/>

วรรณกรรมมีสี : เมื่อการเล่าเรื่องผ่าน “สี” กลายเป็นสัญลักษณ์และการตีความของชีวิต []

วิว

วรรณกรรมมีสี : เมื่อการเล่าเรื่องผ่าน “สี”
กลายเป็นสัญลักษณ์และการตีความของชีวิต 

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน รู้กันมั้ยว่า “สี” เป็นความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่นักเขียนหลายคนนิยมนำมาใช้ในงานเขียนกันอย่างมาก เพื่อสร้างภาพในจินตนาการให้ออกมาเป็นรูปธรรมมากที่สุด บางครั้งใช้เปรียบเป็นอุปมา เหมือน คล้าย ดั่ง บางครั้งใช้เป็นสัญลักษณ์แทนค่าสิ่งหนึ่ง บางครั้งก็มีความหมายตามที่เขียน การใช้สีในวรรณกรรม จึงเป็นเหมือนเครื่องมือในการเล่าเรื่องอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกร่วม และเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ในงานเขียนมากขึ้น แต่ก่อนที่เราจะตีความสัญลักษณ์ที่นักเขียนสอดแทรกเอาไว้ได้ เราจำเป็นต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับสีมาก่อน จึงจะเข้าใจความหมายที่นักเขียนต้องการสื่อออกมาได้อย่างถูกต้อง

ในบทความนี้ พี่แนนนี่เพนจึงอยากพาทุกคนไปเข้าใจความหมายของสีในเชิงสัญลักษณ์ที่นักเขียนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน แม้เราจะรู้ว่าการอ่านหนังสือหนึ่งเล่มไม่มีทางที่จะได้มุมมองเหมือนกัน แต่ความหมายของสีในเชิงสัญลักษณ์ยังคงมีความเป็นสากล ที่จะทำให้เราเข้าใจเรื่องราวในทำนองเดียวกันได้ ดังนั้น เรามาดูการใช้สีและการสื่อความหมายในเชิงวรรณกรรมจากทั่วโลกกันค่ะ
 

เมื่อวรรณกรรมเล่าเรื่องผ่าน “สี”

นักเขียนมักใช้ “สี” เพื่อแสดงให้เห็นเรื่องราวบางอย่างเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสีผม สีผิว สีเสื้อผ้า สีผลไม้ หรือสีดอกไม้ ทุกอย่างล้วนมีความหมายและถูกคัดเลือกมาแล้วเสมอ เช่น ในวรรณกรรมฝรั่งเศส ราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 นักเขียนชาวฝรั่งเศสนิยมใช้สีเพียงแค่ 7 สีเท่านั้น เพื่อพรรณนาให้เห็นถึงความโรแมนติก อารมณ์ความรู้สึก และบุคลิกตัวละคร ส่วนในยุคโกธิค นิยมใช้สีแดงกับสีดำ เพื่อกระตุ้นอารมณ์และความคิดของผู้อ่าน นอกจากนี้ ในเทพนิยายเองก็มีการนำสีมาใช้เพื่อตอบสนองทางอารมณ์ และพัฒนาเรื่องราวให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เช่น สีแดงเหมือนเลือด, สีขาวเหมือนหิมะ และสีดำเหมือนอีกา โดยเทพนิยายที่มีการใช้สีได้เด่นชัดที่สุดต้องยกให้เรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดเลยค่ะ ที่มีการใช้สีแดงแทนเลือด และการล่อลวงด้วยแอปเปิลอาบยาพิษ และใช้สีดำแทนความต้องการและความปรารถนาของมนุษย์ 

อีกตัวอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเห็นการใช้สีในวรรณกรรมได้ชัดที่สุดก็คือ บ้านทั้ง 4 ในฮอกวอตส์ จากวรรณกรรมเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ของ เจ. เค. โรว์ลิง เราจะเห็นว่าทั้งสี่บ้าน ได้แก่ กริฟฟินดอร์ ฮัฟเฟิลพัฟ เรเวนคลอ และสลิธีริน ต่างเป็นบ้านที่มีลักษณะเด่น และมีสีประจำบ้านที่ชัดเจน เมื่อเราลองนำสีของแต่ละบ้านมาศึกษาหาความสัมพันธ์ จะพบว่าทั้งสี่บ้านสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และมีความหมายถึงองค์ประกอบของโลกใบนี้ โดยบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่มีสีเหลืองแทนข้าวสาลี และสีดำแทนดิน เป็นสีประจำบ้าน ที่สื่อความหมายถึงแผ่นดิน หรือโลก, บ้านสลิธีรินที่มีสีเขียวและสีเงิน สื่อความหมายถึงน้ำ, บ้านเรเวนคลอที่มีสีน้ำเงินแทนท้องฟ้า และสีทองแดงแทนขนนกอินทรี สื่อความหมายถึงลม และบ้านกริฟฟินดอร์ที่มีสีแดงและสีทองเป็นสีประจำบ้านที่สื่อความหมายถึงไฟ ดังนั้น เมื่อนำทั้งสี่บ้านมารวมกันเราจะเจอแก่นหลักของเรื่องซึ่งก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ นั่นเอง

นอกจากนี้ เราสามารถใช้สีของแต่ละบ้านตีความถึงลักษณะของตัวละครได้อีกด้วย เช่น บ้านกริฟฟินดอร์ที่มีสีแดงและสีทองเป็นสีประจำบ้าน เมื่อหยิบความหมายของสีจากทั่วโลกมาตีความ เรากลับพบว่าผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นว่าบ้านกริฟฟินดอร์เป็นบ้านของคนที่มีความหาญ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยใช้สีแดงสื่อถึงความแข็งแกร่ง, ความมั่นใจ และใช้สีทองสื่อถึงความอ่อนโยน เป็นต้น 

ทว่าการที่เราจะเข้าใจความหมายของสีไปในทิศทางเดียวกันนั้นเป็นไปได้ยากมากเลยค่ะ เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน แต่ตีความสิ่งที่อ่านออกมาได้ไม่เหมือนกัน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่อ่านมาก่อน ฉะนั้น เรามารู้จักสีที่สื่อความหมายผ่านงานวรรณกรรมกันเลยค่ะ
 

สีกับสัญลักษณ์ในวรรณกรรม

1. สีขาว - ความไร้เดียงสา และความบริสุทธิ์ทางเพศ

สีขาวในวรรณกรรมมักเป็นสีที่ถูกแทนด้วยความบริสุทธิ์และความไร้เดียงสา เป็นช่วงวัยของเด็ก และมักถูกแทนด้วยเรื่องราวทางเพศเสมอ ด้วยความที่เป็นสีขาวเป็นสีต้องห้าม คือ แตะต้องไม่ได้ นักเขียนส่วนใหญ่จึงนิยมนำสีขาวไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของความดี ความไร้เดียงสา และความบริสุทธิ์ทางเพศ และเริ่มมีการนำสีขาวมาสื่อความหมายใหม่ผ่านการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การใช้สีขาวใน The Chronicles of Narnia ไม่ว่าจะเป็นแม่มดขาว หรือหิมะสีขาว สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีการพยายามทำให้สีขาวยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามอยู่ ทั้งที่จริงมันคือความชั่วร้ายที่คอยกัดกินผู้คน ทำให้นาร์เนียตกอยู่ในฤดูหนาวตลอดกาล 
 

2. สีดำ - ความลึกลับ และความต้องการของมนุษย์

ในวรรณกรรม สีดำมักเป็นสีที่แสดงความชั่วร้าย ความตาย ความโศกเศร้า การไว้ทุกข์ การสูญเสียความไร้เดียงสาไปอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ศีลธรรมหรือศาสนา สีดำเป็นสีที่แสดงความรู้สึกในด้านลบเป็นส่วนใหญ่ มักทำให้ตัวละครหรือเนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างลึกลับ และแฝงไปด้วยความน่ากลัว นอกจากนี้ สีดำยังเป็นสีของความปรารถนา ความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อนักเขียนเลือกให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสีดำ อาจกล่าวได้ว่าสิ่งๆ นั้น แทนความต้องการของมนุษย์ และเรามักจะพบสีดำในวรรณกรรมที่มีเรื่องราวของอาชญากรรม การสืบสวนสอบสวน และตำนานเรื่องผี เป็นต้น 
 

3. สีน้ำเงิน - ความสงบ และภาวะซึมเศร้า

โดยทั่วไปแล้ว สีน้ำเงินจะใช้เพื่อตอบสนองทางอารมณ์ในเชิงบวก และมักจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่สงบ มีความสุข ผ่อนคลาย และสะดวกสบาย ในด้านลบมักจะถูกใช้เพื่อเป็นตัวแทนของภาวะซึมเศร้า และความเสียใจ โดยในวรรณกรรม หากสีน้ำเงินมีสีที่ค่อนข้างเข้ม สามารถสื่อถึงความคิดอันลึกลับซับซ้อนได้ แต่หากมีเฉดสีที่ค่อนข้างอ่อน มักจะสื่อให้เห็นถึงสภาพโดยรวมที่ปลอดภัยมากกว่า นอกจากนี้ ตามทฤษฎีสี นักเขียนยังนิยมใช้สีน้ำเงินเพื่อพรรณนาถึงความไว้วางใจ ความภักดี ภูมิปัญญา ความเชื่อ ความเชื่อมั่น ความจริง และสวรรค์ อีกด้วย
 

4. สีเขียว - ธรรมชาติและการเติบโตของมนุษย์ 

สีเขียวในวรรณกรรมถูกใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่และการเกิดใหม่ รวมถึงยังสื่อถึงความอดทนและเกียรติยศอีกด้วย เช่น ในกาเวนและอัศวินสีเขียว นอกจากนี้ สีเขียวยังสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกสดชื่น แต่ขณะเดียวกันก็สื่อให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าและความรู้สึกผิดได้เหมือนกัน นักเขียนสามารถใช้สีเขียวเพื่อสื่อถึงธรรมชาติ  ความสดใหม่ และความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงใช้สื่อถึงความทะเยอทะยาน ความโลภ และความริษยาได้อีกด้วย ดังนั้น สีเขียวจึงเปรียบเสมือนธรรมชาติและการเติบโตของมุษย์ ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดีค่ะ
 

5. สีเหลือง - ความอบอุ่น และความสุข

สีเหลืองเกี่ยวข้องกับความสุข สติปัญญา และพลังงานค่ะ เป็นสีที่แสดงให้เห็นถึงเกียรติยศและความภักดี นักเขียนมักใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความอุดมสมบูรณ์ และความอบอุ่น โดยหลีกเลี่ยงที่จะใช้สีเหลืองในความหมายเชิงลบเพราะเกี่ยวกับความขี้ขลาดและอาการเจ็บป่วยทางจิต 
 

6. สีแดง - ความรัก ความโกรธ และความปรารถนา

สีแดงมักถูกแทนด้วยความรัก ความโกรธ และความปรารถนา มันเป็นสีที่แข็งแกร่งที่สุด เต็มไปด้วยความมั่นใจ และความทะเยอทะยาน สีแดงเป็นสีที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ชั่วร้าย และล่อลวง เหมือนแอปเปิลอาบยาพิษจากสโนไวท์ และยังเป็นสีของไฟจากการเผาไหม้ เกี่ยวข้องกับนรกเชื่อมโยงกับบาปอีกด้วย สีแดงจึงเป็นสีของความปรารถนาที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของนักอ่านได้ดีที่สุด เพราะเป็นส่วนลึกในจิตใจของมนุษย์ที่ยังมีความต้องการอันลึกล้ำ 
 

……….

ถ้าหากให้น้องๆ ลองเลือกหนังสือมาสักเล่มหนึ่ง แล้วแทนสีที่เราคิดว่าเหมาะกับหนังสือเล่มนี้ลงไป เราจะเลือกสีอะไรให้กับหนังสือเล่มนั้นกันคะ? พี่เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนมีหนังสือเล่มโปรดกันหลายเล่ม และแต่ละเล่มเมื่อแทนสีลงไปแล้ว จะต้องมีบางเล่มที่มีสีซ้ำกันอยู่แน่นอน เพราะจากความน่าจะเป็นแล้ว เรามักจะเลือกอ่านหนังสือที่หลากหลายแต่เป็นแนวที่เราชอบเสมอ พี่เองก็มีหนังสือที่อ่านเยอะมากเหมือนกัน เมื่อลองแทนสีลงไปแค่ไม่กี่เล่ม กลับค้นพบว่า “หนังสือทุกเล่มบ่งบอกความเป็นตัวเรา” ในช่วงชีวิตหนึ่งได้โดยที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อน.. 

ทว่าสีที่เราแทนลงไปในหนังสือนั้นเป็นมุมมองของเราในฐานะนักอ่าน ที่แต่งแต้มสีลงไปในหนังสือผ่านอารมณ์ ความรู้สึกที่มีต่อหนังสือเล่มนั้นโดยตรง ถ้าหากเราอยากรู้จักสีในมุมมองของนักเขียนบ้าง เราอาจจะต้องกลับไปอ่านซ้ำและตีความสัญลักษณ์ สิ่งแวดล้อมต่างๆ อีกมากจึงจะเข้าใจในสิ่งที่นักเขียนต้องการจะสื่อ ซึ่งในบทความนี้ พี่ได้ยกตัวอย่างการใช้สีในวรรณกรรมให้น้องๆ ได้รู้จักกันแล้ว หวังว่าน้องๆ จะมองเห็นสีที่นักเขียนต้องการสื่อออกมาไม่มากก็น้อย เชื่อว่าหลังจากนี้เราจะอ่านวรรณกรรมสนุกมากขึ้นแน่นอนค่ะ 

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
https://www.pottermore.com/writing-by-jk-rowling/colours
https://www.color-meanings.com/color-symbolism-in-literature-what-do-colors-mean-in-literature-and-poetry/
https://charlotteunsworth.com/why-colour-matters-symbolism-in-literature/
https://unsplash.com
https://harrypotter.fandom.com/wiki/Hogwarts_Houses

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #วรรณกรรม #สีในวรรณกรรม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป