ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป []

วิว

ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์"
ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป  


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าทำไมเราถึงรักโลกในจินตนาการมากกว่าโลกแห่งความจริง พี่แนนนี่เพนมีประโยคหนึ่งจากหนังสือเรื่องแมรี่ ป๊อปปินส์ มาตอบคำถามที่เราสงสัยได้อย่างดีเลยค่ะ ตัวละครแมรี่กล่าวว่า “ทุกคนมีโลกในเทพนิยายเป็นของตนเอง” ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นความก้ำกึ่งระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกในจินตนาการได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ เราทุกคนมีช่วงเวลาแห่งความฝันที่อยากจะเป็นและอยากจะทำให้เป็นจริง รวมถึงเราทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่อยากหลีกเลี่ยงความจริงด้วยเช่นกัน ดังนั้น โลกแห่งจินตนาการจึงเป็นทั้งสถานที่หลบซ่อนและสถานที่ปลอบประโลมตัวเราให้ยัง "เป็นตัวเราในแบบที่อยากเป็นที่สุด" ซึ่งวันนี้พี่จะพาน้องๆ มาหาคำตอบว่าทำไมเราถึงรักโลกในจินตนาการ ผ่านข้อคิดจากวรรณกรรมเรื่อง "แมรี่ ป๊อปปินส์" ในมุมมองที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป
 
ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป
 

แมรี่ ป๊อปปินส์คือใคร? : พี่เลี้ยงเด็ก, แม่มด, คุณครู และคุณป้า

ภาพจำของแมรี่ ป๊อปปินส์ คือพี่เลี้ยงเด็กสุดมหัศจรรย์ที่อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาช่วยจัดการทุกอย่างในครอบครัวแบ๊งค์สให้ดียิ่งขึ้น ทั้งการช่วยเลี้ยงดูเด็กๆ จอมซน รวมถึงการช่วยเหลือครอบครัวแบ๊งค์สให้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง ด้วยการใช้กระเป๋าใบโตและร่มวิเศษสร้างเรื่องราวต่างๆ ราวกับจินตนาการให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจ และเรียนรู้การใช้ชีวิตในรูปแบบที่มีคนคอยสั่งสอน แมรี่ ป๊อปปินส์ จึงเป็นทั้งพี่เลี้ยงเด็ก และนางฟ้าสำหรับเด็กๆ ที่สามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาในพริบตาด้วยเวทมนตร์ ซึ่งจริงๆ แล้วแมรี่อาจจะเป็นแม่มดก็ได้ แต่ด้วยภาพลักษณ์ของนางฟ้าดูเหมาะสมสำหรับการเป็นพี่เลี้ยงเด็กในอุดมคติมากกว่า เราจึงติดภาพอันแสนดีของแมรี่ในฐานะพี่เลี้ยงเด็กสุดมหัศจรรย์มากกว่าภาพในด้านร้ายๆ ของเธอ 
 
แมรี่ ป๊อปปินส์ เป็นพี่เลี้ยงเด็ก เป็นแม่มด และต่อมาเธอเป็นคุณครู มีผู้คนจำนวนมากให้ฉายาแมรี่ว่าเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่สมบูรณ์แบบ เพราะเธอสามารถดูแลเด็กๆ ได้ดี รวมถึงเธอสามารถสอนเด็กๆ ให้รู้จักคิด และอยู่ในระเบียบวินัยอันเข้มงวดได้ ซึ่งแมรี่ ป๊อปปินส์ เป็นภาพจำลองของคุณครูกับเด็กนักเรียนในโลกแห่งความจริง เราจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเมื่อเด็กๆ ทำความผิด แมรี่มักจะมีบทลงโทษให้เด็กๆ เสมอ เธอไม่ได้ตามใจเด็กๆ เพียงอย่างเดียว แต่เธอสอนให้พวกเขาได้รียนรู้ในความถูกต้อง ด้วยการไม่ตามใจเหมือนพี่เลี้ยงเด็ก หรือคนในครอบครัว 
 
นอกจากนี้ แมรี่ ป๊อปปินส์ (Mary Poppins, 1934) ที่เขียนโดย พี.แอล. เทรเวอรส์ (Pamela L. Travers) ทั้งหมด 8 เล่ม ระหว่างปี 1934-1988 เป็นตัวละครที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากป้าของพี.แอล. ที่ชื่อแอลลี่ รวมถึงวรรณกรรมเรื่องนี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตอันเจ็บปวดในวัยเด็กของพี.แอล. สอดแทรกอยู่ในหลายๆ ตอนอีกด้วย ซึ่งพี่นัทตี้ได้เคยเขียนบทความเผยเบื้องหลังของแมรี่ ป๊อปปินส์เอาไว้แล้ว (สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมกันได้เลย "เบื้องหลังตัวละคร “แมรี่ ป๊อปปินส์” แท้จริงแล้วเป็นเลสเบี้ยนหรือนี่?" ) ดังนั้น ตัวละครแมรี่ ป๊อปปินส์ จึงเปรียบเสมือนคุณป้าของพี.แอล. ที่คอยเลี้ยงดูเเธอให้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการสูญเสียบิดาของเธอซึ่งเมื่อเทียบกับในหนังสือแล้ว แมรี่ ป๊อปปินส์ก็เป็นเหมือนคุณป้าคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยทำให้เด็กๆ ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่นั่นเอง 
 
ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป
 

อย่าลืมว่าโลกจินตนาการไม่ใช่โลกแห่งความจริง 

อย่าลืมว่าเราเคยเป็นใคร.. เราเคยเป็นเด็กไงจำได้รึเปล่า? ในเรื่องแมรี่ ป๊อปปินส์ เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่กำลังมีปัญหาการทำงานจนส่งผลกระทบถึงครอบครัว ทำให้ลูกๆ ของพวกเขาที่กำลังอยู่ในวัยซุกซนไม่มีคนคอยดูแลซึ่งเมื่อทียบกับครอบครัวในยุคปัจจุบัน เราจะเห็นว่าทุกครอบครัวตอนนี้ต่างมีภาระหน้าที่มากมายจนไม่สามารถหาเวลาเพื่ออยู่กับคนในครอบครัวได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน แมรี่ ป๊อปปินส์จึงเป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นเรื่องราวของเด็กที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ และเรื่องราวของผู้ใหญ่ที่หลงลืมความเป็นเด็กไป ซึ่งทั้งสองช่วงวัยของการเปลี่ยนแปลงนี้ ล้วนมีโลกแห่งจินตนาการครอบงำอยู่ทั้งสิ้น
 
ในเด็กที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ - สิ่งที่โลกความจริงทำร้ายเด็กมากที่สุดก็คือการทำให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยว และไม่เป็นที่ต้องการ พวกเขาจะรู้สึกถูกละเลย ไม่ได้รับการใส่ใจ ทำให้เด็กๆ ที่ซุกซนส่วนใหญ่ มีแรงผลักดันเล็กๆ ที่เราเรียกว่า "เอาแต่ใจ" เป็นการกระทำที่เด็กๆ จินตนาการว่าพวกเขาจะต้องได้รับความสนใจจากคนอื่นๆ จากภาพจำในช่วงที่ยังเด็ก เมื่อพวกเขาร้องไห้ พ่อแม่ของพวกเขามักจะวิ่งโร่เข้ามาปลอบทันที แต่เมื่อโตขึ้น เด็กๆ เรียนรู้ว่าการร้องไห้ไม่สามารถทำให้พ่อแม่หันหลังกลับมาหาพวกเขาได้อีกแล้ว เด็กๆ จึงเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ อยากรู้อยากลองในสิ่งโตขึ้น เพราะพวกเขาจินตนาการเอาไว้ว่าการเป็นผู้ใหญ่จะทำให้พวกเขาเข้าใจพ่อกับแม่มากขึ้น 
 
ในผู้ใหญ่ที่หลงลืมความเป็นเด็ก - เมื่อเราโตขึ้น เรามักจะลืมเรื่องราวในวัยเด็กและมุ่งหน้าสู่โลกจินตนาการที่เป็นดั่งความฝันแทน ความฝันของผู้ใหญ่มักจะเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตและต้องทำให้ได้แม้จะใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม จนบางครั้งความฝันที่จินตนาการเอาไว้ก็ทำให้เราหลงลืมโลกแห่งความจริงที่ว่า "ยังมีคนรอเราอยู่เบื้องหลัง" ซึ่งในเรื่องแมรี่ ป๊อปปินส์ เราจะเห็นได้ว่าครอบครัวเด็กๆ ต่างมุ่งหน้าทำทุกอย่างเพื่อรักษาปัจจัยภายนอกครอบครัวเอาไว้ จนลืมรักษาปัจจัยภายในซึ่งก็คือจิตใจของเด็กๆ นั่นเอง 
 
ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป   
 

ความฝันไม่ควรตัดสินแค่คำว่า "สำเร็จ" หรือ "ไม่สำเร็จ" 

แมรี่ ป๊อปปินส์ เป็นวรรณกรรมที่สอนเราเรื่องความฝันได้ดีที่สุด ในเรื่องเด็กๆ มักมีความต้องการอยากรู้อยากเห็นเต็มไปหมด และบางครั้งก็ทำให้คนอ่านนึกตั้งคำถามขึ้นมาว่า "เมื่อไหร่จะหยุด" สงสัยเสียที ซึ่งจริงๆ แล้วคำถามและความสงสัยของเด็กๆ มันคือจินตนาการที่สอนให้พวกเขาเติบโตขึ้นมา เจน และไมเคิลเป็นเด็กจอมซุกซนที่อยากทำสิ่งต่างๆ ได้ตลอดเวลา พวกเขามักพูดสิ่งที่พวกเขาต้องการให้แมรี่ฟังเสมอ แม้แมรี่จะทำเป็นดุ และไม่ยินยอมในคราแรก แต่เธอมักจะใจอ่อนและตามใจเด็กๆ เสมอ ด้วยการใช้เวทมนตร์ทำให้เด็กๆ ได้เจอโลกในจินตนาการ ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้รู้จักในสิ่งที่ไม่เคยรู้จัก ก่อนจะพาเด็กๆ กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง และทำเหมือนสิ่งที่เด็กๆ พบเจอไม่เคยเกิดขึ้น เธอสอนให้เด็กๆ ตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ไม่เคยให้คำตอบพวกเขาเลย ซึ่งเมื่อเรามองกลับมาในโลกความเป็นจริง เมื่อเราได้ลองทำสิ่งต่างๆ มากมายในชีวิตแล้ว เรามักเกิดคำถามกับตัวเราเองว่า "เราชอบทำอะไรมากสุด" และเราก็ได้เรียนรู้ว่าความชอบของเรามักจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเราโตนั่นเอง จากนั้นเราถึงได้เรียนรู้ว่าเรามีความฝันมากมายตั้งแต่ตอนเด็ก และมันเริ่มน้อยลงเมื่อเราโตขึ้น
 
ความฝันในวัยเด็ก - คือสิ่งที่เราชอบและเราอยากทำ ไม่ว่าผลของการอยากรู้อยากลองจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ เราในวัยเด็กตัดสินด้วยคำว่าชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น และความฝันในวัยเด็กเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
ความฝันในวัยผู้ใหญ่ - คือเป้าหมายในชีวิตที่อยากทำให้สำเร็จ ส่วนใหญ่จะมีเป้าหมายเพียงหนึ่งหรือสองเท่านั้น ความฝันของผู้ใหญ่มักส่งผลกระทบต่อตัวตน และจิตใจ ไม่ว่าจะต้องผ่านความยากลำบากแค่ไหน ต้องเจอเรื่องที่ไม่ชอบอีกกี่พันเรื่อง ความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวของผู้ใหญ่ก็คือความสำเร็จหรือต้องเข้าใกล้ความสำเร็จเท่านั้น
 
ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป   
 

ครอบครัวที่สมบูรณ์คือครอบครัวที่ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน 

ครอบครัวที่สมบูรณ์ในความหมายของแต่ละคนมีความหมายไม่เหมือนกัน บางคนอาจหมายถึงสมาชิกครอบครัว บางคนอาจหมายถึงฐานะทางครอบครัว ซึ่งในเรื่องแมรี่ ป๊อปปินส์ ครอบครัวที่สมบูรณ์คือครอบครัวที่ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน.. พี่เลี้ยงเด็กแมรี่ได้เข้ามาเติมเติมส่วนที่ขาดหายไปในครอบครัวแบ๊งค์สด้วยการทำให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ได้เรียนรู้เรื่องราวที่ครอบครัวของพวกเขาไม่เคยสอน ซึ่งวรรณกรรมเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวที่สมาชิกขาดการดูแลเอาใจใส่ แมรี่จึงเป็นตัวแทนของ "การดูแลเอาใจใส่" ในด้านที่เด็กๆ ขาดหายไป เช่น การอบรมเลี้ยงดู การสั่งสอน และการทำกิจกรรมในวัยเด็กกับครอบครัว ซึ่งจะเห็นได้ว่าในตอนท้ายเรื่องเมื่อครอบครัวแบ๊งค์สกลับมาทำกิจกรรมร่วมกันอีกครั้ง แมรี่ที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กก็ได้หายไปจากครอบครัวนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามตัวตนของแมรี่จะยังคงอยู่ในความทรงจำของเด็กๆ ตลอดไป เพราะความทรงจำในวัยเด็ก ไม่มีใครลืมได้ง่ายๆ หรอกใช่ไหม..
 

Child again ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม

วรรณกรรมแมรี่ ป๊อปปินส์ สะท้อนความจริงด้านครอบครัว และชีวิตในวัยเด็กของหลายครอบครัวออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เด็กๆ ส่วนใหญ่หลงเสน่ห์แมรี่เพราะเธอเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี เธอมักไม่ตามใจในคราแรกแต่เธอก็ทำสิ่งต่างๆ ให้เราเสมอ.. นอกจากนี้ ชีวิตในวัยเด็กที่สำคัญอีกอย่างก็คือ "ความฝัน" เด็กๆ ในเรื่อง วิ่งไล่ตามจินตนาการด้วย "ความชอบ" จากใจที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา จึงทำให้ความชอบเหล่านั้นมีคุณค่าและมีความหมายในทุกๆ วัน ทั้งนี้ความฝันของเด็กๆ มักเป็นเรื่องที่มีความสุข เพราะเป็นเรื่องที่พวกเขาอยากทำ เช่น ในอดีตเราชอบเกมมากๆ เมื่อเราได้กลับไปเล่นเกม ทำให้เรารู้สึกคิดถึงอดีต เห็นภาพในตอนที่เราเคยมีความสุข ซึ่งหากใครจำความรู้สึกในตอนที่ยังเป็นเด็กไม่ได้ ลองกลับไปทำสิ่งที่เคยชอบดูอีกครั้ง เราอาจจะได้ Passion หรือกำลังใจในวัยเด็ก นำมาปรับใช้กับชีวิตบนโลกแห่งความจริงใบนี้ได้ เพราะจริงๆ แล้ว ผู้ใหญ่ในตอนนี้ก็คือเด็กในวันก่อน เราทุกคนแค่โตขึ้นตามกาลเวลา แต่ความรู้สึกสนุกและอยากมีความสุข เราทุกคนยังมีอยู่ลึกๆ ภายในจิตใจ 
 
ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป
ในบทความนี้เราไม่ได้วิเคราะห์ตัวละครแมรี่ ป๊อปปินส์โดยตรง แต่เราวิเคราะห์เรื่องแมรี่ ป๊อปปินส์ ในมุมมองที่สอดแทรกอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องราวในโลกจินตนาการสลับกับโลกแห่งความจริง เรื่องราวของครอบครัว, การเลี้ยงดูเด็ก, การอบรมสั่งสอน, การดูแลครอบครัว และความฝัน เรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีด้านที่เต็มไปด้วยความสุขและด้านที่มีความทุกข์ปะปนกันไป เมื่อเรามีความสุขเราอาจกำลังอยู่ในโลกจินตนาการแต่เมื่อใดที่เราเศร้า เราก็อาจจะกลับสู่โลกแห่งความจริงได้ ซึ่งความก้ำกึ่งของโลกทั้งสองใบนี้ ต่างสอนให้เรารู้จักชีวิตในด้านต่างๆ มากขึ้น และทั้งหมดนี้ล้วนตอบคำถามที่เราสงสัยได้ว่าทำไมเราถึงรักโลกในจินตนาการ เพราะโลกจินตนาการทำให้เรามีความสุขก็เท่านั้นเอง 
 
พี่แนนนี่เพน 
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
ข้อคิดจาก "แมรี่ ป๊อปปินส์" ที่จะไม่ทำให้เราหลงอยู่ในโลกจินตนาการอีกต่อไป
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #แมรี่ ป๊อปปินส์ #Mary Poppins #Pamela L. Travers #พี่เลี้ยงเด็ก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป