอร์ส 'สอนวิธีเขียนนิยาย' ให้เข้าถึงอารมณ์

มีนักเขียนมือใหม่หลายคนแอบมาถามหลังไมค์ เกี่ยวกับการเขียนสื่ออารมณ์ ทำอย่างไรให้คนอ่านอินตาม คำถามนี้ตอบยากมากเลยครับ แต่จุดเริ่มต้นก็คือ... คนเขียนต้องอินให้ได้เองก่อนนะ เพราะนักเขียนมีภาพในความคิดที่ชัดมาก ๆ อยู่แล้วจึงอินง่ายกว่านักอ่านที่ต้องจินตนาการตาม พอนักเขียนได้ภาพที่ต้องการแล้วก็ถึงเวลาลงมือเขียน ซึ่งเทคนิคที่ใช้บ่อย ๆ ก็คือการค่อย ๆ ไล่อารมณ์จากน้อยไปหามาก... จนกระทั่งถึงจุดพีคที่คาดหวัง

พูดแล้วอาจเข้าใจได้ยากสักหน่อยจึงขอยกตัวอย่างประกอบด้วยเรื่องของ LAS alquimista ตอนที่ 2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเรื่อง จังหวะที่ลาสได้พบกับดรากูนเป็นครั้งแรก ถ้าลองสังเกตจะเห็นว่า ผมพยายามเน้นที่ความผิดหวังมาตั้งแต่บทนำรุ่นพ่อ มาบทที่ 1 ลาสก็ยังพบกับความผิดหวังอย่างต่อเนื่อง บีบหัวใจคนให้รู้สึกว่าทำไมเด็กตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย พอบทที่สองความแรงก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีตัวละครอื่นมาช่วยขยี้ (นายบัน ๆ) จนถึงจุดหนึ่งที่เห็นว่าเหมาะสมแล้ว ก็ส่งตัวช่วยเข้ามาในชีวิตของเด็กน้อยคนนั้น (หลังจากนั้นเป็นอย่างไรติดตามอ่านกันเองน่อ!)

นี่เป็นเทคนิคการวางแผนเปิดตัวละครอย่างมีอิมแพคต่อคนอ่านพอสมควรทีเดียว แล้วหลังจากนั้นจึงเริ่มเล่าเรื่องด้วยจังหวะที่ช้าลง สร้างสมดุลให้เนื้อเรื่องในระยะยาวครับ ก็หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ มีอะไรสงสัยสามารถแวะมาที่เพจ I’m tongfar ได้ครับผม

14 เขียนนิยายลงเว็บเด็กดีสนุกตรงที่ได้ใกล้ชิดกับนักอ่าน

การที่ได้ใกล้ชิดกับนักอ่านอย่างมากครับ การได้อ่านคอมเมนต์จากนักอ่านนับเป็นความสุขอย่างหนึ่งในการเขียนนิยาย แต่ความคาดหวังก็ไม่ได้สวยหรูเสียทีเดียว เพราะบางทีก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบเรื่องของเรากับเรื่องคนอื่นครับทำไมเราเขียนมาหลายตอนยังไม่มีคนอ่านคนเมนต์ ทำไมเรื่องอื่นเขียนไม่กี่ตอนคนอ่านเพียบ อะไรแบบนี้..

ในฐานะที่ผมเองก็ไม่ได้เริ่มจากนักเขียนมีชื่อ แอบเขียนไปวัน ๆ ตอนยังเรียนอยู่ผมก็ผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้วครับ คนอ่านเงียบกริบ บทมีคอมเมนต์มาที รีบเข้ามาอ่านกลายเป็นโดนด่า มันก็ทำใจแป้วเหมือนกันนะครับ (ฮา) ทั้งนี้ก็อยากให้น้อง ๆ นักเขียนอย่าเพิ่งร้อนใจ การเริ่มต้นถึงสนุกแต่ก็ยากเสมอ ค่อย ๆ ทำความรู้จักนักอ่าน นักเขียนในเว็บไปเรื่อย ๆ แล้วเรียนรู้กันไป

สังคมเด็กดีกว้างมาก ๆ และน่าจะเป็นเว็บนิยายที่ใหญ่ที่สุดของไทยแล้วครับ คนอ่านก็ผ่านกาลเวลามามากเช่นนักเขียนนั่นแหละครับ ช่วงอายุคนอ่านในนี้กว้างมากเลยนะ ผมเคยคุยกับคนที่มาซื้อหนังสือเรื่องลาส นักอ่านเขาพูดมาว่า เขียนเร็ว ๆ นะครับคุณยายผมรออ่านอยู่ ผมนี่ตกใจ ไม่ใช่อะไรครับ คนที่บอกว่ายายรออ่านอยู่อายุพอ ๆ กับผมเลย แล้วคุณยายของเขาจะอายุเท่าไหร่

คำตอบคือ 90 ครับ... นักอ่านเล่าว่าคุณยายแก่มากแล้วทำอะไรไม่ได้ ก็นั่งอ่านนิยายอยู่หน้าคอมนั่นแหละ แล้วก็ติงมาว่า อัปช้ามากยายยังอยากอ่านตอนจบนะคุณ ผมควรทำหน้ายังไงเหรอครับ เจอการทวงระดับอีปิคแบบนี้น่ะ!

ตลอดเวลาที่ผมเขียนนิยายมา ก็พบทั้งนักอ่านที่อยู่ดี ๆ ก็ระเบิดลงจนปั่นป่วน และนักอ่านที่น่ารักจำนวนมาก นี่เป็นทั้งความสนุกและความท้าทายชั้นยอดเลยครับ ผมเชื่อว่านักเขียนที่ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องก็คงได้รับความประทับใจจากประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปอย่างแน่นอน

15 - ขายนิยายกับเด็กดีเพราะใช้งานสะดวก 

เหตุผลที่ลงขายกับเด็กดีหรือครับ... เพราะง่ายครับ ระบบใช้งานได้สะดวกกว่าที่คิด เรื่อง ALL นี้จบไปนานมากแล้วครับ แถมติดสัญญากับเว็บอื่นสิ้นสุดลง นักอ่านก็บ่นเว็บนู้นลงไม่จบ ไม่มีอ่าน แล้วก็มาประท้วงผมให้เปิดขายสักที ผมโดนประท้วงเป็นเดือนเลยนะกว่าจะเปิดขาย... ส่วนผลการขายเรียกได้ว่าดีเกินกว่าที่คาดไว้มากครับ

อย่างที่รู้กัน ALL online จบไปนานมากแล้ว ไม่มีอัพเดต และไม่ได้โฆษณาที่ไหนเลย แต่กลับมียอดขายที่ดี เดือนนี้นับเป็นเดือนที่สามแต่ก็ยังมีนักอ่านแวะเข้ามาเรื่อย ๆ อยู่เลยครับ

16 - จาก 'ท้องฟ้า' ถึงนักอ่านชาวเด็กดี

ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานกันมาโดยตลอด ทั้งวันที่อัพเร็ว หรือช่วงเวลาที่ดอง หายตัวไปพักใหญ่ นอกจากแรงบันดาลใจส่วนตัวในการเขียนนิยาย ผมเชื่อว่าเหล่านักอ่านก็มีส่วนร่วมในความสำเร็จเช่นกัน... ที่ช่วยกันลาก ช่วยกันเข็นนักเขียนให้ต่องานมาได้ถึงขนาดนี้

สำหรับใครที่ชอบนิยายแฟนตาซีแนวอบอุ่น เติบโตไปพร้อม ๆ กับตัวละคร ตอนนี้เนื้อเรื่องเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว สามารถแวะเข้ามาอ่านและติดตามกันได้ที่เรื่อง LAS alquimista ครับผม (ผมบอกจะปิดตอนมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่ได้ปิดด้วย... ทำลืม ๆ ไปสักพักละกันเนอะ)

แต่ถ้าใครชอบนิยายแนวเกม ตัวเอกเกรียน คนเขียนก็เกรียนใส่คนอ่าน สามารถแวะไปหานาย วัทน์ ที่ ALL online ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรื่องนี้เปิดเรื่องแข่งกับ 7/11 ครับ!

ความจริงแล้ว 'ท้องฟ้า' เป็นคนอารมณ์ดีต่างจากภาพที่พี่จินตนาการเอาไว้มาก เขาเล่นมุกชงมุกเองได้อย่างไม่ขัดเขินเลยทีเดียว คนอ่านอย่างเราก็ทำได้แค่ขำแหะๆ อยู่ในใจ แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้คือตัวตนของนักเขียนหนุ่มคนนี้จริงๆ พี่คิดว่าความอารมณ์ดีของท้องฟ้า เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้นิยายที่เขาเขียนเต็มไปด้วยหลากหลายมุมมอง มีทั้งมุมที่จริงจัง ใจกว้าง และอ่อนโยน ท้องฟ้าทำให้เราได้เห็นอีกด้านหนึ่งว่า นอกจากความสนุกจากเขียนนิยายแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่นักเขียนควรมีก็คือความจริงใจต่อนักอ่านนั่นเอง พี่เชื่อว่าหากใครอ่านบทความนี้จนจบ คนที่เป็นแฟนนิยายจะเห็นถึงความใส่ใจจากนักเขียนคนนี้แน่นอน ส่วนคนที่เป็นนักเขียน ทั้งหมดนี้คือไอเดียและแรงบันดาลใจที่ควรค่าแก่การนำไปปรับใช้เป็นอย่างยิ่ง แล้วเจอกันใหม่ค่ะ ^^

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณภาพประกอบจากนิยายเรื่อง "ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ LAS alqimista"
และ "ALL online ขบวนการล่าขุมทรัพย์สุดปลายฝัน" 

 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ท้องฟ้า #LAS alquimista #ALL online #ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ LAS alqimista #ALL online ขบวนการล่าขุมทรัพย์สุดปลายฝัน #นิยายแฟนตาซี #นักเขียนแฟนตาซี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?