สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ยุโรป” เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับนักเรียนจากทั่วโลก สิ่งที่หลายคนกังวลคือเรื่องค่าใช้จ่าย (กว่าจะเรียนจบได้ต้องใช้ทุนหนาแน่ๆ) แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วมีบางประเทศที่เราไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน บางประเทศก็ให้เราจ่ายด้วยเรตเดียวกันกับชาวยุโรป และบางประเทศก็มีทุนเรียนฟรีให้สมัครเยอะมากด้วย!
วันนี้พี่พลอยกี้จะอาสาพาน้องไปทำความรู้จักกับประเทศเหล่านั้น ถ้าพร้อมแล้วออกเดินทางกันเลยค่าา~
1. Norway
มาเริ่มต้นกันที่ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืนอย่าง ‘นอร์เวย์’ กันก่อนเลยค่ะ ความดีงามของประเทศนี้คือ มหาวิทยาลัยรัฐหลายแห่งจะไม่เรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษา รวมถึงนักศึกษาต่างชาติทุกระดับทั้ง ป.ตรี ป.โท ป.เอก แต่ทั้งนี้น้องๆ อาจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายเทอม (semester fee) ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ NOK 300-600 หรือประมาณ 1,116-2,232 บาทต่อเทอมเท่านั้น ถือว่าไม่แพงเลยค่ะ~
อย่างไรก็ตามถ้าหากน้องๆ อยากเรียนต่อที่นอร์เวย์ แนะนำให้เช็กรายละเอียดหรือศึกษาข้อมูลก่อนสมัครให้ดีๆ นะคะ เพราะมหา’ลัยรัฐบางแห่งมีเรียกเก็บค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาโท (หลักสูตรพิเศษ) รวมถึงกรณีเรียนต่อมหา’ลัยเอกชนส่วนมากก็จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนทุกหลักสูตรด้วย
แต่! น้องๆ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะค่าเทอมของที่นี่ค่อนข้างถูกกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรป และนักศึกษาต่างชาติก็ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในเรตที่สูงกว่าชาวนอร์เวย์ด้วย ดีไปอีกกก~
Note:
- เมื่อเทียบกับหลายประเทศ นอร์เวย์มีค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่ NOK 90,000-100,000 ต่อปี (~334,800-372,000 บาท/ปี)
- อ้างอิงเรตเงิน 1 NOK = 3.72 บาท (อัปเดตเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 65)
2. Austria
ถัดมาที่ ‘ออสเตรีย’ ประเทศเล็กๆ ที่รวมสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกและธรรมชาติอันงดงามไว้อย่างลงตัว แถมยังเป็นที่ตั้งของกรุงเวียนนา เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2022 อีกด้วย จึงเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่นักศึกษาต่างชาตินิยมเลือกเรียนต่อ เพราะนอกจากคุณภาพการศึกษาไม่แพ้ใคร ค่าเล่าเรียนก็ไม่แพงมากด้วย
โดยปกติแล้วนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรปและเขตเศรษฐกิจยุโรป (non-EU/EEA student) จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 726.72 ยูโรต่อเทอม (~26,794 บาท/เทอม) รวมถึงจ่ายค่าสมาชิกสหภาพนักศึกษาเพิ่มอีก 20.20 ยูโรต่อเทอม (~744 บาท/เทอม) แม้ไม่ได้ให้เรียนฟรีแต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ก็ถือว่าค่อนข้างสบายกระเป๋าทีเดียวค่ะ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทุนการศึกษาทั้งแบบเต็มจำนวนและบางส่วน น้องๆ สามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่สนใจได้เลยค่ะ
Note:
- ค่าครองชีพต่อเดือนประมาณ 800 ยูโร หรือประมาณ 29,496 บาท/เดือน
- อ้างอิงเรตเงิน 1 ยูโร = 36.87 บาท (อัปเดตเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 65)
3. Germany
มาต่อกันที่ประเทศที่มีเขตติดต่อกันอย่าง ‘เยอรมนี’ ดินแดนแห่งไส้กรอกและเบียร์รสเลิศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมการศึกษาให้แก่คนในประเทศและชาวต่างชาติอย่างเต็มที่ เห็นได้จากการมอบทุนรัฐบาลเยอรมนี (DAAD) ให้กับคนไทยในทุกๆ ปี แถมยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติที่เรียนจบแล้ว สามารถขอวีซ่าทำงานต่อในประเทศได้อีก 18 เดือน!
1. ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยทุกแห่งจะไม่เก็บเงินค่าเทอมสำหรับหลักสูตรแต่อาจจะมีค่าธรรมเนียมภาคการศึกษา (semester contribution) ประมาณ 50 ยูโร (~1,843 บาท) และ/หรือค่าธรรมเนียมการจัดการ (administration fee) ประมาณ 50 ยูโรในบางรัฐค่ะ // ก็ยังถือว่าถูกอยู่ดี
2. ระดับปริญญาโท ส่วนใหญ่จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียน แต่ไม่สูงถ้าเทียบกับหลายประเทศ
3. ระดับปริญญาเอก จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาประมาณ 150-200 ยูโร/เทอม (~5,530-7,374 บาท/เทอม) และมหาวิทยาลัยจะเรียกเก็บค่าเล่าเรียนหลังจากเรียนจบ 6 เทอมแรก และสำหรับใครที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ขอบอกว่านักศึกษาระดับปริญญาเอกส่วนใหญ่มักจะได้รับทุนการศึกษาหรือทำงานวิจัยที่ได้รับค่าตอบแทนค่ะ
Note:
- มหาวิทยาลัยในรัฐบาเดน - เวิร์ทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg) จะเก็บค่าเทอมหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท และอนุปริญญา เป็นจำนวน 1,500 ยูโร/เทอม (~55,305 บาท)
- ใครที่สนใจเรียนต่อระดับป.โท/เอกที่เยอรมนี ตอนนี้ทุนรัฐบาลเยอรมนี หรือทุน DAAD กำลังเปิดรับสมัครอยู่ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
- ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อเดือน อยู่ที่ 500-800 ยูโร หรือประมาณ 18,439-29,496 บาท
[ชวนอ่านต่อ]
- 3 เหตุผลสำคัญ! เพราะอะไร 'ประเทศเยอรมนี' ให้นักศึกษาต่างชาติเรียนฟรี
- คุยกับเด็ก ป.โท Management & Tech. ที่ TU München ม.อันดับ 1 ในเยอรมนี! (เรียนฟรี+ภาคอินเตอร์)
- เตรียมบินไปเยอรมนี! DAAD มอบทุนเต็มจำนวน ป.โท สาขาศิลปะ, ดนตรี, การแสดง ฯลฯ (ปี 2023/24)
- มัดรวม 9 หลักสูตรป.โท สายวิศวะฯที่ ‘เยอรมนี’ แจกทุนเรียนฟรีให้คนไทยอยู่! (DAAD-EPOS 2023/2024)
- ชี้เป้า! 7 หลักสูตรป.โท ด้านสิ่งแวดล้อมที่ ‘เยอรมนี’ แจกทุนเรียนฟรีให้คนไทย (DAAD-EPOS 2023/2024)
4. Finland
ใครอยากไปใช้ชีวิตสุดฟินที่ ‘ฟินแลนด์’ รีบปักหมุดเลยค่ะ เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นประเทศแถบนอร์ดิกซึ่งครองแชมป์ชาติที่มีความสุขมากที่สุดในโลก 5 ปีติดต่อกันแล้ว คุณภาพด้านการศึกษาก็ยังเลิศสุดๆ // ถึงแม้ว่าชาวต่างชาติที่จะเข้าเรียนระดับปริญญาตรีและโทในหลักสูตรภาษาอังกฤษ อาจต้องจ่ายค่าเล่าเรียน แต่หลายมหาวิทยาลัยก็มีทุนการศึกษามอบให้!
ส่วนใครที่อยากเรียนต่อระดับปริญญาเอก ขอบอกเลยว่าเข้าทางมากๆเพราะที่ฟินแลนด์ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนเลย แถมยังสามารถยื่นขอทุน EDUFI Fellowship ซึ่งครอบคลุมค่าครองชีพสูงสุดหนึ่งปีการศึกษาได้อีกด้วยนะ
Note:
- ค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ที่ 700-900 ยูโร หรือประมาณ 25,809-33,183 บาท
5. Sweden
มาปิดท้ายกันที่ ‘สวีเดน’ อีกประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่นักศึกษาต่างชาติจากทุกมุมโลกพากันปักหมุด! เพราะระบบการศึกษาดี แถมขึ้นชื่อเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วยค่ะ แม้จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในการเรียนระดับปริญญาตรีและโท แต่รัฐบาลและมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทุนการศึกษามอบให้นักศึกษาต่างชาติ ตั้งแต่ทุนยกเว้นค่าเล่าเรียนบางส่วน ไปจนถึงทุนเต็มจำนวนที่ให้เรียนฟรี 100%
และสำหรับนักศึกษาปริญญาเอกก็มักจะได้รับค่าตอบแทนในการทำวิจัย (จากมหาวิทยาลัยหรือองค์กรภายนอก) หากได้รับเงินส่วนนี้ก็จะได้ทั้งเงินเดือนและไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนอีกด้วยนะคะ
Study in Sweden.......................................
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 5 ประเทศในยุโรป บางแห่งก็มีค่าเทอมถูกมากกก บางประเทศไม่เก็บค่าเทอม และแทบทุกที่ก็มีทุนเรียนฟรีแจกให้ชาวต่างชาติเพียบ!
ต้องบอกว่าประเทศเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่ระบบการศึกษา แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่เอื้อต่อนักศึกษาต่างชาติอีกด้วย ยิ่งใครเรียนแล้วเกิดเครียดขึ้นมา ก็สามารถออกไปเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก ดื่มด่ำกับธรรมชาติ หรือจะออกเดินทางล่าแสงเหนือก็ย่อมได้!
ถ้าหากน้องๆ คนไหนสนใจเรียนต่อที่ 5 ประเทศนี้ ก็สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดตามลิงก์ที่พี่ใส่ไว้ได้เลยนะคะ
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- Twitter: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
0 ความคิดเห็น