+ + เพราะเหตุใดผมถึงปิดนิยายของคุณทันทีที่อ่านแค่เพียง 3 หน้าแรก?! + +

       สวัสดีน้องๆชาวเด็กดีทุกคนจ๊ะ วันนี้พี่ปัดไปอ่านเจอบทความดีๆอีกแล้วเลยอยากที่จะเอามาฝากให้น้องๆชาวเด็กดีได้อ่านกันจ๊ะ บทความนี้เป็นของน้อง Blue_cross ที่เขียนถึง “เพราะเหตุใดผมถึงปิดนิยายของคุณทันทีที่อ่านแค่เพียง 3 หน้าแรก ที่ปัดได้อ่านแล้วขอบอกว่าโดนมากๆเลยอยากจะเอามาฝากน้องๆชาวเด็กดีทุกคนจ๊ะ

 

ที่มา : Blue_cross < My.iD >

 

เพราะเหตุใดผมถึงปิดนิยายของคุณทันทีที่อ่านแค่เพียง 3 หน้าแรก!!

 

ไม่ได้มากัด!!

 

ขอออกตัวก่อนเลยนะครับ ว่าความคิดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล

จากประสบการณ์ของผมที่ไปรับสับ(วิจารณ์) นิยายของคนอื่น

ทำให้เห็นจุดที่ต้องแก้ไขเดิม ๆ ซ้ำไปมาสำหรับนักแต่งมือใหม่

เลยนำมาลงให้เป็นวิทยาทาน หวังว่าคงจะมีประโยชน์ให้ใครต่อใครไม่มากก็น้อย

 

เอาล่ะ....มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

สำหรับคุณที่เป็นนักเขียน แน่นอนว่าก็ต้องเคยเป็นนักอ่านกันมาบ้าง

เคยไหมครับที่พออ่านนิยายบางประเภท เพียงแค่ขึ้นบทนำเท่านั้น

คุณก็แทบวิ่งติดจรวดไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์

เพื่อซื้อหนังสือเล่มนั้นกลับไปนอนกอดอ่านที่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิด

หรือไม่ในกรณีที่อ่านในเว็บ เผลอแปปเดียว อ้าว...หมดตอนแล้ว...จะทำยังไงล่ะที่นี้?

มันหงุดหงิด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ลงท้ายเลยหาวิธีขู่ ฆ่า คนเขียนหากไม่รับมาอัพตอนต่อไปโดยเร็ว

 

ตรงข้ามครับ...พออ่านนิยายบางประเภท เพียงแค่ขึ้นบทนำเท่านั้น

คุณก็ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา พร้อมกับปิดบทความไปโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดเช่นกัน

หรือไม่ก็สบถทำนองว่า "นิยายแค่นี้มีปัญญาแต่งเองได้เฟร้ย!!"

 

สำหรับคุณที่เป็นนักเขียน และมีนิยายเป็นของคุณเอง

ผมขอถามง่าย ๆ ครับว่าอยากให้คนอ่านมีความรู้สึกแบบไหน?

 

ร้อยทั้งร้อยคงไม่มีทางตอบในแบบที่ 2 หรอกครับ

เพราะฉะนั้นก้าวแรกของนิยายจึงมีความสำคัญมากที่คนอ่านจะตัดสินใจว่า

เขาต้องการอ่านต่อ...หรือเลื่อนไปปิดปุ่มกากบาทสีแดงที่อยู่ข้างบน

 

ควรมีอะไรบ้างในสามหน้าแรกของนิยาย

 

1. เปิดเรื่องชวนให้คนอ่านติดตาม ด้วยอารมณ์ตื่นเต้น เร้าใจ  

 

เพราะเป็นตัวกระตุ้นให้คนอ่านอยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น  

นิยายจำนวนหนึ่งเปิดเรื่องมาด้วยอารมณ์ประมาณสารคดี

หรือ เป็นการบรรยายประหนึ่งนั่งฟังอาจารย์จดแลกเชอร์

ยกตัวอย่างเช่น  

 

ในสมัยอดีตโลกได้ถูกแบ่งออกมาเป็น 3 อาณาจักร ได้แก่ อาณาจักร A อาณาจักร B และอาณาจักร C

โดยอาณาจักรทั้งสามยังแบ่งออกเป็นประเทศเล็ก ๆ อีก 7 ประเทศ ได้แก่

ประเทศ D ประเทศ E ประเทศ F ประเทศ G ประเทศ H ประเทศ I  ประเทศ J

ซึ่งแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันทางด้านอื่น ๆ ประเทศ D ประกอบด้วยเมืองเล็ก ๆ อีกสี่เมือง

คือ เมือง K เป็นเมืองท่าที่สำคัญ เมือง L เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางของนักรบ

เมือง M เป็นเมืองของบรรดาขุนนาง เพราะเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ N

และเมือง O เป็นเมืองของโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ซึ่งก็คือ โรงเรียน  P โรงเรียนนี้ติดอยู่ในอาณาเขตของเมือง Q

อันเป็นชายแดนของประเทศ E ในอาณาจักร A

 

โอเคครับ...ถ้าให้สอบการเรียงชื่ออาณาจักรในนิยายของคุณล่ะก็ ผมตกแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

ทำไมจะต้องอธิบายให้มันยุ่งยากขนาดนั้นฮะ?

ถ้าอาณาจักรทั้งหลายแหล่ที่คุณอธิบายมาไม่มีความสำคัญใด ๆ ต่อนิยายของคุณล่ะก็

ช่วยตัดมันทิ้งออกไปให้หมดด้วยครับ หรือถ้ามันเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง

ค่อยสอดแทรกลงไประหว่างบท เพื่อที่คนอ่านจะได้จดจำได้ และไม่ต้องกลับไปไล่ย้อนดูใหม่ว่า

อาณาจักรพวกนั้นอยู่ ๆ มันผุดขึ้นมาจากหน้ากระดาษตรงส่วนไหน

 

บทนำที่ขึ้นต้นด้วยลักษณะทำนองนี้ เกือบ 70 % ถือว่าตกม้าตายครับ

เพราะคนอ่านไม่มีอารมณ์มานั่งทำความเข้าใจกับสารพัดชื่อที่คุณตั้ง

ควรเปิดเรื่องมาด้วยอารมณ์สั่น กระชับ แต่ได้ใจความ

ที่นิยมกันเป็นจำนวนมากก็คือ...การเปิดเรื่องด้วยบทสนทนา...และ...พฤติกรรม...

แทนที่จะบรรยายชื่อประเทศลองเปลี่ยนมาเป็น

 

"กษัตริย์ R สิ้นพระชนม์แล้ว"

 

คำพูดเพียงประโยคเดียวมันจะนำไปสู่คำถามหลากหลาย  เช่น ทำไมถึงตาย ถูกใครฆ่า ใครเป็นผู้สืบต่อราชวงศ์

ซึ่งมันจะช่วยนำพาไปยังบทต่อ ๆ ไปได้ง่ายขึ้น ลองหาคำพูดที่ดี ๆ สักคำพูดเพื่อใช้ในการขึ้นต้นเรื่อง

และคุณจะพบเห็นถึงความแตกต่างในการเชื่อมต่อเรื่องราวของคุณครับ

2. เปิดให้เห็นถึงปมขัดแย้งที่รุนแรงของเรื่อง

 

นิยายบางเรื่องผมอ่านจนจบบทที่ 3 ก็ยังไม่เห็นว่าคนอ่านต้องการนำเสนออะไร

ลักษณะการดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเอื่อยเฉื่อยมากเลยครับ โดยเฉพาะบรรดานิยายรักตาหวานทั้งหลาย

ปมปัญหาที่สำคัญคืออะไร เท่าที่อ่านมีแค่ตื่นมาก็ไปโรงเรียน ทะเลาะกับคนนั้นคนนี้  

จบลงด้วยการเล่นมุกที่ไม่ขำเหมือนตลกคาเฟ่ฝืด ๆ....พอเถอะครับ...

คนอ่านหวังว่าจะได้เห็นการพัฒนาของตัวละคร หรือ อย่างน้อย ๆ ก็เห็นจุดพลิกที่เปลี่ยนชีวิตของตัวละคร

ซึ่งมันหนักหนาสาหัสมากพอประหนึ่งว่าคนอ่านเป็นญาติสนิทที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ

โดยแต่ละเหตุการณ์ต้องร้อยเรียงกันอย่างสมเหตุสมผล

ไม่ใช่สุ่ม ๆ เอา นึกอะไรก็แต่งออกมาเรื่อย...กำหนดไว้เลยครับว่าบท ๆ หนึ่งมีอะไรบ้าง

ควบคุมให้ดีพอ อย่าให้บทหนึ่งยาวเกินไปหรือสั้นเกินไปอย่างไม่มีเหตุผล

เพียงแค่นี้คุณทำได้รึเปล่าครับ?

 

3.  ใคร ทำอะไร ที่ไหน

 

เปิดเรื่องมาต้องแน่ใจครับว่าเรารู้จักตัวละครดีพอ ทั้งรูปร่าง หน้าตาบุคลิก และนิสัย

ไม่ใช่ต้นบทเป็นคนนิ่ง ๆ แต่พอกลางบทก็เริ่มออกอากาศคุยไม่หยุด แบบนี้ถือว่าต้องแก้ไขโดยด่วนครับ

นิยายที่ดีควรบอกรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ใครเป็นคนกระทำ? สถานที่นั้นคือที่ไหน? แล้วเขาทำอะไร?

คุณรู้แน่ครับว่ารูปร่างคร่าว ๆ ที่ปรากฏในจิตใจของคุณเป็นอย่างไร...แต่อย่าลืมว่าคนอ่านยังไม่รู้

ดังนั้น คุณจึงมีหน้าที่บรรยายให้คนอ่านเข้าใจภาพให้ได้ไกลเคียงกับคุณมากที่สุด

 

กำหนดเลยครับว่าใครคือตัวเอก คนอ่านจะได้ลุ้นเอาใจช่วยได้ถูกคน

ไม่ใช่มีตัวละครอยู่ 3 ตัว คนที่กำลังมีบทบาทสำคัญ...อยู่ ๆ ก็ถูกฆ่าตายซะอย่างนั้น!!

...จบครับ ที่ตามมาตลอดตั้งแต่ต้นเรื่อง เพราะการกระทำที่ไม่ชัดเจนของคุณ

เอาให้เด่น ๆ ไปเลยครับ อย่าให้ตัวละครตัวใดมีบทบาทเกินหน้ากว่าตัวเอก

แม้ว่าจริง ๆ แล้วคุณจะชอบตัวละครนั้นมากกว่าตัวเอกก็ตาม

 

4. ไม่ใช่มีเพียงบทสนทนา

 

"จริงรึ?"  เธอถาม

"จริงสิ" เขาตอบ

"แน่รึ?" เธอถามเขาอีก

" อ้อ..แน่สิ" เขาตอบซ้ำ


ประโยคถัดมาคือการกดปิดนิยายเรื่องนี้ครับ

ทางที่ดี คือ การกำจัดถ้อยคำซ้ำซากน่าเบื่อออกไปจากหน้านิยายของคุณ ด้วยการเพิ่มรายละเอียดของการกระทำ

เพราะในชีวิตจริงคนเราไม่มีทางเป็นแบบนั้น สีหน้า ท่าทาง แววตา

สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดบุคลิกของตัวละครให้คนอ่านเข้าใจได้อีกทางหนึ่ง

การมีบทสนทนาล้วน ๆ ไม่ต่างอะไรจากบทละครพูดครับ

และคนอ่านก็ไม่มีความอดทนมากพอมานั่งดูละครโดยที่ไม่มีคนเล่น หรือแม้แต่ฉากอธิบาย

อย่าลืมคำนึงถึงตรงจุดนี้ด้วยนะครับ

  

5. อย่าออกนอกเรื่อง

 

อย่ามัวเสียเวลาไปกับการบรรยายในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

เช่น อากาศยามเช้าสดใส มีเสียงนกร้องปลุกให้ชาวเมืองตื่นขึ้นมาทำงาน

แม่บ้านและเด็กเริ่มทยอยกันออกมาเพื่อไปโรงเรียน ชาวประมงออกไปหาปลา

ในเมืองท่าแห่งนี้มีกลุ่มคนแวะเวียนมาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศใด ๆ ก็ตาม.............

 

กว่าจะบรรยายแค่ฉากขึ้นต้นก็ปาเข้าไปครึ่งหน้า

ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีความสำคัญกับเนื้อเรื่องเลยสักนิด

การที่คุณบรรยายหรือให้ความสำคัญกับฉากที่ไม่เป็นประโยชน์

จะเป็นการเพิ่ม..น้ำ...ให้กับนิยายของคุณซะเปล่า ๆ และจะทำให้นิยายของคุณยืดเยื้อเกินความจำเป็น

ตัดมันทิ้งไปครับ เอาแค่ว่าเรื่องเกิดขึ้นที่ไหนก็พอ

แต่ไม่ใช่แค่พูดสั้น ๆ เกินไป เช่น ณ โรงเรียน... หรือ เช้าวันต่อมา...

แล้วผมจะรู้ไหมครับว่ามันมีรายละเอียดอะไรบ้าง?

แรงจินตนาการของคนอ่านมีจำกัดครับ หากคุณอธิบายไม่มากพอ

คนอ่านจะเอาประเด็นไหนไปคิดต่อ ยังไงช่วยเพิ่มเติมสิ่งที่สำคัญลงไปด้วยนะครับ

 

6. อย่าหวังพึ่งรูป หรือ ประวัติตัวละครยาวเหยียด

 

จากข้อความข้างต้น บางคนเล่นง่าย ในเมื่อคนอ่านมีจินตนาการไม่มากพอ

คนแต่งเลยแปะรูปให้คนอ่านเห็นกันไปเลยว่านี้เป็นอิมเมจของตัวละคร

ผมขอพูดว่าไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยครับ

ลองนึกดูง่าย ๆ ว่านิยายที่ไหนจะมีรูปตัวละครให้เห็นได้ครบชัดเจนขนาดนั้น

ในกรณีที่นิยายของคุณมีตัวละคร 10 ตัว คุณก็ต้องบรรยายลักษณะให้แตกต่างเพื่อให้คนอ่านจดจำได้

ผมแน่ใจว่ารูปร่างตัวละครต้องมีอยู่ในหัวของคุณแล้ว การพรรณนาลงไปนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ลองคิดดูสิครับ แค่บรรยายหน้าตาตัวละครยังทำไม่ได้ แล้วคนอ่านจะยังแน่ใจในฝีมือของคุณได้อีกหรือ?

...เก็บไว้พิจารณาดูนะครับ

 

และประเภทประวัติของตัวละคร เช่น

ชื่อ    S              นามสกุล T

สีตา ฟ้าอมน้ำทะเลถ้ำมรกต            

สีผม     เขียว ถ้าเบื่อ ๆ อาจย้อมเป็นสีแดง และถ้าว่าง ๆ ว่าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

ชอบกิน ฮอทดอกที่ไม่มีไส้กรอก ของที่เกลียด ไข่ปลาทอง

เพื่อนสนิท  U      สัตว์เลี้ยง ปลาดุก

คำพูดติดปาก จะรู้เรื่องส่วนตัวของผมไปถึงไหนกันห่ะ!!!

 

นิยายครับ...ไม่ใช่นิตยสารบันเทิงประเภทข้อมูลลับเฉพาะแฟนคลับ

อย่าเอาบทนำอันมีค่าไปเสียเวลาด้วยการแปะรูป และคำอธิบายที่ไม่มีประโยชน์ใด ๆ จะดีกว่าครับ

 

7. ลดเสียง Sound Effect

 

จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ

อ๊ากกกกกกก.....

โครม!!!!!!!!!!!!!!

ตึก ตึก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

“.........”

มันคืออะไรหรือครับ?

ผมกำลังอ่านนิยายหรือการ์ตูน?

การเปิดเรื่องมาด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหวขนาดนี้อาจทำให้นิยายของคุณพังได้ง่าย ๆ

บางเรื่องมีแต่เสียงประกอบฉากโดยที่เนื้อหามีอยู่นิดเดียว

คนอ่านเลยจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?

มีได้ครับ....แต่ช่วยลดลงไปบ้าง เปลี่ยนเป็นคำบรรยายให้คนอ่านได้จินตนาการ

จะได้ตามเนื้อหาถูก ไม่หลงไปกับหมอกควันจากแรงระเบิดของเสียงเหล่านั้น

นิยายจำนวนหนึ่งถูกปิดลงก่อนนี่จะพบว่ามันดี เพราะเสียงที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

นอกจากจะทำให้หน้านิยายของคุณรกและยืดเยื้อเกินความจำเป็น

โปรดระลึกไว้เสมอว่า...ตอนนี้คุณกำลังเขียนนิยาย ไม่ใช่เขียนการ์ตูนคอมมิคใด ๆ นะครับ

 

8. เจาะจงให้ใช้มุมมองใดมุมมองหนึ่งบรรยายเรื่อง

 

มุมมองในการดำเนินเรื่อง คือ การใช้บุรุษที่ 1 หรือ 3

ถ้าเป็นบุรุษที่ 1 คือ ตัวละครเป็นคนดำเนินเรื่องเอง อาจใช้การบรรยายว่า “ผม หรือ ฉัน”

แต่ถ้าเป็นบุรษที่ 3 คือ คนแต่งเป็นคนดำเนินเรื่อง ซึ่งการเรียกตัวละครอาจใช้ “ชายหนุ่ม หญิงสาว”

เรื่องพวกนี้เป็นพื้นฐานสำหรับคนแต่งนิยายที่ควรจะทราบกันดีอยู่แล้ว

แต่ก็ยังพบปัญหาอยู่คือ การสลับกันระหว่างมุมมองในการดำเนินเรื่อง

 

บทนำเปิดเรื่องมาเหมือนเป็นการดำเนินเรื่องโดยคนเขียนเอง

แต่พออ่านบทแรกกลับกลายเป็น “ฉัน” ตัวละครเอกดำเนินเรื่องซะอย่างนั้น!!

ยังไม่พอครับ... หลังจากเขียนไปสามบท คนแต่งรู้สึกเบื่อหรือยังไงไม่ทราบ

อยู่ ๆ คนดำเนินเรื่องก็สลับเป็นฝ่ายชาย โดยใช้คำว่า “ผม” แทน

....งงสิครับงานนี้

 

กำหนดให้ชัด ๆ ไปเลย และใช้การนำเสนอในรูปแบบนั้นตลอดทั้งเนื้อเรื่อง

อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเพราะจะทำให้คนอ่านเกิดความสับสน

ขึ้นต้นเป็นเช่นไร ตอนจบก็ต้องเป็นแบบนั้น

อาจสอดแทรกการนำเสนอในรูปแบบอื่น

แต่ต้องให้ลื่นไหลและไม่ทำให้เนื้อหาเดิมเปลี่ยนไปมากนัก

พยายามกำหนดส่วนนี้ให้ชัดเจนก่อนเริ่มลงมือเขียนนะครับ

9. พิสูจน์อักษร

ตรวจทานคำผิดก่อนนำมาลง เพราะไม่มีนักอ่านคนไหนทนอ่านนิยายที่ผิดแพรวพราวตั้งแต่หน้าแรกหรอกครับ

เสียเวลาเพียงเล็กน้อย ดีกว่าเสียคนอ่านไปเลย

รวมทั้งภาษาวิบัติ อีโมชั่น ศัพท์แสลง

เป็นได้อย่าให้มีมากนัก เพราะขึ้นชื่อว่านิยาย จุดสำคัญคือ การบรรยายให้คนอ่านคล้อยตาม

คนอ่านไม่ต้องการอ่านนิยายเพื่อหวังจะเห็น ภาพประกอบหนังสือ (- -“) (^0^)// แบบนี้หรอกนะครับ

อ่านการ์ตูนง่ายกว่ามานั่งจินตนาการว่ารูปนี้ (-*-) หมายความว่ายังไง?

 

10. โครงเรื่องซ้ำซาก

 

พยายามจะไม่วนมาเรื่องนี้นะครับ แต่โครงเรื่องก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้

การเปิดเรื่องด้วยความคิดที่ว่า “อีกแล้วเหรอ

มันส่งผลกระทบมากพอให้คนอ่านกดปิดเรื่องได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกัน

ผมจะไม่ขอพูดมากครับ เนื่องจากผมเดาว่าพวกคุณคงเบื่อกันแล้ว

แต่อย่าลืมว่า...หากคุณเคยอ่านนิยายทำนองนี้ แล้วนำมาเขียนใหม่

จงยอมรับว่าต้องมีใครบางคนเคยเขียนก่อนหน้านั้นอีก...และอีก...

คนอ่านเองก็เบื่อเป็นเหมือนกันครับ และมันอาจนำไปสู่ข้อเปรียบเทียบได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

ทางที่ดีฉีกแนวออกไปดีกว่าครับ รู้ว่ามันยาก แต่ถ้าทำได้ นิยายของคุณเกิดแน่นอน

 

 

สุดท้ายแล้ว.. การเปิดเรื่องเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ใน 3 หน้าแรกของนิยาย

ในตอนจบบทแรกผู้อ่านต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตัวละคร และปัญหาที่ตัวละครจะต้องเผชิญ

ว่ามันคุ้มค่าพอที่จะให้เขาอ่านต่อไปรึเปล่า? หรือน่าสนใจเพียงพอไหม?

การเปิดเรื่องให้น่าติดตามถือว่าผู้เขียนมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วที่จะดึงคนอ่านให้อยู่กับนิยายของเรา

ดังนั้น ใครคิดจะเขียนนิยายใหม่ หรือ กำลังจะรีไรท์ของเดิม

อย่าลืมให้ความสำคัญกับ 3 หน้าแรกในนิยายของคุณด้วยนะครับ

 

อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าความคิดนี้เป็นความคิดส่วนบุคคล

อ้างอิงจากหนังสือที่ศึกษามาบางเล่ม หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยครับ

ใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถบอกรายละเอียดได้เลยฮะ

 

ย้ำอีกครั้ง!! ผมไม่ได้มากัดใคร เพียงแค่แนะนำสำหรับคนเขียนนิยายเท่านั้น

หวังว่ากระทู้นี้คงไม่เดือดนะครับ

ยังไงก็...ขอให้พลังในการเขียนสถิตอยู่กับคุณครับ

 

ด้วยความจริงใจ

 

Blue_cross

 

 

          เป็นไงบ้างจ๊ะน้องๆชาวเด็กดีอ่านกันแล้วโดนเหมือนอย่างที่ปัดบอกไหม  พี่ปัดคิดว่าบทความนี้เป็นบทความที่ดีสำหรับนักเขียนที่ไม่ว่ากำลังจะเริ่มเขียนหรือเขียนไปแล้ว เพราะเราจะได้รู้ว่าเรื่องที่เราเขียนอยู่นั่นมีจุดไหนที่จะต้องนำกลับไปแก้ไขบ้างรึเปล่า  อย่าลืมลองนำกลับไปใช้ดูนะจ๊ะ

 

พี่ปัดขอขอบคุณบทความดีๆของน้อง Blue_cross ค่ะ

 

 

 


 

 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

87 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
-ซารุวาตาริ- Member 15 พ.ค. 51 16:17 น. 3
ชอบมากๆเลย
ทำให้ได้คิดอะไรก่อนที่จะลงมือเขียนตั้งหลายอย่าง

ขอบคุณพี่ปัดและคุณBlue_crossมากๆนะคะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
รถเมย์ Member 15 พ.ค. 51 17:45 น. 8

T^T

โดนนนน

งือๆๆ

ม่ายรู้จิ่

แต่ถ้าใช้ตัวละคร...บางทีมันก็จะมองแต่มุมเดิมๆใช่มะ

ที่เราแต่งมันเป็นตัวละครสองคน

คือมองกันคนละมุม

อะไรประมานนั้น

0
กำลังโหลด
_ฟาง ฟาง_ Member 15 พ.ค. 51 17:49 น. 9

ใช่เลย ประมาณนั้นเลย ไม่มีน้อย มากไปทุกอย่าง โอ้โอย ใช่เลย -..-

ต้องกลับไปแก้บทนำโดยด่วนค่ะ-..-
0
กำลังโหลด
napatz Member 15 พ.ค. 51 18:08 น. 10

เราคิดว่าคงมีประโยชน์สำหรับนักเขียนทุกคนเลยค่ะ

เพราะในบางข้อก็ตรงใจเราจริงๆนะคะโดยเฉพาะข้อแรก

0
กำลังโหลด
[N]oO+Fer{N} Member 15 พ.ค. 51 18:46 น. 11
โอววว ข้อสุดท้ายนี่ เห็นด้วยมากเลยค่ะ

ทุกวันนี้ไปร้านหนังสือ เปิดนิยายอ่านผ่านๆรวมถึงปกหลังแล้วก็ ...อ่ะนะ 

"แบบนี้อีกแล้ว!!"


-__- เหอะๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
oriver 15 พ.ค. 51 19:18 น. 13
การบรรยายเสียงเป็นสิ่งที่ไม่ผิดนะครับ ถ้าคุณไม่ใช้เราจะเข้าใจที่ไหน ผมว่าการเลือนิยายอยู่ที่ความชอบของคนก็มีส่วนอยู่เยอะครับ นิยายหลายเรื่องไม่ล่มง่ายๆครับเพียงแต่บรรยายเนื่องเรื่องเร็วรึเปล่า หรือช้าไป บทนำของเราต้องดึงดูด มากกว่าครับ ถ้าเนื้อเรื่องสนุกคนก็อ่าน ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับการอ่านต้นเรื่องครับ ต้นเรื่องก็สำคัญแต่ มันแค่เฟิสอิมเพรชชัน ถ้าเรื่องไม่สนุกถึงเริ่มได้ดี ก็ไร้ค่า มันก็ไม่สนุกอยู่ดี
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
U ~= WiLL~=NEVER~=WalK=~AlonE Member 15 พ.ค. 51 20:48 น. 15

ส่วนตัวคิดว่าการบรรยายฉากและรายละเอียดประกอบฉากสามารถทำได้

ตามที่คุณได้ยกตัวอย่างในข้อที่5 เสียแต่ว่าไม่ควรบรรยายพร่ำเพรื่อ 

ไม่เช่นนั้นจะมีคำว่า "พรรณนาโวหาร" ขึ้นมาทำไม

แต่เห็นด้วยเรื่องสามหน้าแรก ควรจะคั้นเอาแต่หัวกะทิข้นๆมาจริงๆ ไม่งั้นล่มแน่!!

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Wolf_R Member 15 พ.ค. 51 21:16 น. 17
โอ้ว สุดยอด โดนมากๆ ถือเป็นเครื่องเตือนใจระหว่างการเขียนนิยายเลยคับ ขอบคุณนะคับสำหรับสิ่งดีๆต่อนักเขียน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด