/>

7 บทเรียนจาก "The Lion King" ถึงคนที่กำลังต้องการแรงบันดาลใจไปใช้ชีวิต []

วิว

7 บทเรียนจาก "The Lion King"
ถึงคนที่กำลังต้องการแรงบันดาลใจไปใช้ชีวิต

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ดิสนีย์พาแอนิเมชั่นเดอะ ไลอ้อน คิง (The Lion King) ที่เคยอยู่ในความทรงจำของเราตั้งแต่ปี 1994 กลับมาให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกครั้งกับ "ซิมบ้า" ในเวอร์ชั่นไลฟ์ แอ็คชั่น หรือภาคคนแสดงจริง ซึ่งใครที่ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว อย่าเพิ่งสปอยล์กันเลยนะคะ ฮึบเอาไว้ก่อน เพราะวันนี้พี่ไม่ได้จะชวนคุยว่ามันเหมือนหรือต่างจากภาคแอนิเมชั่นอย่างไรบ้าง แต่พี่จะมาช่วยฟื้นความทรงจำของเราเกี่ยวกับเรื่องราวของเดอะ ไลอ้อน คิง ผ่านบทเรียนการใช้ชีวิตจากทุกตัวละครที่เราเคยรู้จัก มาดูกันว่าเจ้าลูกสิงโตขี้เล่น และยังอ่อนหัด แถมยังไร้ความรับผิดชอบในวัยเด็กอย่างซิมบ้า จะมีบทเรียนอะไรมาสอนเรากันบ้าง และใครที่กำลังต้องการแรงบันดาลใจไปใช้ชีวิต ต้องตามดูกันเล้ย 

The Lion King กับบทละครของเชกสเปียร์

ก่อนอื่นเลย รู้กันมั้ยว่าแอนิเมชั่นเดอะ ไลอ้อน คิง ของดิสนีย์ มีพล็อตเรื่องและตัวละครคล้ายกับบทละครของวิลเลียม เชกสเปียร์มากถึง 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ Hamlet, Macbeth และ Richard III โดยเรื่องแรก แฮมเลต (Hamlet) มีจุดเด่นอยู่ที่พล็อตของเรื่อง เป็นบทละครโศกนาฏกรรมการแย่งชิงบัลลังก์และการล้างแค้นของแฮมเลต ซึ่งมีเรื่องราวชีวิตคล้ายกับเจ้าสิงโตซิมบ้า คือถูกลุงหรือน้องชายของพ่อแย่งชิงบัลลังก์ สังหารพ่อและกำจัดลูกเพื่อยึดครองอาณาจักรเช่นเดียวกัน ขณะที่บทละครเรื่อง แม็คเบ็ธ (Macbeth) เป็นเรื่องราวของการถูกครอบงำทางอำนาจ เมื่ออยู่ในจุดสูงสุดก็ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกโค่นล้มลงไม่วันใดก็วันหนึ่ง ทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุขและพังพินาศในที่สุด แก่นหลักของเรื่องที่เกี่ยวข้องกันจึงเป็นเรื่องชีวิตและอำนาจ ส่วนบทละครเรื่อง Richard III เล่าถึงชายที่มีแผลเป็นในจิตใจ เขามักจะมีความคิดที่ชั่วร้าย และพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่อยู่เหนือคนอื่นเพราะปมด้อยในจิตใจ เขาไม่สนใจความสงบสุข และมุ่งหวังเพียงแค่การทำเพื่อตัวเองเท่านั้น 

ส่วนเรื่องราวของเดอะ ไลอ้อน คิง (1994) เป็นเรื่องราวของ "ซิมบ้า" ลูกของเจ้าป่ามูฟาซาและซาราบี้ ซิมบ้าเป็นลูกสิงโตที่ได้รับการเลี้ยงดูและได้รับการปกป้องจากครอบครัวเป็นอย่างดีเพราะเขาคือทายาทของอาณาจักรตัวต่อไป ทว่า "สการ์" ลุงของเขาต้องการแย่งชิงความเป็นใหญ่กับเจ้าป่ามูฟาซา ทำให้ซิมบ้าที่ยังเด็กและยังไร้เดียงสา ถูกสการ์ออกอุบายให้ไปยังดินแดนต้องห้ามจนเกิดโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายขึ้นกับครอบครัว และอาณาจักรที่ควรตกเป็นของเขาได้ถูกแย่งชิงไปโดยลุงแท้ๆ ซิมบ้าหนีออกจากอาณาจักรและเติบโตขึ้นพร้อมกับผองเพื่อนที่ได้พบเจอระหว่างทาง จนเกือบจะลืมไปแล้วว่าชีวิตวัยเด็กของเขาเคยเป็นยังไงกระทั่งได้เจอกับวิญญาณของพ่ออีกครั้ง ซิมบ้าตัดสินใจกลับอาณาจักรเพื่อกำจัดภัยร้ายอย่างสการ์ และยึดอาณาจักรที่ควรเป็นของเขากลับคืนมา

อาจกล่าวได้ว่าพล็อตเรื่องทั้งหมดเป็นการเติบโตของเด็กคนหนึ่งเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ หลังจากในวัยเด็กเขาทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดโศกนาฏกรรมกับครอบครัว โดยมีปมความขัดแย้งสำคัญคือเรื่องของอำนาจ และการแก้แค้น (สการ์แค้นพี่ชายที่ได้ครองบันลังก์จึงโค่นล้มพี่ชาย และซิมบ้ากลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งตามความชอบธรรมในสิทธิของทายาท และเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัว) ซึ่งท้ายที่สุด บทเรียนที่สำคัญกลับเป็นเพียงแค่ "การใช้ชีวิต" ให้มีคุณค่า.. และนี่คือ 7 บทเรียนที่เราได้รับจากเดอะ ไลอ้อน คิงค่ะ 

1. เป็นตัวของคุณเองดีที่สุดแล้ว

บทเรียนแรกจากเดอะ ไลอ้อน คิง คือ "การรู้จักตัวเอง" ค่ะ เราต้องรู้ว่าเราคือใคร และปลดล็อคศักยภาพของตัวเราเอง ด้วยการหาเป้าหมายและแรงจูงใจในชีวิตให้ได้ เมื่อซิมบ้าเจ้าลูกสิงโตได้หลบหนีออกจากอาณาจักรบ้านเกิด เขาได้ใช้ชีวิตกับเพื่อนฝูงใหม่อย่างมีความสุข และสนุกกับการใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย ลืมตัวตนที่แท้จริงของเขาในอดีต รวมถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่ควรมีในฐานะทายาทคนสุดท้ายไปจนเกือบหมดสิ้น ซิมบ้าคล้ายต้องการใช้ชีวิตให้สนุกเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องรับรู้หรือหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตอีก เขากำลังทำให้ตัวเองออกห่างจากความเป็นจริงนั่นเอง ดังนั้นบทเรียนที่เราได้รับก็คือ "จงเป็นตัวของตัวเอง" นั่นแหละดีที่สุดแล้ว เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่ขับเคลื่อนชีวิตของซิมบ้าก็คือการยอมรับตัวเอง 

2. "ไม่ต้องกังวล" คุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ 

ใครที่เป็นแฟนเดอะ ไลอ้อน คิงต้องรู้จักวลี ฮาคูนา มาทาท่า (Hakuna Matata) กันอยู่แล้ว เพราะเป็นวลีจากภาษาสวาฮิลี ภาษาของชนเผ่าหนึ่งในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีความหมายว่า "ไม่ต้องกังวล" เป็นประโยคที่ช่วยคลายความกังวลให้กับคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากได้เป็นอย่างดี เพราะหลังจากที่ซิมบ้าหนีออกมา เขาต้องเผชิญกับความรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อตาย และสูญเสียอาณาจักรบ้านเกิดไป ทีโมนกับพุมบ้าได้เจอซิมบ้าในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ พวกเขาจึงช่วยคลายกังวลให้ซิมบ้าด้วยความหวังดีโดยพูดว่า "ฮาคูน่า มาทาท่า" ซึ่งนอกจากจะเป็นวลีที่ช่วยปลอบโยนจิตใจอันบอบช้ำของซิมบ้าแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ซิมบ้าก้าวผ่านความเจ็บปวดในวัยเด็กนี้ไปได้ก็คือการมีเพื่อนคอยอยู่เคียงข้างนั่นเอง 

3. อดีตที่คุณไม่อยากจำคือบทเรียนที่มีค่าที่สุด 

แม้คำว่า “ ไม่ต้องกังวล” จะเป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญ แต่ก็ไม่ควรรั้งเราไว้จากความจริง เหมือนดังที่ได้เขียนไปในข้อ 1 ว่าซิมบ้าหลีกหนีจากความเป็นจริงโดยอาศัยวลีว่า "ไม่ต้องกังวล" การที่เรานึกถึงอดีตบ้าง หรือจดจำอดีตที่ไม่ควรจำได้ดี ไม่ได้แปลว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรค่าแก่การจดจำ อดีตบางอย่างไม่ได้เป็นอันตราย และบางอดีตเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราแก้ไขปัจจุบันให้ดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้นหากเราเป็นเหมือนซิมบ้าที่พยายามหลีกหนีความจริง นั่นเท่ากับว่าเราได้ละทิ้งความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ชีวิตไปด้วย เราจะไม่มีบทเรียนอะไรจากอดีต และอาจกลับไปใช้ชีวิตดังเช่นที่เคยทำมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า  

4. หลีกเลี่ยงคนที่คอยหาผลประโยชน์จากเรา

มีบางคนที่เข้ามาในชีวิตของเรา เพื่อหาหาผลประโยชน์ให้ตัวเองโดยเฉพาะ ซึ่งหากจะให้อธิบายลักษณะของคนที่เข้ามาหาเราแบบไม่จริงใจ ก็ขอยกตัวอย่าง "สการ์" เลยก็แล้วกัน เราต่างรู้กันว่าสการ์เป็นคนมากเล่ห์เพทุบาย แม้ร่างกายของเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่าเจ้าป่ามูฟาซา แต่เขาสามารถวางกลอุบายและยึดอาณาจักรที่เขาหมายปองเอาไว้ได้ ซึ่งหลังจากที่สการ์วางแผนฆ่ามูฟาซาได้สำเร็จ เขาได้เกลี้ยกล่อมเจ้าลูกสิงโตซิมบ้า และโยนความรู้สึกผิดทั้งหมดให้เจ้าสิงโตตัวน้อย ทั้งหมดนี้เป็นอุบายที่เด็กไร้เดียงสาอย่างซิมบ้ายังตามไม่ทัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เราสังเกตเห็นความผิดปกติของคนที่เข้ามาในชีวิตเราแบบหวังผลได้เป็นอันดับต้นๆ ก็คือความสุขค่ะ หากเราถูกคนๆ นั้นทำให้รู้สึกลำบากใจหรือยากที่จะปฏิเสธได้ หรือเกิดความรู้สึกทุกข์ใจบ่อยครั้ง ให้ลองถอยห่างและคิดตรึกตรองถึงการกระทำทั้งหมด เพราะบางครั้งคนที่ไว้ใจก็ร้ายที่สุดได้เหมือนกัน 

 5. รักษาเพื่อนหรือที่ปรึกษาที่ดีเอาไว้

การมีเพื่อนและที่ปรึกษาที่ดี สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ แซมบ้าเป็นเพื่อนแท้ที่ทำให้ซิมบ้าตระหนักได้ว่า "การใช้ชีวิตที่ไร้กังวลอาจจะเปรียบเสมือนการไม่ใช้ชีวิต" และยังเป็นการเห็นแก่ตัวอีกด้วยหากเรานั้นมีภาระหน้าที่ที่ต้องจัดการ แซมบ้าบอกเจ้าลูกสิงโตว่าเขาถูกลิขิตให้เป็นราชาแห่งป่าเพื่อความสงบสุขของสิ่งมีชีวิต รวมถึงลิงราฟิกิที่คอยให้ความรู้ซิมบ้า และแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่แท้จริงสู่ความยิ่งใหญ่ เมื่อราฟิกิรู้ว่าซิมบ้ายังมีชีวิตอยู่เขาบอกว่า "มันถึงเวลาแล้ว" ที่ซิมบ้าจะต้องยึดบัลลังก์อันชอบธรรมของเขากลับมา ด้วยการสังหารสการ์ลุงที่ชั่วร้ายของเขา จะเห็นได้ว่าอีกแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้ซิมบ้าเติบโตและมีเป้าหมายมากขึ้นก็คือแซมบ้าและราฟิกิ หากไม่มีเพื่อนและที่ปรึกษาที่ดีคอยให้คำแนะนำและคอยตักเตือนเราเมื่อกำลังเดินทางผิด เราอาจจะกำลังใช้ชีวิตผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกก็เป็นได้ 

6. คุณทำได้ขอเพียงเชื่อมั่นในตัวเอง 

ลึกๆ ข้างในเราทุกคนมีพลังมากพอที่จะทำเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ให้สำเร็จได้ค่ะ สิ่งที่เราต้องทำคือเชื่อว่า "เราทำได้"  เจ้าลูกสิงโตอย่างซิมบ้าที่เคยไม่เอาไหน วันๆ เอาแต่เล่นซุกซน และหลบหนีออกจากบ้านเกิดเพียงเพราะคำพูดของลุงที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง ซิมบ้าที่ดูแล้วคงไม่อาจจะต่อกรกับลุงของเขาได้เลย แต่เมื่อเขากลับมาเชื่อมั่นในตัวเอง เผชิญหน้ากับความจริง และไม่พึ่งพาคำว่าไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ทำให้ซิมบ้าที่มีเพื่อนคอยอยู่เคียงข้าง และพัฒนาตัวเอง สามารถแย่งชิงบัลลังก์กลับคืนมาได้ เห็นไหมคะ ว่าเพียงเราเชื่อในตัวเอง และไม่ละทิ้งเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษา เพียงเท่านี้ก็เป็นการเริ่มก้าวแรกที่ดีในชีวิตแล้วค่ะ 

7. ได้โปรดอย่ามองตัวเองว่าไร้ค่า

บางครั้งเรารู้สึกว่าเราหลงทาง และไม่มีใครต้องการเรา ในขณะที่ความจริงนั้นอาจจะตรงกันข้ามก็ได้ อาจจะมีคนที่ต้องการเรา และห่วงใยเรายิ่งกว่าตัวเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง ดังเช่นแซมบ้าเพื่อนวัยเด็กของซิมบ้า เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าให้นึกถึงตัวเราเอง นึกถึงครอบครัว นึกถึงเพื่อน หรือนึกถึงความสุขที่เราชื่นชอบเข้าไว้ อาจจะใช้วลี "ไม่ต้องกังวล" เหมือนซิมบ้าก็ได้ เพราะบางครั้งการหลีกหนีความจริงก็ช่วยเยียวยาเราได้เหมือนกัน แต่อย่าใช้วลีนี้บ่อยๆ หรือจมอยู่กับมันมากเกินไป ลองออกไปใช้ชีวิต และค้นหาตัวเองดูค่ะ เราอาจจะเจอแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตก็ได้ 

เป็นยังไงบ้างคะ พี่แนนนี่เพนชอบข้อ 2 มากเลยค่ะ ความกังวลไม่สามารถทำให้ความเจ็บปวด หรือปัญหาที่เกิดขึ้นหายไปได้นะคะ เพราะฉะนั้นขอให้เรายิ้มรับเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นมิตร และอดทนต่อสู้ด้วยความหวังกันเถอะค่ะ หวังว่าบทเรียนการใช้ชีวิตจากเดอะ ไลอ้อน คิงทั้ง 7 ข้อนี้ จะทำให้ชาวเด็กดีทุกคน มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตมากขึ้นนะคะ ฮึบเข้าไว้ค่ะทุกคน 

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

http://brainprick.com/10-life-lessons-to-learn-from-the-lion-king/

https://www.imdb.com/title/tt0110357/

https://hellogiggles.com/lifestyle/20-life-lessons-learned-lion-king-20th-birthday/

https://raikespeare.wordpress.com/2014/01/16/

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #The Lion King #เดอะ ไลอ้อน คิง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป