/>

ระวังชายแปลกหน้าให้ดี! ไม่งั้นเราอาจกลายเป็น “หนูน้อยหมวกแดง” คนต่อไปที่ถูกหมาป่าจับกิน []

วิว

ระวังชายแปลกหน้าให้ดี!
ไม่งั้นเราอาจกลายเป็น “หนูน้อยหมวกแดง”
คนต่อไปที่ถูก หมาป่า จับกิน  

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเว็บเด็กดีทุกคน วันนี้แอดมินขอชวนทุกคนเปิดประเด็นเรื่องหนูน้อยหมวกแดงกันค่ะ เชื่อว่าทุกคนในที่นี้ต้องรู้เนื้อหาคร่าวๆ ของนิทานเด็กเรื่องนี้ เรื่องราวของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ และหมาป่า ซึ่งเมื่อสืบสาวย้อนกลับไป เราจะพบว่าต้นกำเนิดของนิทานหนูน้อยหมวกแดงนี้ เกิดจากการเล่าต่อๆ กันมาเป็นเวลายาวนาน เชื่อกันว่า ต้นกำเนิดของตำนานหนูน้อยหมวกแดงอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 11 เรื่องเล่านี้มาจากบทกวีของเบลเยี่ยม บอกเล่าโดยนักบวชผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งบอกว่าได้ยินเรื่องนี้มาจากชาวนาผู้ยากจน เขาได้พูดถึงเด็กผู้หญิงที่สวมเสื้อทูนิคสีแดง และต้องเผชิญหน้ากับหมาป่า อย่างไรก็ตาม ครั้งแรกที่ได้มีการบันทึกเรื่องราวนี้เป็นเอกสารจริงๆ จังๆ คือช่วงปี ค.ศ. 1600 และนักเขียนที่นำเรื่องเล่านี้มาเขียนก็คือ ชาร์ลส์ แปร์โรลต์ ผู้โด่งดังนั่นเอง ซึ่งต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19  พี่น้องกริมม์ก็ได้รวบรวมเรื่องเล่าเกี่ยวกับหนูน้อยหมวกแดงมาเขียนในแบบของตัวเองด้วย 
 
เสื้อคลุมสีแดง แสดงถึงสัญลักษณ์ประจำเดือนของเด็กผู้หญิง
 
เนื้อหาต้นฉบับของหนูน้อยหมวกแดง 
หนูน้อยหมวกแดงเวอร์ชั่นที่ทุกคนรู้จักกันดี เป็นเวอร์ชั่นของพี่น้องกริมม์นั่นเอง ชื่อเรื่องนั้น ไม่ใช่ Little Red Riding Hood อย่างที่เราได้ยินกันแพร่หลายในยุคนี้ แต่ใช้ชื่อว่า Little Red Cap (หนูน้อยหมวกแก๊ปแดง...?) แม่ของหนูน้อยมอบหมวกสีแดงให้เธอสวม ก่อนจะมอบหมายให้เธอนำอาหารไปมอบให้คุณยายที่ป่วยอยู่ แม่ย้ำเตือนว่าอย่าหยุดระหว่างทางเป็นอันขาด หนูน้อยไม่เชื่อคำเตือนของแม่ และเดินเล่นอยู่ในป่า ระหว่างนั้นเอง หมาป่าก็แอบเห็นหนูน้อยเข้าและวางแผนจับเธอไปกิน หมาป่าถามหนูน้อยอย่างสุภาพว่า จะไปไหน หนูน้อยตอบเพราะรู้สึกว่าหมาป่าเป็นมิตร หมาป่าบอกให้หนูน้อยเก็บดอกไม้ไปฝากคุณยายด้วย และระหว่างที่หนูน้อยเก็บดอกไม้อยู่ หมาป่าก็ตัดหน้าไปที่บ้านและกินคุณยายเข้าไป จากนั้นก็สวมหมวกนอนของคุณยาย ปลอมตัวนอนบนเตียงแทน เมื่อหนูน้อยไปถึงบ้าน ก็ถูกหมาป่าในคราบคุณยายจับกินโดยไม่รู้ตัว
 
ในเวอร์ชั่นของแปร์โรลต์ หนูน้อยได้ทักประโยคยอดฮิตที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ “ทำไมแขนคุณยายใหญ่จังคะ” “จะได้กอดหนูแน่นๆ ไงล่ะ” บทสนทนาพูดถึงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของหมาป่าวนๆ ไปเรื่อยๆ จนประโยคสุดท้ายคือ “ทำไมฟันของคุณยายใหญ่จังคะ” และนั่นแหละ หมาป่าก็ตะโกนตอบว่า “จะได้กินเธอได้อร่อยๆ ไงล่ะ” ในเวอร์ชั่นของแปร์โรลต์ หนูน้อยโดนจับกิน แต่ในเวอร์ชั่นของพี่น้องกริมม์ ช่างไม้มาช่วยเธอได้ทันเวลา และผ่าท้องหมาป่า ช่วยทั้งเธอและคุณยายที่ยังมีชีวิตอยู่ในท้องของหมาป่าออกมา จากนั้นทุกคนก็ช่วยกันยัดหินก้อนใหญ่เข้าไปในท้องเพื่อฆ่าหมาป่า 
 
หนูน้อยหมวกแดงและหมาป่า 
 
ประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปของหนูน้อยหมวกแดง 
เรื่องราวของหนูน้อยหมวกแดงนั้นมีมานานหลายร้อยปี และเป็นเรื่องเล่าที่เล่ากันในหลายๆ ประเทศ ชื่อเรื่องก็แตกต่างกันไป ในฝรั่งเศศ เชื่อกันว่าเล่ากันมานานถึง 700 ปี และมีอยู่หลายเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นที่ดังที่สุดคือคุณยายผิดคนหรือ The False Grandmother ในเมืองจีนก็มีเรื่องเล่าทำนองนี้ในชื่อว่า The Grandaunt Tiger (ในจีน ตัวร้ายกลายเป็นเสือ) ในอัฟริกา ตัวร้ายของเรื่องคือหมาไฮยีน่า ส่วนในอิหร่าน หนูน้อยเป็นผู้ชายเพราะเด็กผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอก ในหลายๆ เวอร์ชั่น บางทีหมาป่าก็เป็นอสุรกายหรือมนุษย์หมาป่า มีเวอร์ชั่นหนึ่ง หมาป่าชวนหนูน้อยกินอาหาร ซึ่งก็คืออวัยวะของคุณยายต้มซุป หมาป่าบอกให้หนูน้อยถอดเสื้อผ้าและขึ้นเตียง แต่หนูน้อยบอกว่าต้องเข้าห้องน้ำก่อนเพราะไหวตัวทัน หมาป่าก็เลยผูกเชือกไว้หนูน้อยจะได้หนีไปไหนไม่ได้ แต่หนูน้อยเอาเชือกไปคล้องกับข้าวของอย่างอื่นและหนีไปจนได้ 
 
ในส่วนของเวอร์ชั่นแรกที่ได้รับการเขียนอย่างเป็นกิจลักษณะนั้น เป็นเวอร์ชั่นของชาร์ลส์ แปร์โรลต์ แห่งฝรั่งเศส เขาเขียนเรื่องนี้ในปี ค.ศ. 1697 ชื่อเรื่องคือ The Little Red Cap หรือชื่อฝรั่งเศสว่า Le Petit Chaperon Rouge แปร์โรลต์เก็บตกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของเรื่องเล่าเหล่านี้จากทั่วประเทศ โดยเขาบอกว่า หลักๆ มาจากฝรั่งเศสตอนใต้ เป็นเรื่องของเด็กหญิงที่เอาตัวรอดจากมนุษย์หมาป่าได้ ซึ่งจุดเด่นของหนูน้อยหมวกแดงฉบับแปร์โรลต์คือเรื่องพฤติกรรมที่ฉลาดและโง่เขลา เขาอยากเตือนให้เด็กผู้หญิงสวยๆ ทุกคนรู้ถึงอันตรายของผู้ชายที่เข้ามาหา พวกเขาอาจใช้พฤติกรรมมาล่อลวงพวกเธอให้ไปทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม ในตอนจบเวอร์ชั่นหนูน้อยหมวกแดงของแปร์โรลต์ หนูน้อยโดนจับกิน แต่ว่า... เมื่อมีการนำมาตีพิมพ์ใหม่ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพี่น้องกริมม์ได้รวบรวมเรื่องเล่านี้ใหม่ พวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนตอนจบ ให้มีคนมาช่วยหนูน้อยและคุณยายไว้ได้   
 
หนูน้อยหมวกแดงเวอร์ชั่นต่างๆ
 
สารที่ต้องการสื่อถึงเด็กๆ ทั้งหลาย (โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง)  
ใช่แล้ว หนูน้อยหมวกแดงเป็นนิทานเด็ก และเป้าหมายของมันคือ เป็นสารสำคัญที่ต้องการสื่อถึงเด็กหญิงทั้งหลาย แน่นอนว่าไอเดียที่คุณยายโดนหมาป่าจับกินเป็นเรื่องน่ากลัว และฉากที่คนตัดไม้โผล่มาช่วย แล้วผ่าท้องหมาป่า ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญจริงๆ ของเรื่อง เพราะสาระสำคัญคือ การที่เด็กที่รับฟังควรจะตั้งคำถามและหาคำตอบได้ว่า... อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในฉากที่หนูน้อยถามคุณยายเกี่ยวกับอวัยวะต่างๆ ของเธอ มันคือการแสดงให้เห็นว่า... เมื่อใดที่เรารู้สึกว่าสถานการณ์ไม่เป็นปกติ เราควรจะตั้งคำถามเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เราคิดนั้น เป็นแบบนั้นจริงๆ หรือไม่ เมื่อหนูน้อยสงสัยว่าคุณยายเปลี่ยนไป เธอเลือกที่จะถามว่า... เพราะอะไร และสุดท้าย หมาป่าก็ตอบจนอ่อนใจทนไม่ไหว ต้องเผยโฉมหน้าออกมา สารแรกของเรื่องจึงเป็นการที่เราควรสังเกตสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มไม่น่าไว้วางใจ หรือมีความน่าสงสัย ให้ถามและระแวดระวัง อย่าทำตัวเชื่องๆ หรือไม่สนใจสถานการณ์แวดล้อม เพราะมีแต่จะทำให้เราพบกับอันตรายได้มากขึ้น 
 
สำหรับสารที่สอง ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ชาร์ลส์ แปร์โรลต์ต้องการสื่อถึงเด็กผู้หญิง หมาป่านั้นมีนัยยะที่หมายถึงผู้ชาย และการโดนจับกิน ก็หมายถึงการข่มขืน ในอดีต เด็กหญิงจำนวนมากเสี่ยงต่อการโดนทำร้าย และหลอกลวงในเรื่องเพศ การที่หนูน้อยสวมหมวกแดงยังเป็นการสื่อถึง “ประจำเดือน” หรือก็คือ การที่เด็กคนหนึ่งเติบโตเป็นผู้หญิงเต็มตัว ก็จะมีผู้ชายอย่างหมาป่าเข้ามาข้องแวะเกาะแกะ และหาทางทำร้ายจนได้ ดังนั้น เราเป็นผู้หญิงก็ต้องคอยสังเกต และระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียว ระวังคนแปลกหน้า ทำตามคำแนะนำของแม่ที่บอกว่า อย่าอยู่นอกบ้านนานๆ ให้ไปไหนก็รีบไปรีบกลับ และดูแลตัวเองให้ดีๆ  
 
หนูน้อยหมวกแดงต้องช่วยตัวเองบ้างนะ
 
แต่... เฟมินิสต์ไม่ถูกใจสิ่งนี้ 
ในยุคที่เฟมินิสต์เฟื่องฟู หนูน้อยหมวกแดงเป็นนิทานที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ในแง่ที่ว่า การนำเสนอเนื้อหา พูดถึงเพศหญิงในแง่ลบ เฟมินิสต์หลายคนมองว่า ตลอดทั้งเรื่อง หนูน้อยหมวกแดงไม่ได้คิดหรือแสดงความเป็นตัวเองออกมาเลย เธอทำตามคนอื่นอย่างเดียว และตอนท้าย แทนที่เธอจะเอะใจหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ก็กลายเป็นว่าไม่จบลงที่เธอโดนจับกิน ก็มีคนตัดไม้หรือนายพรานมาช่วย ซึ่งเขาก็เป็นผู้ชายอีกน่ะแหละ สรุปว่าทั้งเรื่องนี้ หนูน้อยหมวกแดงอ่อนแอและทำอะไรเพื่อตัวเองไม่ได้เลย ได้แต่รอให้คนอื่นมาช่วย แถมยังเลือกที่จะเลินเล่อ เดินเข้าไปหาอันตรายโดยไม่ระมัดระวังด้วย เฟมินิสต์ทั้งหลายสรุปว่า เนื้อหาแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้เด็กผู้หญิงได้เติบโตเป็นตัวของตัวเองเลย ตรงกันข้าม มีแต่จะทำให้เด็กผู้หญิงอ่อนแอและหวาดระแวงจนเกินเหตุด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม มีหนูน้อยหมวกแดงเวอร์ชั่นหนึ่งของฝรั่งเศสและอิตาลี ที่ให้หนูน้อยหนีเอาตัวรอดจากหมาป่าได้ด้วยตัวเอง แต่ก็เป็นเวอร์ชั่นที่แทบไม่มีคนรู้จักและไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่  
 
หมาป่าอยู่ทุกหนทุกแห่ง 
 
นิทานสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมยุคนั้น : หนูน้อยหมวกแดงสะท้อนเรื่องชายชนชั้นสูงข่มขืนเด็กหญิงชนชั้นล่าง...? 
อย่างที่ได้เคยเขียนไปหลายต่อหลายครั้งว่า เทพนิยายหรือนิทานส่วนใหญ่จะสะท้อนสังคมในยุคนั้นๆ หนูน้อยหมวกแดงก็เช่นกัน เนื้อหาของเรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมในอดีต ที่เด็กผู้หญิงมีภัยอันตรายมาถึงตัวได้ง่ายมาก ในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่ชาร์ลส์ แปร์โรลต์ตัดสินใจบันทึกเรื่องราวนี้อย่างละเอียด เป็นช่วงเวลาที่ชนชั้นสูงมีอิทธิพลมาก มีเรื่องของระบบชนชั้น ระบบชายเป็นใหญ่ ชัดเจน พูดง่ายๆ ก็คือชนชั้นปกครองที่เป็นผู้ชายมีบทบาท มีอิทธิพลสำคัญ และพวกเขาก็คือตัวแทนของหมาป่า ส่วนชนชั้นล่างเพศหญิงโดยเฉพาะพวกที่มีหน้าตาสะสวย ก็คือตัวแทนของหนูน้อยหมวกแดง ซึ่งมักจะโดนหมาป่าหรือชนชั้นสูงหลอกล่อไปทำร้ายในเรื่องเพศ หรือโดนล่อลวงให้ทำผิดศีลธรรม นักวิจารณ์หลายคนเชื่อว่าเนื้อหาที่บอกว่าหนูน้อยหมวกแดงโดนหมาป่าจับกิน หมายถึงการข่มขืนแบบไม่มีใครรู้เห็น (ใช้วิธีแอบข่มขืนในป่า) และการทำร้ายคุณยายของเธอ ก็คือการปิดปากสมาชิกในครอบครัวของเด็กหญิงเหล่านั้น ไม่ให้พูดความจริงออกมา หลายครั้งหนูน้อยหมวกแดงตาย จะมีไม่กี่ครั้งหรอกที่พวกเธอเอาตัวรอดมาได้ด้วยไหวพริบความฉลาดส่วนตัว 
 
น่าขอบคุณที่ชาร์ลส์ แปร์โรลต์มองเห็นการณ์ไกลจนบันทึกเรื่องของหนูน้อยหมวกแดงไว้ เพราะถึงแม้ว่าสังคมสมัยนี้จะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ ผู้ชายก็ยังคงมองเด็กผู้หญิงเป็นเหยื่ออยู่ร่ำไป และมีผู้ชายจำนวนมากที่ทำนิสัยแบบหมาป่า หาทางล่อลวงเพื่อทำร้ายหนูน้อยหมวกแดงให้สูญเสียพรหมจารี (ดังข่าวที่เราเห็นอยู่เสมอๆ ที่ผู้ชายที่ทำร้าย ข่มขืนเด็กผู้หญิงอายุยังน้อย มักเป็นญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดในครอบครัว) และเมื่อเราอ่านนิทานเรื่องนี้ เราก็ควรเข้าใจสารที่ส่งมา เพื่อจะได้ดูแลตัวเองให้อยู่รอดในสังคมได้อย่างเหมาะสม และระมัดระวังมากที่สุด  
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
https://wiki.kidzsearch.com/wiki/Little_Red_Riding_Hood 
https://www.nationalgeographic.com/news/2013/11/131129-little-red-riding-hood-folktale-tehrani-anthropology-science/ 
http://www.surlalunefairytales.com/illustrations/ridinghood/leered2.html 
https://shackdiaries.wordpress.com/2014/04/04/who-killed-red-riding-hood-the-fairy-tale-patriachy-and-rape-culture/
 
Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #หนูน้อยหมวกแดง #เทพนิยาย #ชาร์ลส์ แปร์โรลต์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป