สมัยเรียนที่คณะ อรุษ (หรือ Apolar) เป็นคนที่ได้ชื่อว่าจัดเต็มกับทุกงานตลอด ยังจำตอนนางอยู่ปี 4 แล้วทำโมเดลพิพิธภัณฑ์เรือมาใหญ่เท่าธีสิสได้ มีเรือสำเภาในแม่น้ำ โมเปิดหลังคาได้ ข้างในทำอินทีเรียพร้อมมีของในตู้โชว์ คือไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปกเซ็ตนี้ที่นางวาดถึงสวยและมีดีเทลได้ขนาดนี้ pic.twitter.com/j1KYxBRuSD
— Graf Paphop Kerdsup (@___grf) April 5, 2020
และ..
ตอนมาเรียนวาดรูปที่เมกา ความทุ่มเทจัดเต็มของอาชว์ Apolar ก็เป็นที่กล่าวขานของอาจารย์และนรค่ะ มหาลัยจะมีจัดแสดงและแจกรางวัลทุกปี ปีที่อาชว์จบได้ Best of the show จบไปก็ได้ทำงานกับ EA บเกมใหญ่ที่ทำเดอะซิม เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของมหาลัย ตอนนี้งานอาชว์ติดเต็มตึกคณะเลยค่ะ pic.twitter.com/va7O6Smvpw
— FerrariDS (@ferrari2205) April 6, 2020
โอกาสใหญ่บินลัดฟ้ามาหา
พร้อมโจทย์ & สโคปงานสุดท้าทาย
วางโครงด้วยระบบคิดแบบสถาปัตย์ฯ
หา reference จนทะลุ เก็บทุกมิติ
“ปกติพี่จะชอบใส่มิติความคิดลงไปในงาน ภาพสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องตีความได้ด้วย เลยต้องหา reference เยอะมากและหาตลอดเวลาที่ทำ เริ่มจากต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายก่อน คนที่จะซื้อเล่มนี้น่าจะต้องเป็นคนที่เคยดูมาแล้ว เป็นนักสะสม เป็นแฟนคลับตัวยง เราก็ไปดูว่าพวกเขาชอบงานแบบไหน หลงรัก element อะไรในเรื่องบ้าง มีทั้งไปสวนสนุกจริงๆ และ เปิดคลิปดูว่าคนเที่ยวพิพิธภัณฑ์แฮร์รี่เขากรี๊ดจุดไหนกัน ชอบซื้อชอบสะสมอะไรบ้าง เก็บรายละเอียดไปใส่บนปกเป็นกิมมิกเล็กๆ โดยที่ต้องให้เกียรติสัญลักษณ์ของทั้ง 4 บ้าน และให้น้ำหนักเท่ากัน เพราะล้วนแต่เป็นรากฐานของ Hogwarts ข้อมูลก็ต้องหาให้ชัวร์ เพื่อไม่ให้ผิดแล้วไปทำร้ายความรู้สึกของแฟนคลับแต่ละบ้าน"
“หรือแม้กระทั่งงานที่พี่ช่วยวัดออกแบบปกหนังสือธรรมะไป 20-30 เล่มสมัยหลังบวชเรียนที่วัดญาณเวศกวัน ก็ยังมีกลิ่นอายของ element เหล่านั้นอยู่ในปกด้วยครับ (ตอนนั้นพระอาจารย์ทราบว่าเราชอบวาดรูปเลยชวนมาช่วยงาน) ดังนั้นปกนี้จะมีไม่ได้เลยถ้าไม่เคยทำหนังสือที่วัดนั้น”
ใส่ส่วนผสมความเป็นไทย
ให้สอดรับกับองค์ประกอบโดยรวม
อาชว์ไม่เคยทิ้งความเป็นไทยเลยนะเอาจริง งานของอาชว์แม้จะอินเตอร์มากๆ แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากไทยเยอะสุดๆ ดีใจที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้บนปกแฮรี่ แล้วก็ไม่แปลกใจเลยด้วยที่ดีเทลจัดหนักขนาดนี้ เพราะเค้าเป็นคนที่ใส่เต็มกับทุกผลงานของเค้าจริงๆ pic.twitter.com/PzKuV0KBcB
— FerrariDS (@ferrari2205) April 6, 2020
ขออนุญาตขายเพิ่มนิดนึง คือเพิ่งเห็น Box Set สำหรับปกแข็งของชุดนี้ อยากจะบ้าตาย โหวยยยย จะไม่ยั้งมือหน่อยหรอ อะไรมันจะขนาดนั้นอะ คืออยากเก็บมากๆ แต่เห็นราคา 4,950 แล้วขอตั้งสติแปป คือเอาจริงว่าราคานี้กับปกแข็งแล้วได้ความใหญ่ไว้ประดับได้ดั่งโต๊ะหมู่บูชาคือก็คุ้มจริงๆ แหละ pic.twitter.com/6LTX0JRNK9
— Graf Paphop Kerdsup (@___grf) April 6, 2020
หลักสูตร intensive @ AAU
กราฟพุ่งได้แต่ต้องบังคับตัวเอง
"แต่ต้องบอกว่าที่นี่จะมีเด็กคละๆ กัน เราต้องบังคับตัวเองให้ได้ มองอาจารย์กับศิลปินเก่งๆ เป็นแรงบันดาลใจ พยายามดูว่าเขาคิดอะไรอยู่ตอนสร้างงาน แล้วทำยังไงให้ตัวเองโดดเด่นท่ามกลางศิลปินที่มีเยอะแยะมาก (เห็นภาพแล้วรู้เลยว่านี่งานเรานะ ซึ่งชาเลนจ์มากๆ) แล้วเท่าที่เห็นจากคนรู้จักหลายคน สปีดการเรียนขึ้นอยู่กับเวลานอกคลาสครับ ถ้าเกิดศึกษาและฝึกฝีมือตลอด กราฟจะพุ่งเร็วจนน่ากลัวเลย”

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)
“อีกวิชานึงคือ 'Visual Element of Story' เป็นวิชาจบที่ให้เราสรุปสิ่งที่เรียนมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคสี ฉาก คาแรกเตอร์ ฯลฯ เป็น Porfolio 1 ชุดไว้สมัครงานได้"
"ข้อดีอย่างนึงของ AAU คือเขามีเครือข่ายเยอะ อย่าง EA, Blue Sky, Pixar ฯลฯ ถ้าเราพร้อมและตั้งใจให้ดี สตูดิโอเหล่านี้จะมาแย่งตัวแน่นอน อาจจะมีคนจีบไปทำงานหลังจากเห็นงานเราใน Spring Show เลยก็ได้ เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานครับ”
แน่นอนว่าพี่อาชว์คือ 1 ในนั้น EA มาชวนไปทำงานโดยไม่ต้องเทสต์ หลังจากเขาได้เห็นงานที่ Spring Show “งาน Spring Show จะเป็นแกลลอรีพิเศษ เหมือนเป็นโกดังรวมงานอาร์ตที่ใหญ่มากกกก นักศึกษา AAU คนนึงมีโอกาสที่ผลงานจะเข้าไปอยู่ในโชว์ได้มากกว่า 1 ชิ้น ทีนี้ก็มีอยู่ครั้งนึงที่ทางมหา'ลัยเชิญบริษัทเกมมาชมผลงานเด็กจบใหม่ และเป็นปีเดียวกับที่อาจารย์ให้เกียรติงานเรามากๆ ทั้งให้พื้นที่เยอะและอยู่หน้างาน ใครเข้างานมาต้องเห็นก่อนแน่นอน // กว่าจะมาเป็นงานที่โชว์ได้ ก็ต้องขอบคุณเพื่อนและอาจารย์ที่ช่วยตบช่วยคอมเมนต์ให้งานเข้าที่ด้วยครับ"
เนี่ย จัดแสดงงานทั้งคณะ งานอาชว์คนเดียวปาไปเป็นสิบ คนยืนว้าวหน้างานแย่งนาทบัตรกันเต็มไปหมด ถ้าให้นิยามอาชว์ได้หนึ่งคำ hardworking คือคำที่ขึ้นในหัวคำแรกเลย มันไม่ใช่พรสวรรค์แต่เกิดจากความทุ่มเทตั้งใจจริงๆ งานเรียนก็เลิศ งานนิกก็รับ โปรเจคส่วนตัวก็ทำสม่ำเสมอ เป็นไอดอลแห่งการฝึกตน pic.twitter.com/L1UlGkD7Wt
— FerrariDS (@ferrari2205) April 6, 2020
งานแสดงต้องแยกผนังนึงไว้โชว์งานอาชว์คนเดียว หากใครสนใจติดตามผลงานอาชว์ได้ในหลายช่องทาง ทั้งfb:apolar ig:apolar.arch behanceและartstationชื่อเดียวกัน:arch apolar สะดวกตามที่ไหนแล้วแต่ใจท่าน แต่ละที่มีงานไม่เหมือนกันด้วยนะ /แต่ช่วงนี้น่าจะยุ่งๆ เลยเฝดจากการวาดโปรเจคส่วนตัวเล่น pic.twitter.com/vSEGL21E1m
— FerrariDS (@ferrari2205) April 6, 2020
อยากให้มีงานแสดงที่ไทยเหมือนกันนน อยากให้วาดให้อีกหลายๆ เรื่องด้วยฮะ ก่อนหน้านี้เขามีวาดให้เรื่อง Tangled in Time ของ Lasky เวอร์ชั่นพิมพ์ที่เมกาด้วยนะ แต่ถ้าจะมีโชว์นี่อาจจะต้องรอให้อรุษมีคิวว่างจากงานที่ Electronic Arts (EA) ก่อน ฮ่าๆๆ pic.twitter.com/LI6MrkhS8J
— Graf Paphop Kerdsup (@___grf) April 6, 2020
แชร์เทคนิคช่วงเรียน
ที่ปรับใช้ได้กับการทำงานทุกอย่าง
- เราอาจต้องเก็บข้อมูลหน่อยว่าอาจารย์คนไหนเหมาะกับสไตล์เราบ้าง อย่างพี่เองจะโชคดีตรงได้อยู่กลุ่มเพื่อนที่น่ารัก(และบ้าพลัง)เหมือนกัน อย่างพี่พ้ง ตาณตา เฟอร์รารี ฯลฯ ก็เลยขอคำแนะนำและแย่งกันนั่งหน้าห้องตลอด เพื่อให้ได้สบตาอาจารย์ และเห็น demo ชัดๆ
- อยากให้พยายามเข้าหาอาจารย์ไว้ ตักตวงเยอะๆ ความกลัวจะทำให้เราเสียโอกาส พี่เองจะเป็นคนนึงที่ไม่กล้ายกมือถามในคลาส เพราะกลัวอาจารย์พูดไปแล้วเราฟังไม่ออก แต่จะชอบไปถามหลังเลิกคลาสแทน (ต้องดูธรรมชาติของอาจารย์ด้วย) ที่สำคัญคือต้องให้เกียรติอาจารย์ ถ่อมตัว ยินดีรับฟังคำติชม บางคนเก่งมากแต่ติไม่ได้ คอมเมนต์มาก็เถียงตลอด จริงๆ อยากแนะนำให้รับฟังก่อน แล้วค่อยมาตกผลึกว่าจะแก้หรือไม่แก้
- เขาจะดูที่ Portfolio เป็นหลัก เรื่องภาษาขอแค่ผ่านตามเกณฑ์ที่เปิดรับสมัคร เพราะเขาประเมินแล้วว่าถ้าทำคะแนนได้แบบนี้ ก็สามารถเรียนได้ (ส่วนใหญ่ที่นี่เป็นเด็กเอเชียไปแล้ว 70-80%) แต่ด้วยความที่พี่พรีเซนต์บ่อยตอนเรียนสถาปัตย์ ก็เลยพอจะจัดลำดับได้ว่าควรพูดอะไร ถึงพูดแบบงูๆ ปลาๆ เขาก็เข้าใจได้
- ไม่ว่าจะทำอะไร อย่าลืมสร้างความประทับใจแรกให้เขาเห็นว่าเราตั้งใจเต็มที่ และทำให้คงเส้นคงวาด้วยครับ เราอาจจะเพอร์เฟกต์ 100% ตลอดไม่ได้ มีแผ่วบ้างขึ้นอยู่กับว่าจังหวะนั้นมีอะไรเข้ามาในชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องดึงตัวเองกลับมาให้เข้าที่เหมือนเดิมเพื่อรักษามาตรฐานของตัวเองครับ

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)

ตัวอย่างผลงานตอนเรียน AAU (created by Apolar)
เล่าวิธีฝึกของอาชว์
หาแรงบันดาลใจแบบไม่ก็อปปี้
“หนึ่งในวิธีฝึกของพี่คือตั้งโจทย์ท้าทายตัวเอง สมมติพี่ไปเดินเล่นที่สวน พี่ก็ถ่ายมุมใดมุมนึงออกมาศึกษาองค์ประกอบต่างๆ แล้วตีความใหม่เป็นอีกอย่างนึง เช่น จากต้นไม้ 1 ต้นในสวน พี่ก็ลองตั้งโจทย์ดีไซน์เต่าออกมา 1 ตัว โดยที่มีกลิ่นอายของใบไม้บนต้นนั้นอยู่ หรืออย่างพี่ชอบซาซิมิมากๆ พี่ก็เอามาดีไซน์เป็นเจ้าหญิงปลาแซลมอน ดูซิว่าถ้าแสงเงากระทบปลาแซลมอนจะเป็นยังไง นี่คือการตีความใหม่ เปลี่ยนจากสิ่งนึงเป็นสิ่งนึง base จากสิ่งที่คาดไม่ถึง การศึกษางานจากศิลปินที่ชอบก็เหมือนกัน เราไม่ต้องก็อปปี้ผลงานมา แต่ลอง ตั้งโจทย์ให้วาดรูปต่างจากเขาดู แล้วถ่ายทอดวิธีการเลือกลงสีในแบบของเขามาไว้ในงานเรา"
ถ้าให้เปรียบเทียบบรรยากาศ
สมัยเรียนสถาปัตย์กับ AAU
“คนที่จะเรียน 2 สายนี้ต้องเป็นคนช่างคิดและมีวินัยครับ สิ่งที่เหมือนกันคือเขาจะมีระบบพรีเซนต์ที่ให้เด็กพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนคิดงานนี้ขึ้นมาจริงๆ และมีตรวจแบบสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะมาสายวาด และรู้สึกการทำงานส่งที่ AAU เราจะอิสระกว่า แต่สถาปัตย์มีมิติเรื่องโครงสร้างมาเสริม ทำให้เราคำนึงทั้งความสวยงามและการใช้งาน แล้วก็ต้องขอบคุณที่สถาปัตย์ฯ ด้วยที่ฝึกความอึด ต้องตัดโมเดล สัปดาห์นึงต้องตัดโมเดลไซซ์ยักษ์มากกก ทำเพลต ทำพรีเซนต์ ปรินต์งาน เขียนแบบก่อสร้าง ถ้าไม่ได้ฝึกความอึดพวกนี้มา อาจทำงานศิลปะได้ไม่เต็มที่ขนาดนี้ (หมดแรงกลางคัน 555) ความลำบากไม่เคยทำร้ายใคร **แต่ยังไงสุขภาพก็สำคัญนะครับ พยายามบาลานซ์เวลาให้ดี”
เบื้องหลังการเป็นมนุษย์ใส่เต็ม
เพราะรู้สึกตัวเองต้องพยายามกว่าคนอื่น
"อีกเหตุผลคือพี่รู้สึกตัวเองไม่ใช่คนเก่ง พื้นฐานไม่ใช่คนฉลาด เคยอยู่จุดที่ผลการเรียนไม่ดีจนพ่อแม่ต้องเคี่ยวเข็ญหนัก เลยคิดว่าถ้าอยากได้คะแนนดีๆ ก็ต้องพยายามกว่าชาวบ้านนะ คะแนนถึงจะตามคนอื่นทัน เรื่องศิลปะก็เหมือนกัน เคยอยู่จุดที่ทำงานห่วยมหาศาล ย้อนไปดูงานเก่าแล้วแบบ...ไม่อยากมองเลยอะ เขิน 5555 แต่ก็มีบางช่องทางที่ไม่ลบงานเก่าทิ้ง อยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นเห็นว่าเคยแย่มาก่อน ลองผิดลองถูกมาเยอะ"
อีกหนึ่งผลงานที่อรุษปล่อยของมากๆ สมัยเรียนคือการเป็น Head ฝ่ายฉากของละคอนถาปัดเรื่อง "มู่หลาน" ซึ่งเป็นปีที่เราเองเป็นทีม Acting Coach และแสดง ภาพรวมของฉากทั้งบัลลังค์ ศาลา กำแพงเมืองจีน moon gate ยันน้ำตกข้างหลังที่ทีมเอฟเฟกต์ทำให้มันเหมือนมีน้ำไหลตลอดด้วย dry ice คือพีคจริงๆ pic.twitter.com/npceArEdHI
— Graf Paphop Kerdsup (@___grf) April 5, 2020
“พี่โชคดีตรงที่ทางบ้านคอยซัพพอร์ต ให้เราออกแบบความสุขของตัวเองได้ สมัยนี้โลกเชื่อมถึงกันมากๆ โปรเจกต์แฮร์รี่คือตัวพิสูจน์เลย เพราะผลงานที่ทำให้เขาติดต่อเรามา ไม่สิ ต้องบอกว่าทุกงานที่ทำให้คนมาจ้างเรา ก็คืองานที่เราทำก่อนไปเรียน ป.โทที่อเมริกาทั้งนั้น งานหลายชิ้นก็ได้ตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ดังนั้น ไม่อยากให้คิดว่าโอกาสจะมาต่อเมื่อเราไปเรียนต่างประเทศเท่านั้นครับ"
"ถ้าให้แนะนำคนที่อยากมาสายนี้ ก็คือพยายามสร้างพื้นที่แชร์ผลงานให้มากที่สุด สมัยนี้ประมาทไม่ได้เลยนะ อย่างพี่เองเริ่มจาก Facebook แล้วเพื่อนก็แนะนำ ArtStation, DeviantArt ฯลฯ ไปๆ มาๆ ทำ IG อีก รวมๆ แล้วมี 6-7 เว็บให้คนเข้ามาเห็นผลงาน พี่เห็นบางคนทำเป็น 20-30 เว็บเลย ดังนั้นงานเขาจะพรึ่บมากเพราะเสิร์ชยังไงก็เจอ แล้วสเต็ปก่อนหน้านั้นคือต้องสร้างผลงานที่ดีด้วย”
คิดเห็นยังไงกับปัญหาใหญ่
อย่างการก็อปงาน & กดราคาต่ำ
“พี่จะเคร่งเรื่องนี้มาก เราจะไม่ไปหาผลประโยชน์จากผลงานของคนอื่นเด็ดขาด มันอยู่ที่การให้เกียรติแหละ คุณต้องให้เกียรติตัวเองและคนอื่น ถ้าเขารู้ว่าคุณก็อป เขาจะไม่เชื่อใจคุณอีกเลย **หนึ่งในกฎขั้นร้ายแรงของ AAU ก็คือถ้าจับได้ว่าก็อปปี้งาน จะถูก Blacklist ในวงการศิลปินที่อเมริกาทันที และวงการนี้ไม่ได้กว้าง แค่เขากระซิบหลังไมค์ ก็จะไม่มีใครจ้างคุณอีกเลย"
ทุกวันนี้เรายังรู้สึกสนุกเหมือนตอนที่วาดรูปในวัยเด็กมั้ย?
“ยังเหมือนเดิม และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงทำงานสายนี้ ถึงจะมีโมเมนต์ที่อ่อนล้า แต่จะมากจะน้อยนั่นก็คือความสุขอยู่ดี ยิ่งตอนทำแฮร์รี่คือสุขล้นมากกกก เหมือนองค์ลง อรุษวัย 11 ขวบเข้าสิง ต้องวาดออกมาให้ดีที่สุด ไหนจะร่างแฟนคลับอีก แต่ก็นั่นแหละ พอเหนื่อยก็แอบลด แล้วหาวิธีบูสต์ตัวเองกลับมา บอกตัวเองว่าเรากำลังทำสิ่งที่มีความสุขอยู่นะ ถ้าเทียบกับสิ่งอื่นๆ เราคงอยู่กับมันนานขนาดนี้ไม่ได้หรอก”
หลังจากฟังเบื้องหลังการทำโปรเจกต์แฮร์รี่ พร้อมเปิดทุกพาร์ตในชีวิตที่หล่อหลอมจนเป็นมนุษย์ Hard Working แบบนี้แล้ว ก็ได้แต่ขอคารวะในความตั้งใจและความพยายามทำสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ และเราหวังมากๆ ว่าคนที่กำลังอ่านบทความนี้ จะได้เจอสิ่งที่เราจะอยู่กับมันได้นานๆ เช่นกันนะคะ สุดท้ายนี้ถ้าอยากเก็บแรงบันดาลใจหรือติดตามผลงานคุณภาพที่สกัดทุกเม็ดด้วยความตั้งใจ ขอผายมือเชิญไปฟอลที่ FB Apolar IG apolar.arch ,ArtStation apolar , DeviantArt apolar
ประกาศผล!!
กิจกรรมชิงหนังสือ Harry Potter
จากที่ชวนน้องๆ มาล็อกอินและตอบคำถามสนุกๆ ชิงรางวัลเป็นหนังสือแฮร์ พอตเตอร์ จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ (ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีที่สนับสนุนรางวัล) ว่า "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?" ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบที่ตั้งใจส่งเข้ามานะคะ ตอนนี้ก็ได้เวลาประกาศผลแล้วค่ะ!
- แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เล่ม 1 ฉบับปี 2020 จำนวน 3 รางวัล **ปกและภาพประกอบโดยคุณอาชว์
รางวัลอันดับ 4-12 (สุ่มท่านละ 1 เล่ม)
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ (เล่ม 1 ปกเดิม) จำนวน 3 รางวัล
#5 nanithi
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณแฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ให้การตอบรับอย่างดี โอกาสหน้าขอชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรมของ Dek-D อีกนะคะ ^^

















34 ความคิดเห็น
ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าผมเหมาะกับเรเวนคลอมากเลยครับ เพราะว่าเป็นคนเงียบๆ ลึกลับไม่ค่อยชอบอะไรกะคนอื่นมากแล้วก็ชอบอ่านหนังสืิอชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ แต่ข้อสำคัญเลยคือผมอยากอยู่บ้านนี้ครับ555
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ และกิจกรรมสนุกๆ นะคะพี่กุ๊กไก่ ภาพปกหนังสือล่าสุดที่วาดโดยพี่อาชว์สวยมากจริงๆ ค่ะ รายละเอียดยิบย่อยเยอะมาก ใส่มาเต็มมาก แวบแรกเห็นแล้วกรี๊ดเลย ยิ่งได้อ่านเรื่องราวที่นำมาเล่าแล้ว เป็นคนที่เก่งและน่าชื่นชมมากๆ เลยค่ะ T _ T
สำหรับคำถามที่ว่า "ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
ถ้าได้เข้าไปเรียนฮอกวอตส์คิดว่าคุณสมบัติของตัวเองน่าจะได้เข้าไปอยู่บ้านฮัพเฟิลพัฟค่ะ ตามเรื่องราวแล้วบ้านนี้เป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ มีความยุติธรรม มีความอดทน และมีความตั้งใจ ซึ่งคิดว่าค่อนข้างตรงกับตัวเองพอสมควร เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบความสงบและปฏิเสธคนไม่เก่งค่ะ เลยมักจะได้รับมอบหมายงานห้องหรืองานส่วนรวมอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็มีความสุขกับการทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆ นะคะ อีกทั้งเมื่อช่วงปิดเทอมก็มีโอกาสได้ลองทำงานพาร์ทไทม์ซึ่งเป็นงานด้านบริการ ได้เจอคนหลากหลายรูปแบบ และคิดว่าตัวเองรับมือได้ดีค่ะ ซึ่งค่อนข้างตรงกับคาแรคเตอร์คนบ้านนี้ที่หนักเอาเบาสู้ ใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำ ด้วยเหตุผลที่ยกมาข้างต้นเลยคิดว่าตัวเองเหมาะกับบ้านฮัฟเฟิลพัฟค่ะ
รบกวนน้อง WithmyJ แจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่จัดส่งให้พี่ทางข้อความลับหน่อยน้าา ขอบคุณมากๆ ค่ะ :)
"ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
คิดว่าน่าจะได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์เพราะเป็นคนมีความซื่อสัตย์ เก็บเงินได้ที่ไม่ใช้ของเราแล้วเอาไปส่งคืนเพื่อหาเจ้าของ คุณสมบัตินี้อาจจะทำให้เหมาะกับบ้านนี้ก็ได้
ถ้าได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ตัวเองน่าจะได้ไปอยู่บ้านเรเวนคลอ เพราะว่าเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ เราคิดว่ายิ่งมีความรู้เยอะยิ่งเปิดโลก การเรียนเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถและทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคและความไม่รู้ไปได้ ซึ่งชีวิตจริงก็เป็นแบบนั้น ตั้งแต่เรียนมา เราพบว่าตัวเองใช้เวลาในการเรียนรู้และทบทวนบทเรียนต่างๆบ่อยมาก และชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ การสอบได้คะแนนดีๆเป็นเป้าหมายหลักๆที่ตั้งไว้เสมอมาและแน่นอนว่าส่วนใหญ่ทำได้เพราะถนัดด้านการเรียนและทุ่มเทให้กับมันมาตลอด เราชอบที่จะให้คนอื่นมองว่าเรามีศักยภาพเราจึงพยายามพัฒนาตัวเองเสมอมา เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้พัฒนาตัวเองสำเร็จไปอีกขั้นเพราะเราได้ทุนไปเรียนป.โทที่เกาหลี มันเป็นความภูมิใจเล็กๆและความตื่นเต้นที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและเปิดโลกให้กว้างขึ้น ดังนั้นเราจึงคิดว่าด้วยคุณสมบัติของตัวเอง เราควรไปอยู่บ้านเรเวนคลอมากที่สุด
"ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
ตามตัวเราแล้วคงเป็นกริฟฟินดอร์ค่ะ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้กล้าหาญมากมายแต่ก็เป็นคนที่ไม่ลังเลที่เริ่มทำในสิ่งใหม่ ๆ กล้าได้กล้าเสียและชอบเสี่ยงมาก ๆ ค่ะ เรามองว่ามันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เพิ่มสีสันให้ไม่น่าเบื่อ5555555 และเราเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยุติธรรมมาก ๆ เวลาเห็นคนถูกเอาเปรียบ จะรู้สึกเห็นใจพวกเขาและอยากเข้าไปแก้ไขและช่วยเหลือ รวมถึงความซื่อสัตย์ เราเป็นคนโกหกไม่เก่งเลยค่ะเปิดหมดเปลือกทุกรอบ เซอร์ไพรส์คนอื่นไม่เคยได้เลยหลุดทุกรอบ555555
ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านเรเวนคลอ
เพราะเราเป็นคนชอบการเรียนรู้ ต้องการมีความรู้ในเรื่องต่างๆมากมาย ถ้ามีเวลาก็จะไปเรียนคอร์สเรียนออนไลน์ในเว็บต่างๆ ตอนนี้ก็อยากจะเริ่มเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม เหมือนกับข้อความที่สลักอยู่บนรัดเกล้าของโรวีน่า เรเวนคลอ ที่ว่า "เชาวน์ปัญญาเหลือคณานับคือขุมทรัพย์มหาศาล"
แต่อันที่จริงแล้วเราก็ยังอยากมีคุณสมบัติกล้าหาญแบบกริฟฟินดอร์ มีความอดทนตั้งใจแบบฮัฟเฟิลพัฟ และทะเยอทะยานแบบมีเป้าหมายแบบสลิธีรินด้วย
คิดว่าถ้าใครมีคุณสมบัติครบทั้ง 4 บ้าน คงจะดีน่าดูเลยค่ะ
"ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
คิดว่าน่าจะได้อยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟ ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอยู่แบบเรียบง่าย สบายๆ ไม่ค่อยถนัดทางด้านการเรียน หรืออย่างอื่นสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามีความตั้งใจทำอะไรสักอย่างก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวตลอด อีกอย่าง เป็นคนที่ค่อนข้างอยากอยู่กับธรรมชาติชอบต้นไม้กับสัตว์มากๆ เวลาดูหนังเรื่องHarry Potter หรือ Fantastic Beast ก็ชอบพวกต้นไม้กับสัตว์อัศจรรย์ในเรื่องมากๆ
สุดท้ายแล้ว ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่นำมาให้ทุกคนได้อ่านนะครับ
ตอนเห็นปกแฮร์รี่เล่มต่างๆในเพจนายอินทร์คือแบบกรี๊ดมากค่ะ คือสวยงามมากๆ ช่วงนี้เลยพยายามเก็บตังค์ไปจองboxset อยู่ค่ะ แบบอยากได้มากๆ
และยิ่งมาอ่านบทความนี้อีก หนูแบบ โอ้ย ต้องจองให้ได้ เพราะเชื่อจริงๆเลยค่ะว่าพี่เขาทุ่มเทตัวเองให้กับสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ สัมผัสได้จากรายละเอียดของงานเลยค่ะ ยอดเยี่ยมจริงๆ ต้องอุดหนุนให้ได้แน่ๆค่ะ
“ถ้าได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
คิดว่าเป็น บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ
เพราะเป็นคนหนึ่งที่เวลาพบปัญหา ถึงใจเราจะมีความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน แต่ก็จะสามารถหาทางเอาชนะความกลัวนั้น และคิดวิธีการรับมือกับเรื่องนั้นๆได้ เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้เราได้เติบโตค่ะ
และหลายครั้งก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเห็นคนสำคัญเผชิญปัญหาเพียงลำพัง เวลาคนที่เรารักเจอปัญหาก็อยากที่จะเข้าไปช่วยให้กำลังใจและความช่วยเหลือเท่าที่เราสามารถทำได้ และถึงแม้เราจะช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้ ก็ยังคงอยากให้เขารู้ว่าเขายังมีเราที่พร้อมอยู่ข้างๆเขาเสมอค่ะ
เลยเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ถูกเลือกเข้า บ้านกริฟฟินดอร์ ค่ะ
คิดว่าตัวเองเหมาะจะได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ค่ะ
เหตุผลสำคัญที่สุดคิดว่าเป็นเพราะเราซื่อสัตย์กับตัวเอง เลือกที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่เรียน ทำให้ดีที่สุดในแบบของตัวเองโดยไม่ต้องหวั่นว่าจะต้องเปรียบเทียบกับใคร แน่นอนว่าคนเก่งกว่าเรามีอีกมาก แต่ถ้าตัวเองทำเต็มที่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ นี่เป็นความกล้าในแบบของเราค่ะ
"ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
เราคิดว่าเราน่าจะได้ไปอยู่บ้านเรเวนคลอ เพราะว่าเราเป็นคนขยัน อดทน มีไหวพริบดี ชอบใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับการเรียนมากกว่าอย่างอื่น
และส่วนตัวก็ชอบสัญลักษณ์ที่เป็นนกอินทรีด้วย(^v^)มันแสดงถึงว่าเราจะบินทะยานขึ้นฟ้าไปในที่ที่ผู้อื่นไปไม่ถึง
สำหรับคำถามที่ว่า “ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?” นะคะ
ส่วนตัวเราคิดว่าตัวเองอยู่กึ่งกลางระหว่าง ‘สลิธีริน’ และ ‘เรเวนคลอ’ แต่น่่าจะค่อนไปทางบ้านงูมากกว่า ดังนั้นบ้านที่น่าจะได้ไปอยู่คือ ‘สลิธีริน’ ค่ะ
เหตุผลคือ
1. เราไม่ใช่คนซื่อตรงและซื่อสัตย์อย่างฮัฟเฟิลพัฟหรือกริฟฟินดอร์
จริงอยู่ค่ะที่เราเองก็ซื่อตรงเช่นกัน...หากแต่เป็นบางเวลา ขณะเดียวกันหลายครั้งเราก็ต้องโกหกหรือเสแสร้งบ้างเพื่อผลประโยชน์ หรือบางครั้งก็เป็นการรักษาน้ำใจ
และเราก็ไม่ได้รู้สึกผิดมากเท่าไหร่ที่จะโกหก
2. เราไม่ได้ฉลาดตรงๆแบบเรเวนคลอ แต่เป็นความฉลาดพลิกแพลงและเล่ห์เหลี่ยมแบบสลิธีริน
เรเวนคลอคือผู้ที่ฉลาดรู้ฉลาดเรียน ทว่าเราไม่ใช่คนสไตล์นั้น ความฉลาดของเราไม่ใช่ความฉลาดในตำรา แต่คือความฉลาดในการพลิกแพลงผสมกับสารพัดเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ
3. เป็นมิตร ทว่าเว้นระยะ
การทำความรู้จักกับผู้อื่นได้ง่ายเป็นสิ่งที่ดี เพราะผลพลอยได้ของมันคือการทำให้เรามี ‘คอนเนคชั่น’ ที่หลากหลาย นั่นเอง
4. ทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่รัก แม้มันอาจจะทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดก็ตาม
(*´ω`*)
สำหรับคำถาม ผมคิดว่าตนเองเหมาะกับ บ้าน เรเวนคลอ เพราะว่าผมเป็นคนที่เรียนดีอยู่ ชอบอยู่เงียบๆ ชอบอ่านหนังสือ ชอบเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เเละก็ผมลองไปทดสอบในเว็บ wizarding world
เเล้วผมก็ได้อยู่บ้านเรเวนคลอ
"ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?"
ผมคิดว่า ผมจะได้คัดสรรไปอยู่บ้าน "กริฟฟินดอร์" ไม่ใช่เพราะว่า ผมกล้าหาญ แต่เป็นเพราะว่าผม "ต้องการ"อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ จริงๆแล้ว คุณสมบัติของผมอาจจะเหมาะกับบ้านเรเวนคลอมากกว่า เพราะผมเป็นคนที่เรียนดี แต่ถ้าใครจำได้ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์ หมวกคัดสรรบอกกับแฮร์รี่ว่า "บ้านสลิธีรินจะพาแฮร์รี่ไปสู่ความยิ่งใหญ่" แต่แฮร์รี่บอกว่าไม่อยากไปอยู่บ้านสลิธีริน หมวกคัดสรรรับฟังความคิดของแฮร์รี่ และส่งเขาไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ดังนั้น ผมคิดว่าต่อให้ผมคุณสมบัติตรงกับบ้านเรเวนคลอแค่ไหน แต่ผมต้องการจะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ หมวกคัดสรรก็จะฟังความคิดของผม เหมือนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่เคยกล่าวว่า"การเลือกของเราเองนั่นแหละ แฮร์รี่ ที่จะแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนอย่างไร ยิ่งไปเสียกว่าความสามารถของเรามากนัก"
สลิธีริน แน่นอน! ไม่ได้ขาวสุด ดำสุด ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นคนร้ายขนาดนั้น แค่เอาตัวเองรอดได้ก็พอแล้ว
บ้าน Hufflepuff อาจเป็นเพราะเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ รักพวกพ้อง ชอบอยู่สงบ ๆ แต่ก็ไม่ยอมแน่นอนถ้ามีใครมาแหย่ ขออยู่เงียบ ๆ สงบ ๆ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็อย่ามาวุ่นวาย ขอเตือน
กริฟฟินดอร์ค่ะ หนึ่งคือใจต้องการที่จะไปกริฟฟินดอร์ เหมือนกับเป็นบ้านในฝันและคิดว่าหมวกคัดสรรพร้อมจะรับฟังความต้องการของเรา อาจจะไม่ได้เก่ง ไม่ได้กล้าหาญจนโดดเด่น ออกจะขี้อายด้วยซ้ำ มีตลกโปกฮาบ้าง เหมือนกับเนวิลล์ ลองบัตท่อม ที่เปิดตัวมาแบบเด๋อๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้เห็นถึงความกล้าหาญของเค้า
เห็นงานของพี่อาชว์แล้วเป็นแรงบันดาลใจมากๆเลยค่ะ เพราะชอบทั้งการวาดรูปและหลงรักแฮรี่ พอร์ตเตอร์มานานแล้ว รอติดตามผลงานดีๆต่อไปนะคะ
"ถ้าน้องๆ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ คิดว่าคุณสมบัติของเราควรไปอยู่บ้านไหน? เพราะอะไร?" คิดว่าคุณสมบัติของเราตรงกับ 2 บ้าน คือ กริฟฟินดอร์กับเรเวนคลอ(คนตัดสินให้ไปอยู่เรเวนคลอแต่ใจไปกริฟฟินดอร์) ซึ่งคงจะเลือกไปอยู่กริฟฟินดอร์ เราไม่ใช่คนที่เก่งขนาดนั้น แต่เราเป็นคนที่เน้นการใช้ความคิด แต่ก็มีความมุมานะพยายาม ภาวะผู้นำอยู่ในตัว แต่ไม่ได้มุทะลุขนาดนั้น ซึ่งบ้านกริฟฟินดอร์สำหรับผู้กล้า และเราคิดว่าเราค่อนข้างจะเป็นคนที่กล้าที่จะทำอะไรและตัดสินใจมากมายกว่าแต่ก่อนแล้ว ยอมรับว่าแต่ก่อนคือไม่กล้าเลย และเคยโดนตัดสินว่าไม่มีทางเป็นแบบเด็กกริฟฟินดอร์ได้หรอก ซึ่งปัจจุบันเราคิดว่าอย่างน้อยเรากล้าที่จะเลือกสิ่งที่ต้องการให้กับตัวเองแล้ว
ถ้าได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตร์ อยากอยู่บ้านกริฟฟินดอร์เพราะเรามั่นใจเลยว่าเป็นคนที่กล้าหารมาก กล้าเสี่ยงในหลายๆอย่าง เรามั่นใจในตัวเองมาก แล้วเราคิดว่าตัวเองค่อนข้างเป็นคนที่มีคุณธรรมมีความเข้าอกเข้าใจอนอื่น ค่อนข้างมองคนสองด้าน ไม่ตัดสินคนอื่นก่อน อีกเหตุผลนึงคืออยากเป็นคนที่สามารถดึงดาบกริฟฟินดอร์ได้ 5555 สุดท้ายอยากคุยกับสุภาพสตรีอ้วน และเราก็มั่นใจว่าหมวกคัดสรรจัดคัดเราไปกริฟฟินดอร์ เพราะหมวกเคยบอกไว้ว่าจริงๆเราเลือกบ้านเองได้( ถ้าจำไม่ผิดนะคะ)
หนูคิดว่าตัวเองอยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟค่ะ นิสัยหนูมีอยู่ทุกบ้านเลย555 ส่วนใหญ่จะเป็นกริฟฟินดอร์กับฮัฟเฟิลพัฟ แต่ส่วนตัวก็ชอบฮัฟเฟิลพัฟอยู่แล้วก็เลยมั่นใจว่าอยู่บ้านนี้ เป็นคนซื่อสัตย์มากจริงๆ คนเคยบอกว่าความลับไม่มีอยู่บนโลกหนูนี่แหละค่ะที่เก็ยความลับเก่งมาก ใครบอกไรมาไม่บอกต่อแน่นอน มีความยุติธรรมใครผิดถูกต้องดูให้แน่มากๆ อดทนกับทุกสถานการณ์ถึงหนูจะขี้บ่นแต่ก็ขอบ่นไปแต่อึดเอามากๆเลย ตั้งใจทำสิ่งต่างๆ จะพยายามให้ถึงที่สุดเท่าที่ทำได้ยิ่งอะไรที่ชอบมากๆ ก็จะตั้งใจมากๆ เช่น ดูหนังแฮรี่ พอตเตอร์คือตั้งใจดูมากๆเลย อ่านหนังสือก็คือตั้งใจจดจ่อยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบอีกค่ะ555
คิดว่าตัวเองเหมาะกับบ้าน ‘ ฮัฟเฟิลพัฟ ’ ค่ะ
ส่วนตัวได้ทำแบบทดสอบนพลักษณ์หรือEnneagram เราเป็นพวกGiver คือรักเพื่อน ใจดี เป็นมิตร กับ16personality ได้เป็นINFJ เป็นพวกมีความขยัน ซื่อตรง
แล้วก็คอนเซปต์เด็กบ้านนี้คือ ซื่อสัตย์ รักเพื่อน ขยัน และตั้งใจ เลยเหมาะเจาะ เราเป็นคนที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นมาก ๆ ในการออกไปทำตามฝันของตัวเอง เป็นดอกทานตะวันที่กล้าเงยหน้าท้าแสงอาทิตย์ ไม่เคยคิดจะยอมแพ้เลยค่ะ เป็นคนรักเพื่อนแบบมากจริง ๆ ค่ะ คอยให้กำลังใจาุกคน มอบความรักให้ตลอด ใครมีปัญหาพร้อมช่วยแก้ และที่สำคัญคือชอบเมคเฟรนด์กับทุกคนเลย พูดเก่งม๊าก
บ้านนี้โทนสีอบอุ่น เราเองก็เป็นแบบนั้น ใจดี เป็นมิตร ร่าเริง เพราะงั้นแล้ว ไม่มีบ้านไหนจะเหมาะสมกับเราเท่าบ้านนี้แล้วล่ะค่ะ
P.s. เคยไปทำการคัดสรรในเว็บ wizarding world หลายรอบมาก เพราะไม่เคยจำรหัสแอคได้เลยสมัครใหม่ไปคัดสรร ไม่เคยได้บ้านอื่นนอกจากฮัพเฟิลพัฟเลยค่ะ จิตวิญญาณบัานฮัฟแรงกล้าจริง ๆ ค่ะตัวเรา5555