Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

Q&A คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเพื่ออาชีพ (Language for Careers) มศว พร้อมรีวิว Part สุดท้าย [ยินดีให้แชร์]

วิว
#tcas #นานาชาติ #ภาษาเพื่ออาชีพ #swulci #มศว

สืบเนื่องจากพาร์ท1 และพาร์ท 2 พี่ก็ได้บอกรายละเอียดเล็กๆน้อยของสาขาวิชาภาษาเพื่ออาชีพกันพอสมควรแล้วนะคะ หากใครยังไม่ได้อ่านสามารถเข้าไปอ่านได้ที่
Part 1: https://www.dek-d.com/board/view/3981431/
Part 2: https://www.dek-d.com/board/view/3981438/ 
  ส่วนในพาร์ทสุดท้ายนี้ พี่ได้รวมรีวิวเล็กๆน้อยๆจากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่เอกภาษาเพื่ออาชีพ มาให้ได้อ่านกันด้วยค่ะ


พี่ๆคะ ขอรีวิวเล็กๆน้อยๆสำหรับเอกภาษาเพื่ออาชีพหน่อยค่ะ

พี่ตอง : สวัสดีน้องๆมัธยมที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยนะคะ วันนี้พี่จะมารีวิวสาขาที่พี่เรียนอยู่ซึ่งก็คือ สาขาภาษาเพื่ออาชีพหรือเรียกสั้นๆว่า LCI (language for careers) ที่มศวนั่นเองค่า ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรนานาชาติ มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเลยนะคะ โดยในปี1ก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปอย่างเช่น Personal Financial Management, Human Development, English for International communication, Careers and Language for Careers เป็นต้นค่ะ ส่วนตัวพี่ชอบวิชาPersonal Financial Management ที่สุดเลยเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการการเงิน ภาษีต่างๆที่เรานำไปใช้ในชีวิตจริงได้ และอาจารย์ก็ใจดีและตั้งใจสอนมากๆค่ะ ไม่เข้าใจตรงไหน อาจารย์พร้อมอธิบายให้เราเข้าใจเสมอ นอกจากนี้สาขาของเรายังมีทุนให้ชิงไปต่างประเทศด้วยนะคะ  
พี่เพลง : ตั้งแต่แรกเริ่มสมัยปี 1 ที่เข้ามาเรียนตอนแรกก็กังวลว่าสังคมในเอกจะเป็นแบบไหน เพราะมันเป็นภาคอินเตอร์ แต่พอมาเรียนแล้วทุกอย่างดีกว่าที่คิดมากๆ อย่างแรกที่ประทับใจเลยคือทางเอกจะมีการปรับพื้นฐานให้ก่อนเปิดเทอมปี 1 เราก็จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ และอาจารย์ก่อนที่จะเรียนจริง อีกอย่างหนึ่งคือการแบ่งคลาสและเซคในการเรียน ส่วนใหญ่จะเรียนเป็นเซคเล็กๆ ซึ่งทำให้ทุกคนในเซคค่อนข้างสนิทกัน อาจารย์ก็สามารถพูดคุยได้กับเด็กอย่างทั่วถึง คิดว่าสิ่งนี้เป็นอีกความประทับใจ เพราะทำให้การเรียนค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้เราจะมีการแบ่งเซคย่อยไม่ได้เรียนรวมกันทั้งเอก แต่เราก็มีกิจกรรมทีได้ทำร่วมกันอย่างเช่นวันสถาปนาคณะ และกีฬายอดมนุษย์ อย่างเราเป็นฝ่ายทำคัตเอาท์ ฯ ก็ได้ลงมือร่วมกันทำกับเพื่อนต่างเซค เป็นการกระชับมิตรภาพ ได้พูดคุย และสนิทกันมากขึ้น เพราะเมื่อขึ้นปี 2 ก็จะมีบางคลาสที่ต้องเรียนรวมกันอาจจะ 2, 3 หรือคละเซคในวิชาโทบางตัว ที่เราอาจต้องแยกกันเรียนกับเพื่อนสนิท ก็จะทำให้เรามีกลุ่มเพื่อนที่หลากหลายมากขึ้น

 วิชาที่เรียนตอนปี 1 จะยังไม่ค่อยเจาะลึกเท่าไรส่วนใหญ่จะเป็นวิชาวางพื้นฐานเน้นการปูพื้นไปสู่ปี 2 ซึ่งค่อนข้างยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างวิชาที่เราชอบ Language and Cross Culture Communication (ภาษาและการสื่อสารพหุวัฒนธรรม) วิชานี้เนื้อหาจะคล้ายกับตอนปี 1 แต่จะเพิ่มการคิดวิเคราะห์มากขึ้น วิชานี้จะเหมือนการเปิดโลกทัศน์เราให้กว้างขึ้น เตรียมพร้อมให้เรารับรู้ถึงความต่างที่ลึกมากขึ้นของวัฒนธรรมทั้ง Eastern and Western Cultures รวมทั้งการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมเมื่อต้องสื่อสารกับคนต่างวัฒธรรม และอีกหนึ่งวิชาที่ชอบคือ English Phonetics (สัทศาสตร์ภาษาอังกฤษ) ตอนปี 2 เทอม 1 เราจะได้เรียนตัว Intro ซึ่งสำหรับเราเองคิดว่ามันทำให้การเรียนวิชานี้ในเทอม 2 ง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น เพราะเราจะได้เรียนการออกเสียงตั้งแต่การผสมพยัญชนะ สระ เพื่อสะกดและออกเสียง พอเรียนๆ ไปเราจะเจอศัพท์บางคำที่เราอาจจะอ๋อว่าทำไมถึงออกเสียงแบบนี้ตามกฎของการเปลี่ยนเสียงที่ลึกขึ้นมากๆ จากมัธยม เรื่องบรรยากาศการเรียน เพื่อนๆ ในเอก LCI ค่อนข้างช่วยกันเรียน อย่างช่วงก่อนสอบวิชาไหนที่เรียนอาจารย์คนเดียวกันก็จะมีการแชร์สรุปข้ามเซค นัดติวกันหลังเลิกเรียนและวันหยุด สำหรับเราค่อนข้างคิดว่าสภาพแวดล้อมในการเรียนทั้งเพื่อนและอาจารย์ค่อนข้างดีเลย




พี่แอน : สวัสดีน้องๆทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ  วันนี้พี่มารีวิวจากประสบการณ์ตรงที่เรียนที่เอกภาษาเพื่ออาชีพมา 3 ปีนะคะ ก่อนอื่นอย่างที่น้องๆทราบกันจากข้อมูลด้านบนแล้วว่าเอกเราเป็นเอกนานาชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นิสิตทุกคนจะได้รับจากการเรียนที่ภาษาเพื่ออาชีพคือ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียนแน่นอน ตอนปี1 น้องๆจะได้เรียนวิชาพื้นฐาน แล้วเนื้อหาก็ค่อยๆปรับเป็นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆตามปีที่เรียน โดยเนื้อหาของปี3 จะค่อนข้างเข้มข้นเลยค่ะ ได้เรียนวิชาอย่าง Principle of Translation (หลักการแปล), Creative Writing (การเขียนเชิงสร้างสรรค์), Social Psychology in Organization (จิตวิทยาสังคมในองค์กร) ส่วนในสายอาชีพอย่างสาย Business (สายธุรกิจ) ก็จะได้เรียน English for Marketing (ภาษาอังกฤษเพื่อการตลาด) และสาย Hospitality Management (สายบริการ) จะได้เรียน English for Airline Business (ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจการบิน) เป็นต้น
 
โดยส่วนตัวพี่แล้ววิชาที่พี่ชอบที่สุดของปี 3 คือวิชา Creative Writing เป็นวิชาที่เปิดประสบการณ์ใหม่อย่างได้ลองเขียนเรื่องสั้นที่เราเป็นคนวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเอง ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แถมยังได้พัฒนาการเขียนอย่างมากเลยค่ะ
 
ส่วนเรื่องสังคมหรือภาพรวมในเอก โดยส่วนตัวพี่รู้สึกว่าไม่ได้ต่างจากมัธยมเท่าไหร่ ของปีพี่จะแบ่งออกเป็น 3 เซค เซคนึงประมาณ 25-30 คนไม่เกินกว่านี้ บรรยากาศในการเรียนก็ค่อนข้างจริงจังในระดับนึงเลยนะ ตอนช่วงสอบก็มีช่วยกันติวเนื้อหาบ้าง อาจารย์ก็เป็นกันเอง คอยช่วยนิสิตเสมอเลยค่ะ

 
พี่ผิง : “ไม่เสียดาย ที่ใช้ชีวิตวัยมหาลัย 4 ปีที่นี้” ส่วนวิชาที่พี่ชอบคือ CREATIVE WRITING เพราะเป็นวิชาที่ให้โอกาสในการสร้างสรรค์ผลงาน งานเขียนของตัวเอง แบบไม่มีขีดจำกัด ภาพรวมในชั้นปี เป็นเพราะปีพี่มีกันไม่กี่คน ทำให้สนิทกันเร็วและรู้จักกันหมด เรื่องเรียนก็ช่วย ๆ กัน เรื่องกิจกรรมก็มีที่ต้องร่วมมือกันทำค่อนข้างเยอะ 


มีอะไรจะฝากถึงน้องรุ่นต่อๆไปไหมคะ

พี่ตอง : น้องๆหลายคนอาจจะกังวลว่ามาจากโรงเรียนไทย เรียนภาคไทยมาตลอดตั้งแต่อนุบาลจนม.6จะเรียนในภาคนานาชาติรู้เรื่องไหม พี่ขอตอบตรงนี้ว่ารู้เรื่องแน่นอนค่ะเพราะอาจารย์แต่ละท่านใจดีมากๆพร้อมช่วยเหลือตลอด อาจารย์ใส่ใจนิสิตมากจริงๆค่ะ พี่คอนเฟิร์มเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องอยู่ที่ความตั้งใจและใฝ่รู้ของตัวเราด้วยนะคะ  และเพื่อนพี่ส่วนใหญ่รวมถึงตัวพี่ด้วยก็มาจากโรงเรียนภาคไทยแล้วแต่ละคนก็เรียนเข้าใจค่ะ
  ในระหว่างที่เตรียมสอบเข้า เตรียมตัวรอมหาลัยเปิดน้องก็สามารถอัพสกิลภาษาของตัวเองด้วยการฟังเพลง ดูหนังเป็นซับไปพลางๆเพื่อที่เวลาเข้ามาเรียนจะทำให้น้องเรียนเข้าใจง่ายขึ้นได้ด้วยน้านอกจากเรื่องเรียนแล้วน้องๆหลายคนอาจจะกังวลเรื่องสังคม บรรยากาศ ภาพรวมว่าเป็นนานาชาติ จะอยู่ยากไหม พี่อยากบอกน้องๆว่าในทุกสังคมมีคนหลากหลายแบบค่ะ รวมถึงสังคมLCIของเราที่มีคนหลากหลายแบบเช่นกัน ส่วนตัวพี่เองมาจากครอบครัวที่ฐานะปานกลางและก็ได้รู้จักเพื่อนๆหลายคนในเอกที่มีหลากหลายฐานะออกไปแต่เราก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ ยังไงก็ตามไม่ว่าเราไปที่ไหนหรืออยู่ที่ไหนก็ต้องมีการปรับตัวเพื่ออยู่กับส่วนรวมดังนั้นพี่คิดว่าเรื่องสังคมในLCIจะไม่เป็นปัญหากับน้องๆเลยค่ะ จริงๆต้องบอกว่าสังคมLCIของเราเป็นสังคมที่อบอุ่น รุ่นพี่รุ่นน้องรู้จักกัน มีแต่คนแซ่บๆปังๆ สนุกสนานเฮฮาทั้งนั้นเลยค่ะ 


 

พี่ไต๋ : สำหรับน้องคนไหนที่สนใจในคณะนี้ น้องอย่าเพิ่งกังวลนะว่าจะเรียนไม่ไหว เรียนไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ พูดไม่เก่ง กลัวปรับตัวไม่ได้ อะไรก็ว่ากันไป พี่อยากให้น้องๆเข้ามาสัมผัสก่อนว่าจะเป็นอย่างไรไหวไหม อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ แต่อย่างน้อยๆ น้องต้องมีคณะในดวงใจก่อน หากน้องได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าจะยากสักแค่ไหนน้องก็จะผ่านมันไปได้ ไม่มีใครสามารถมากำหนดอนาคตของน้องได้นอกจากตัวของน้องเอง สิ่งรอบตัวมันก็เป็นแค่ส่วนประกอบ มันอยู่ที่น้องจะใช้มันอย่างไร ที่นี่เราอยู่กันแบบสังคมพี่น้องที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีสายเทคแบบพี่เทค น้องเทค บางทีก็มีติวให้กัน หรือเอาเอกสารเก่าๆมาให้ดู มาสอนการบ้าน กินเลี้ยง สังสรรค ตามประสา ที่นี่จึงเป็นครอบครัวที่อบอุ่นครอบครัวหนึ่ง และพี่อยากให้น้องๆได้อยู่เป็นครอบครัวเดียวกับพวกเรา
 


พี่แอน : น้องๆหลายคนอาจจะกังวลว่า เอกภาษาเพื่ออาชีพเรียนเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย แต่เราไม่เก่งภาษาอังกฤษเลยจะเข้าเรียนได้ไหมหรือไหวไหม อันนี้ไม่ต้องห่วงเลยนะคะ เพราะ อาจารย์ทุกท่านพร้อมจะให้การช่วยเหลืออยู่เสมอเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอาศัยความพยายามของน้องๆด้วยนะคะ หากเราตั้งใจและพยายามยังไงก็ทำได้อยู่แล้วค่ะ 

พี่ผิง : เรียนเอกนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย ยากก็ไม่ยาก อย่างแรกต้องมีวินัยในตัวเอง รู้จักมีความรับผิดชอบ ก็จะจบไปได้อย่างราบรื่น อย่ามัวแต่เรียนอย่างเดียว ช่วงโอกาสนี้ ถ้ามีโอกาสเข้ามา ก็อย่าพลาด คว้าเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรม หรือ เรื่องอื่นๆ

 

สุดท้ายนี้ฝากสาขาภาษาเพื่ออาชีพไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกันด้วยนะคะ หากมีคำถามหรือสงสัยเพิ่มเติมก็สามารถเข้ามาสอบถามได้ใน เพจเฟสบุ๊ค Language for Careers International program, SWU หรือ ทวิตเตอร์ @SWULCI ได้เลยนะค้า มีพี่ๆคอยตอบคำถามอยู่ตลอดเลย ขอบคุณค่า

 
 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป