/>

ยังจำได้ไหม 5 ฉากโหดสุดๆ จากวรรณคดี ที่อ่านกี่ครั้งก็หลอนทุกที! []

วิว

ยังจำได้ไหม 5 ฉากโหดในวรรณคดี
ที่อ่านกี่ครั้งก็หลอนทุกที

 

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน วันนี้พี่น้ำมาพร้อมกับบทความเกี่ยวกับวรรณคดีอีกแล้ว (อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ ^^) และคราวนี้ก็จะมาพูดถึงเรื่องราวความโหดร้ายในวรรณคดีที่เราเคยอ่านเคยเรียนกันมาค่ะ ซึ่งในสมัยที่เราเรียนนั้นเราอาจจะเป็นเด็กอยู่และยังไม่เข้าใจความรุนแรงที่แฝงมาในเรื่อง แต่พอโตขึ้นมาแล้วลองมาอ่านดูอีกทีก็พบว่าบางฉากมันไม่ได้น่าจดจำเลยสักนิด จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าวรรณคดีไทยของเรานั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย รุนแรง และขัดต่อหลักศีลธรรมมากๆ จากที่เคยชื่นชมก็ต้องเปลี่ยนความคิดเลยทีเดียว

วันนี้พี่ก็เลยขอหยิบยกฉากโหดๆ 5 ฉากในวรรณคดีที่พี่เคยมองข้ามไปมาชวนพูดคุยกันอีกครั้งว่า น่ากลัวขนาดนี้ เขากล้าทำกันได้ยังไงนะ เป็นฉากฆาตกรรมที่ทั้งโหดทั้งหลอนสุดๆ เลย เห็นด้วยไหมคะ
 

ฉาก 1 : ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ เอาลูกไปทำกุมารทอง
 


 

พูดถึงเรื่องความโหดเหี้ยม คนแรกที่นึกถึงเลยก็คือ “ขุนแผน” กิตติศัพท์อันลือเลื่องนอกจากความเจ้าชู้ก็เรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์นี่แหละ ขุนแผนนั้นเป็นคนเจ้าเสน่ห์ รูปหล่อ เก่งกาจมีความสามารถ จนเรียกได้ว่าเป็นชายในอุดมคติ ที่ผู้ชายหลายคนอยากจะเอาอย่าง แต่สำหรับพี่ไม่รู้สึกว่าขุนแผนจะน่าชื่นชมสักเท่าไหร่ คงมีแค่เรื่องฝีมือการสู้รบที่เก่งกาจเท่านั้นที่พอให้ชื่นชมได้ นอกนั้นไม่ไหว ซึ่งในเรื่องขุนช้างขุนแผน มีฉากหนึ่งที่สะเทือนใจมาก ก็คือฉากที่ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ แล้วควักเอาลูกในไส้ไปทำกุมารทอง โดยไม่รู้สึกผิดสักนิด (จิตใจทำด้วยอะไรอะถามจริง?) คิดว่าหลายคนก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

โดยเรื่องราวความอำมหิตของขุนแผนในครั้งนี้เริ่มต้นมาจาก ตอนที่ขุนแผนออกเดินทางเสาะแสวงหาของวิเศษ 3 อย่าง คือ กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก แล้วได้พบกับนางบัวคลี่ลูกสาวของหมื่นหาญเข้าก็เกิดถูกใจ และเห็นว่าลักษณะตรงตามตำราหากมีลูกคนหัวปีจะเป็นเด็กผู้ชาย ขุนแผนก็รู้แล้วว่าตัวเองจะหากุมารทองได้จากไหน (ก็คือวางแผนล่วงหน้าแล้ว) จึงได้ปลอมตัวไปขอเป็นลูกสมุนของพ่อนาง และได้นางเป็นเมียจนตั้งท้องอย่างที่หวัง แต่ต่อมาหมื่นหาญก็เห็นว่าขุนแผนพยายามท้าทายอำนาจและมีวิชาอาคมเหนือกว่าตน จึงคิดอยากจะกำจัดโดยสั่งให้นางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าขุนแผน แต่ขุนแผนนั้นรู้ตัวก่อนก็เคียดแค้น พอเป็นแบบนี้ขุนแผนเลยมีเหตุผลให้ฆ่านางได้อย่างไม่รู้สึกผิด เพราะคิดแต่แรกแล้วไม่ว่าช้าเร็วก็ต้องฆ่า เมื่อนางนอนหลับก็ลงมือใช้มีดผ่าท้องของนางอย่างโหดเหี้ยม แล้วควักเอาลูกในท้องออกมาทำพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทองสมใจหมาย…

สุดจะบรรยายโหดร้ายเกินกว่าจะเป็นพระเอกแล้ว ความเจ้าชู้หลายเมียยังพอเข้าใจ เพราะพระเอกในหลายๆ เรื่องก็มีเมียหลายคนเหมือนกัน แต่เรื่องจิตใจโหดเหี้ยมนี่เกินไป ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกเมีย ต่อให้เอาความดีทั้งหมดที่เคยทำ มาลบล้างความผิดบาปนี้ก็ไม่ช่วยให้ดูดีขึ้นมาได้หรอก นั่นลูกกับเมียเลยนะ ถึงจะมีเหตุผลในการกระทำ แต่มันก็ไม่สมควรที่จะทำแบบนั้นไหมอะ ถ้ามองในแง่ของความเป็นจริง นี่ไม่ใช่พระเอกแล้วแต่เป็น ‘ฆาตกร’ ชัดๆ น่ากลัววว

ฉาก 2 : ศรีธนญชัยผ่าท้องน้องชาย ควักไส้พุงออกมาล้าง
 


 

อีกคนที่โหดไม่แพ้ขุนแผน ก็ต้องคนนี้แหละ “ศรีธนญชัย” ผู้มีเล่ห์เหลี่ยม ฉลาดแกมโกง และพฤติกรรมสุดแสบที่สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้ผู้อื่นอยู่เรื่อย ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองศรีธนญชัยเป็นยังไง แต่สำหรับพี่ศรีธนญชัยเป็นคนที่ไม่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเลยค่ะ ถึงจะฉลาดมีไหวพริบแต่ก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกง ใช้ความสามารถที่มีไปสร้างแต่ความเดือดร้อน เอาประโยชน์เข้าตัว เพราะยอมเสียหน้าไม่ได้ วีรกรรมต่างๆ เป็นที่เลื่องลือ โดยเฉพาะวีรกรรมสุดโหดที่หลายคนคงจะจำได้ติดตาก็คือ “อาบน้ำให้น้อง” แต่ไม่ใช่การอาบน้ำธรรมดานะ อาบแบบล้างไส้ล้างพุง สะอาดหมดจดทั้งภายนอกภายในไปเลยจ้า ไม่รู้ว่าใสซื่อไม่เข้าใจในความหมายของคำสั่งแม่จริงๆ หรือว่าตั้งใจที่จะกำจัดน้องกันแน่ แต่พี่คิดว่าน่าจะอย่างหลังนะ เพราะศรีธนญชัยไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตน เมื่อเห็นว่าน้องมีคนเอ็นดูมากกว่าตนก็เกิดอิจฉา เมื่อสบโอกาสที่แม่ฝากให้เลี้ยงน้องพร้อมกับสั่งเอาไว้ว่า “อย่าลืมล้างตัวน้องให้สะอาดทั้งนอกและใน” ศรีธนญชัยก็ไม่รอช้าทำตามเป็นอย่างดี จัดการผ่าท้องน้องควักไส้พุงออกมาล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง น้องตัวน้อยๆ ก็ต้องตายในที่สุด เมื่อแม่กลับมาแล้วถามว่าเกิดอะไรกับน้อง ศรีธนญชัยก็ตอบอย่างหน้าตายว่าทำตามที่แม่สั่ง… 
 

จริงๆ วีรกรรมโหดร้ายของศรีธนญชัยยังมีอีกเยอะ ทั้งจับหมามารีดขี้ หลอกตีหัวพระจนตาย ไล่ตีแมวจนตาย แต่ที่โหดสุดก็ผ่าท้องน้องนี่แหละ ตอนเด็กๆ ที่อ่านบอกเลยว่าไม่ได้นึกถึงความโหดร้ายอะไรพวกนี้หรอก ออกจะตลกด้วยซ้ำกับการกระทำของศรีธนญชัย แต่พอมาพิจารณาดูอีกที เรื่องนี้มันไม่ตลกเลย ฆ่าคนทั้งคนเลยนะ ถึงจะบอกว่าเป็นเด็กอาจจะไม่เข้าใจความหมายของผู้ใหญ่ แต่ทำไมถึงคิดได้อะว่าต้องผ่าท้องล้างข้างในด้วย? โหดร้ายเวอร์
 

ฉาก 3 : นางอุทัยเทวีหลอกโกนผมนางฉันทนา แล้วเอาปลาร้าครอบหัวจนตาย
 


 

มาพูดถึงความโหดร้ายของผู้หญิงกันบ้าง เรื่องการเอาคืนอย่างเจ็บแสบต้องยกให้ “นางอุทัยเทวี” เลยจริงๆ สำหรับการกระทำของนางอุทัยเทวี จะว่าสะใจก็ไม่เชิง ถึงจะเป็นการทำเพื่อแก้แค้น “นางฉันทนา” แต่ยังไงมันก็โหดร้ายอยู่ดี สาเหตุในการเอาคืนอย่างเจ็บแสบนี้มาจาก เริ่มแรกนั้นนางฉันทนาตั้งใจกำจัดนางอุทัยเทวีก่อน แต่นางอุทัยเทวีรอดมาได้จึงตั้งใจที่จะแก้แค้น ฝ่ายนางฉันทนาด้วยความกลุ้มใจกลัวว่านางอุทัยเทวีจะเป็นผีมาหลอก ผมของนางก็เริ่มหงอกทีละเส้นๆ จนทำให้ผมที่เคยดำกลับขาวไปทั้งหัว จึงต้องเอาผ้าพันศีรษะไว้ตลอดเวลา นางอุทัยเทวีจึงได้โอกาสจะแก้แค้นโดยการแปลงกายเป็นยายแก่ที่มีผมดกดำ เมื่อนางฉันทนาเห็นเข้าก็อยากให้ยายแก่ผู้นี้ช่วยรักษาผมให้ นางอุทัยเทวีที่ปลอมตัวเป็นยายแก่จึงยื่นข้อเสนอว่า จะรักษาให้หากนางฉันทนายอมทำทุกอย่างตามที่บอกโดยห้ามถามอะไรทั้งสิ้น ด้วยความที่อยากจะกลับมาสวยอีกครั้ง นางฉันทนาจึงตกลงรับคำ นางอุทัยเทวีจึงทำการแก้แค้น เอ๊ย! รักษา ด้วยการจับนางฉันทนาโกนผมออกจนหมด แถมยังกรีดศีรษะเป็นแผลจนทั่ว แล้วเอาปลาร้าใส่หม้อครอบหัวนางฉันทนาไว้ พร้อมสั่งห้ามเอาหม้อออกก่อนวันที่ 7 แต่เพียงเวลาไม่ทันข้ามคืน นางฉันนาก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และสิ้นใจตายในที่สุด...

เป็นการแก้แค้นที่เจ็บแสบจริงๆ ไม่ต้องฆ่าฟันเลือดสาดเหมือนอย่างผู้ชายทำกัน แค่ใช้วิธีง่ายๆ แต่ได้ผล 100% แค่เป็นแผลโดนมีดบาดนี่ก็เจ็บแล้วนะ นี่โดนพอกด้วยปลาร้าเข้าไปอีก ไม่อยากจะคิดภาพความทุกข์ทรมานนั้นเลย คงดิ้นพล่านเลยมั้ง ยอมในวิธีคิดของนางอุทัยเทวีเลยค่ะ ใครจะคิดว่าปลาร้าที่เอามากินอร่อยๆ จะเอามาเป็นเครื่องมือฆ่าคนได้เหมือนกัน แต่ที่แปลกสุดคือ นางฉันทนาไปเชื่อได้ยังไง วิธีพิเรนทร์ขนาดนี้ พี่คนนึงยอมผมหงอกดีกว่าจะทำวิธีแบบนี้ค่ะ ไม่ไหวแล้ว หลอน
 

ฉาก 4 : แม่เลี้ยงใจโหด หลอกนางเอื้อยมาฆ่าให้ตกลงไปตายในน้ำร้อน
 


 

ขาดไม่ได้กับเรื่องนี้ “ปลาบู่ทอง” ที่ตัวละครตายเป็นว่าเล่น ตายแล้วตายอีก เรื่องปลาบู่ทองนี่มีฉากการฆ่าเยอะมาก เริ่มที่ “นางขนิษฐา” ที่ถูกตีจนตาย พอได้เกิดใหม่เป็นปลาบู่ทองก็ถูกฆ่าอีก เกิดเป็นต้นมะเขือก็ไม่วายถูกกำจัด จนสุดท้ายมาเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง ดีหน่อยที่คราวนี้ไม่ถูกกำจัดอีก หลังจากที่นางขนิษฐาเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง แล้วท้าวพรหมทัตมาพบเข้า จึงขอให้เอื้อยเชิญแม่เข้าวังและเอื้อยก็ได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต เหมือนเรื่องจะแฮปปี้ แต่นางร้ายเรื่องนี้จองเวรเก่งค่ะ ฆ่าแม่ไม่พอยังจะมาฆ่าลูกสาวเขาอีก เพราะความอิจฉาริษยาที่เห็นเอื้อยได้ดิบได้ดีจึงคิดอยากจะเข้าไปแทนที่ จึงวางแผนหาทางกำจัดเอื้อย โดยหลอกล่อให้เอื้อยกลับมาบ้านอ้างว่าพ่อป่วยให้มาเยี่ยม และได้เตรียมการทำกระดานกลไว้ให้เอื้อยเหยียบโดยที่ข้างล่างใต้ถุนนั้นมีหม้อน้ำร้อนใบใหญ่ต้มเดือดจัดคอยรองรับอยู่ เมื่อเอื้อยเหยียบก็ตกลงไปตาย ตามที่วางแผน จากนั้นนางขนิษฐีก็ให้นางอ้ายสวมรอยเป็นนางเอื้อยเข้าวังไปแทน หลังจากที่นางเอื้อยตายไปวิญญาณก็ได้เกิดใหม่เป็นนกแขกเต้า (ตายแล้วเกิดใหม่ตามรอยแม่) ท้าวพรหมทัตเห็นนกแขกเต้าตัวนี้ก็เอ็นดูนำมาเลี้ยงในวัง นางอ้ายก็เกิดอิจฉา (เฮ้อ อิจฉาแม้กระทั่งนก) จึงคิดที่จะฆ่า แต่โชคดีที่นางเอื้อยบินหนีมาได้ และแน่นอนว่าใครทำเวรไว้ก็ต้องได้รับกรรมจากสิ่งที่ก่อ ดังที่โบราณว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว เมื่อท้าวพรหมทัตรู้ความจริงว่านางอ้ายนั้นปลอมตัวมาเป็นนางเอื้อย ก็ได้จัดการลงโทษอย่างสาสมด้วยการสั่งประหาร และให้นำเนื้อของนางอ้ายไปทำเป็นปลาร้า แล้วส่งกลับไปให้ครอบครัวของนาง ครอบครัวของนางอ้ายที่ไม่รู้ว่านั่นเป็นเนื้อของลูกก็พากันกินอย่างเอร็ดอร่อย จนจะหมดไหแล้วเจอหัวลูกสาวตัวเอง ถึงกับหลอนหวาดผวากันเลยทีเดียว...
 

ความอิจฉาริษยานี่เป็นบ่อเกิดของหายนะจริงๆ จากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ล่ามไปจนใหญ่โตถึงขั้นเอาชีวิต จิตใจคนเรานี่โหดร้ายได้ขนาดนี้เชียว เอาจริงเรื่องนี้ฆ่ากันโหดหลายฉากเลย แต่โหดสุดก็ตอนที่ฆ่านางเอื้อยให้ตกน้ำร้อนตายนี่แหละ ต้องทรมานมากแน่ๆ แค่พี่โดนน้ำร้อนลวกนิดเดียวยังแทบร้อง พวกนางร้ายเรื่องนี้นี่โหดจริง แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้ภัยตัวเองอยู่ดี เห็นแบบนี้แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเที่ยวไปทำร้ายใครเพราะอิจฉาเลยนะคะ พี่ว่าได้ไม่คุ้มเสียหรอก
 

ฉาก 5 : นางสิบสอง ถูกควักลูกตา และต้องกินลูกตัวเองประทังชีวิต
 


 

เรื่องสุดท้ายที่หยิบมาพูดถึง คือเรื่องราวของ “นางสิบสอง” เหล่าพี่น้องทั้ง 12 คนที่ช่างโชคร้ายตั้งแต่เด็กๆ ถูกพ่อแม่นำไปทิ้งไว้กลางป่าเพราะเลี้ยงไม่ไหว แล้วได้เจอกับนางยักษ์สันตราที่เอ็นดูพวกนางจึงรับเลี้ยงไว้โดยปกปิดว่าตนเป็นยักษ์ แต่เมื่อพวกนางรู้ว่านางสันตราเป็นยักษ์จึงพากันหนี จนพวกนางได้พบกับท้าวรถสิทธิ์และได้รับแต่งตั้งเป็นมเหสี แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อนางยักษ์สันตรารู้ว่าพวกนางยังมีชีวิตอยู่ ก็เกิดความอิจฉาริษยาและเคียดแค้นมาก จึงได้ร่ายมนต์ให้ท้าวรถสิทธิ์หลงรักและแต่งตั้งตนเป็นมเหสีเอกแทน นับจากนั้นมาพวกนางสิบสองก็ประสบเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส แล้วนางยักษ์ก็ได้วางแผนเลวร้ายขึ้นอีก โดยแกล้งป่วยและต้องการนัยน์ตาของหญิง 12 คนที่มีพ่อแม่คนเดียวกัน นั่นก็คือพวกนางสิบสอง เพื่อนำมาทำยา จากนั้นก็ได้ควักลูกตาของพวกนางทั้งสองข้างออกมา ซึ่งในขณะนั้นพวกนางก็ท้องอยู่ด้วย (ใจร้ายมากกก) แต่นางเภาน้องคนสุดท้องโชคดีกว่าพี่สาวคนอื่นๆ โดนควักลูกตาไปข้างเดียว หลังจากที่ถูกควักลูกตาไปแล้ว พวกนางก็ถูกนำไปขังในถ้ำอย่างยากลำบาก ใช้ชีวิตในความมืดมิดจากการที่ตาบอด ไม่มีอาหารให้กินประทังชีวิต เมื่อคลอดลูกออกมาลูกก็ตาย และเพราะไม่มีอาหารให้กินประทังชีวิตพวกนางก็ต้องนำศพลูกมากินเป็นอาหาร เว้นแค่นางเภาคนเดียวที่ตัดใจฆ่าลูกไม่ลง และนางเภาก็เลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่สามารถหาเลี้ยงแม่และป้าๆ ได้ จนความเป็นอยู่ของทุกคนค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ...

ถึงเรื่องนี้จะไม่ได้ฆ่ากันจนตาย แต่พี่ว่าก็โหดร้ายไม่แพ้เรื่องอื่นนะ เพราะสิ่งที่พวกนางสิบสองโดนกระทำก็ไม่ต่างจากตายทั้งเป็นเลย ในส่วนของการเอาลูกมากินเป็นอาหาร ก็เป็นศพของลูกที่ตายแล้ว แม้มันจะดูผิดธรรมชาติก็เถอะที่กินเนื้อคนแบบนี้ แต่พวกนางก็ไม่มีทางเลือกนี่นา ไม่กินก็อดตาย (แต่มันโหดอยู่ดีอะอย่างกับตำนานมนุษย์กินคน) พี่ว่าถ้าเลือกได้พวกนางก็คงอยากจะกินหมูเห็ดเป็ดไก่แทนแหละ

..........................
 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 5 ฉากสุดโหดที่พี่นำมาฝากในวันนี้ เขียนไปสยองไป ไม่น่าเชื่อว่าวรรณคดี หรือนิทานพื้นบ้านที่เราเคยอ่านเคยเรียนกันในสมัยเด็กๆ จะโหดร้ายขนาดนี้ พอมาอ่านอีกทีถึงกับต้องอุทานว่า เมื่อก่อนเราอ่านอะไรไปเนี่ย จริงอยู่ที่ว่าเนื้อหาในแต่ละเรื่องมันไม่ได้โหดทั้งหมด มันยังมีความสนุก ความไพเราะของบทประพันธ์ด้วย แถมยังสอดแทรกข้อคิดไว้ให้เราได้ดูเป็นตัวอย่างอีก แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าเหตุการณ์ความโหดร้ายในวรรณคดีที่เราเห็นบ่อยๆ นั้นทำให้เรามองข้ามเรื่องผิดหลักศีลธรรมไป จนมองว่ามันเป็นแค่เรื่องแต่งเพื่อความบันเทิง แล้วคิดว่าความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ ที่จะเขียนออกมายังไงก็ได้ แต่คนอ่านอย่างเราต้องแยกแยะถูกผิดให้ได้นะ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาด พี่คิดว่าการที่ผู้แต่งเพิ่มฉากโหดๆ เข้ามาก็เพื่อเพิ่มอรรถรสความสนุกสนานให้แก่ผู้อ่านเท่านั้น คงไม่ได้อยากให้เราเอาไปทำตามหรอก ที่พี่นำประเด็นนี้มาพูดถึงก็เพื่ออยากจะสะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายที่เรามองข้ามไปค่ะ จริงๆ ก็ยังมีอีกหลายเรื่องเลยที่มีฉากโหดๆ แต่แค่นี้พี่ก็รู้สึกสยองแล้ว น้องๆ ล่ะคะมีเรื่องไหนที่จำได้ติดตาไหมเอ่ย มาแชร์กันได้นะ พี่จะรออ่าน สำหรับวันนี้พี่ก็ต้องขอจบบทความไว้เพียงเท่านี้ ไว้พบกันในบทความหน้าเนอะ สวัสดีค่ะ
 

พี่น้ำ ^^
 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
https://www.silpa-mag.com/culture/article_5675
http://ich.culture.go.th/index.php/th/ich/folk-literature/252-folk/78-----m-s

 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nam_

พี่น้ำ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#วรรณคดีไทย #นิทานพื้นบ้าน #ศรีธนญชัย #ปลาบู่ทอง #นางสิบสอง #อุทัยเทวี #ขุนช้างขุนแผน #นิทานโหด #Dek-D

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ฉากควักลูกตาในนางสิบสองสะท้อนถึงเวรกรรมติดจรวดเลยค่ะ

      ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

      ตอนที่นางสิบสองยังเด็ก

      พวกพี่ๆทั้ง 11 คนของเภาควักตาทั้งสองข้างของปลาเลยทำให้โดนควักลูกตาทั้งสองข้าง

      ยกเว้น เภาคนเดียวที่เป็นคนจิตใจดีควักตาของปลาเพียงข้างเดียว


      ปลาบู่ทอง

      ตอนจบของนิทานบางเวอร์ชั่นมีพระธุดงค์เข้ามาห้ามไม่ให้พระเจ้าพรหมทัตประหารอ้าย

      พระธุดงค์บอกว่าที่แม่ขนิษฐากับเอื้อยโดนแม่ขนิษฐีกับอ้ายกลั่นแกล้ง

      เพราะว่าชาติที่แล้ว แม่ขนิษฐากับเอื้อยไปทำร้ายและกลั่นแกล้งแม่ขนิษฐีกับอ้ายก่อน

      ชาตินี้ แม่ขนิษฐีกับอ้ายตามกลับมาเอาคืนจนสาสม

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จริงๆแล้วตามต้นฉบับเดิม (ไม่ใช่ในละคร) พูดถึงเรื่องผมขาวของเจ้าหญิงฉันนา (ในต้นฉบับเดิมชื่อเจ้าหญิงฉันนาไม่ใช่ฉันทนา) ว่านางเครียดที่สวามีไม่รักน่ะค่ะ จากเดิมที่เจ้าชายสุทกุมารรักกับนางอุทัยเทวีอยู่ก่อนแล้วต้องมาแต่งกับนาง (เพราะพ่อแม่หมั้นหมายกันเอาไว้ก่อน) ก็จำใจแต่งแต่ยังรักนางอุทัยเทวีอยู่มาก ยิ่งเจ้าหญิงฉันนาพยายามจะทำทุกทางให้ลืมนางอุทัยเทวี เจ้าชายก็ยิ่งเกลียดนางมากขึ้นไปอีก พอหลอกนางอุทัยเทวีไปฆ่าแล้ว เจ้าชายสุทกุมารก็ยิ่งเศร้าและเบื่อขี้หน้านาง เป็นต้นเหตุให้นางเข้าหน้าสวามีไม่ติดและเครียดจนผมหงอกขาว (ต่างกับฉบับละครมากที่บอกว่ากลัวนางอุทัยจะมาแก้แค้น) นางอุทัยรู้เรื่องนี้ก็เลยอาศัยช่องนี้แก้แค้น แปลงร่างเป็นหญิงแก่ผมดำ ทำให้เจ้าหญิงฉันนาสนใจทันที

      เราคิดว่าที่เจ้าหญิงฉันนายอมทำเป็นเพราะความรักค่ะ ถ้ามองจากต้นฉบับเดิมจะเห็นได้ชัดมากกว่าหน้ามืดตามัวเพราะความรัก อยากสวยอยากงามเพื่อให้สวามีกลับมารักมาหลงอีก นาทีนั้นไม่ใช่ว่านางไม่เอะใจ แต่เพราะหมดหนทางแล้วก็เลยเลือกที่จะทำตามนางอุทัยเทวีบอก ถึงได้พบจุดจบแบบนั้น

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป