
สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D ในปัจจุบันปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้นถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่ที่ไทยแต่เรียกว่าเป็นประเด็นทั่วโลกล่ะครับ ขนาดทางองค์การ UN ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ใน SDGs หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก ซึ่งมีหลายข้อเลยที่ครอบคลุมอยู่ในเรื่องการความเหลื่อมล้ำ ทั้งขจัดความยากจน ขจัดความหิวโหย การศึกษาเท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ และการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งล้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั้งโลกต้องการแก้ไขเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม

รูปจากภาพยนตร์เรื่อง Parasite
พอพูดถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ ก็ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Parasite ที่หลังจากฉายไปก็ได้สร้าง social movement ทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจประเด็นนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน อย่างในหนังก็ถ่ายทอดออกมาแบบได้เจ็บแสบแบบแทงใจดำมาก แม้ว่าจะเป็นบริบทสังคมเกาหลี แต่ก็มีหลายอย่างที่ตรงกันกับที่หลายคนอาจเจอในทุกๆ วัน
และเหตุผลที่เกาหลีทำหนังแนวเสียดสีสังคมออกมาได้ถึงพริกถึงขิงนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าที่นั่นค่อนข้างมีช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนแบบชัดเจนมากๆ อย่างในภาษาาเกาหลีจะมีคำว่า 금수저 (กึม-ซู-ช่อ) แปลว่า ‘ช้อนตะเกียบทอง’ หมายถึงคนที่เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย และ 흙수저 (ฮึก-ซู-ช่อ) แปลว่า ‘ช้อนตะเกียบดิน’ หมายถึงคนที่เกิดมาในครอบครัวฐานะยากจน ซึ่งจะว่าไปแล้วในไทยของเราเองก็มีคำแนวๆ นี้เหมือนกัน และปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำก็อาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ในเกาหลีคำนี้ถูกยกมาพูดบ่อยขึ้นมากๆ และยิ่งครอบครัวไหนมีลูกเกิดใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะซื้อช้อนทอง (ทองคำแท้ๆ) ให้เป็นของขวัญเพื่อเป็นเคล็ดประมาณว่า ให้เติบโตไปร่ำรวยและประสบความสำเร็จนั่นเองครับ
“ผมจะสามารถลดช่องว่างที่ตอนนี้มันกว้างเกินไปได้หรือเปล่า?”

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
ฮวัง ฮยอนดง ชายหนุ่มวัย 25 ปี และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการสื่อสารมวลชน อาศัยอยู่ในโกชีวอน (고시원) หรือห้องพักขนาดเล็กใกล้มหาวิทยาลัยในกรุงโซล ห้องที่เค้าอยู่นั้นมีขนาดเล็กแค่เพียง 6.6 ตารางแมตร ภายในห้องมีแค่เพียงห้องน้ำ ไม่มีระเบียง ภายในหอพักมีห้องครัวรวมและมีข้าวให้ฟรี ในแต่ละเดือนเค้าจะต้องจ่ายค่าห้องเช่าเดือนละ 350,000 วอน หรือประมาณ 9,200 บาท

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
แต่ก่อนที่โกชีวอนนั้นมักจะเป็นที่เช่าอยู่สำหรับนักศึกษาที่ไม่ค่อยมีเงินและต้องการพักแค่เพียงชั่วคราวในช่วงเตรียมตัวสอบเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย (ซูนึง) หรือเตรียมสอบเพื่อเข้าทำงานราชการ แต่ในปัจจุบันที่นี่กลับเป็นที่พักอาศัยถาวรสำหรับหนุ่มสาวหลายคนในยุคนี้ เพราะถ้าหากจะซื้อบ้านที่เกาหลีก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงมากๆ ส่วนใหญ่เลยต้องเช่ากันอยู่ และสำหรับคนที่อยู่โกชีวอนหลายคนก็มักเรียกตัวเองว่าเป็น ‘ช้อนตะเกียบดิน’ หรือผู้ที่จากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ และมีจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าตัวเองหมดหวังในการเลื่อนชนชั้นทางสังคม
ที่เกาหลีจะมีความเชื่อประมาณว่า ถ้าเราอยากได้อะไร เราต้องพยายามมากๆ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มา จึงไม่แปลกนักถ้าจะบอกว่าสังคมเกาหลีนั้นมีการแข่งขันที่ค่อนสูงมากๆ ไม่ว่าจะวงการไหนก็ตามแต่ เช่นเดียวกับฮวัง เค้าเองก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าผมพยายามมากพอและได้ทำงานดีๆ ผมจะสามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้มั้ย และผมจะสามารถลดช่องว่างทางสังคมที่ตอนนี้มันกว้างเกินไปได้หรือเปล่า?”

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
แต่ดูเหมือนว่าเค้าเองได้คำตอบจากคำถามที่เต็มไปด้วยความหวังเหล่านั้นแล้ว หลังจากเห็นสถานการณ์ในประเทศตอนนี้ เพราะนับวันแนวคิดชนชั้นของช้อนยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้คะแนนเสียงของ ‘มุน แจอิน’ ประธานาธิบดีของเกาหลีเริ่มลดลงเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่นโยบายที่ช่วยสร้างความเป็นธรรมในเรื่องสังคมและเศรษฐกิจอย่างที่พูดไว้ และหลังจากดำรงตำแหน่งมาเกินครึ่งวาระ มีหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่ตกงานจนยอดสูงเป็นประวัติการณ์และยังต้องแบกรับภาระจากความเหลื่อมล้ำที่นับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ในขณะที่บางกลุ่มไม่มีรายได้ ตัดภาพไปที่กลุ่มคนรวยกลับมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จากสถิติพบว่า หลังจากที่มุน แจอินดำรงตำแหน่ง ชนชั้นคนรวยนั้นมีรายได้มากกว่าชนชั้นคนจนมากกว่า 5.5 เท่า ซึ่งเปรียบเทียบก่อนที่มุนจะมาดำรงตำแหน่ง ตอนนั้นความต่างนั้นอยู่ที่ 4.9 เท่า (ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากๆ แล้ว) แต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นมากไปอีก

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
และแนวคิดเรื่องช้อนตะเกียบทอง ช้อนจะเกียบดิน ยิ่งช่วยเตือนสติฮวังมากขึ้น และเค้าเองก็มีความคิดว่า ‘ต่อให้ทำงานหนักแค่ไหน ก็ไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เสมอไป’ เพราะหลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวของ ‘โช กุ๊ก’ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของเกาหลี ที่เคยออกมาบอกว่า ‘ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และจะเปลี่ยนแปลงสังคมที่ไม่เป็นธรรมนี้ให้มีความเสมอภาคมากขึ้น’ แต่สุดท้ายเค้าก็ถูกคุ้ยประวัติว่า เค้าและภรรยาที่เป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยให้ลูกสาวของตัวเองได้เข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์เมื่อปี 2015 ซึ่งจากข่าวฉาวนี้ทำให้เค้าถูกประท้วงอย่างหนัก และสุดท้ายต้องลาออกจากตำแหน่งหลังเป็นรัฐบมนตรีได้เพียง 35 วัน
และจากประเด็นของโชกุ๊กที่เกิดขึ้น ก็ยิ่งสะท้อนว่า ‘ถ้ามีต้นทุนดี หรือมาจากครอบครัวที่มีฐานะ คนที่คาบช้อนตะเกียบทองมาเกิดยังไงก็มีโอกาสมากกว่า เพราะมีการช่วยเหลือจากสถานะทางสังคมและเรื่องเงินของพ่อแม่อยู่ดี’ เช่นเดียวกับเคสตัวอย่างของลูกสาวโชกุ๊กที่ได้เข้าเรียนคณะในฝันของตัวเอง
และจากประเด็นของโชกุ๊กที่เกิดขึ้น ก็ยิ่งสะท้อนว่า ‘ถ้ามีต้นทุนดี หรือมาจากครอบครัวที่มีฐานะ คนที่คาบช้อนตะเกียบทองมาเกิดยังไงก็มีโอกาสมากกว่า เพราะมีการช่วยเหลือจากสถานะทางสังคมและเรื่องเงินของพ่อแม่อยู่ดี’ เช่นเดียวกับเคสตัวอย่างของลูกสาวโชกุ๊กที่ได้เข้าเรียนคณะในฝันของตัวเอง
“ผมรับได้ แม้ว่าเราจะเริ่มต้นในระดับที่ต่างกัน
แต่ก็โกรธที่บางคนกลับได้รับการช่วยเหลือย่างไม่เหมาะสม”

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
คิม แจฮุน ชายหนุ่มวัย 26 ก็เป็นอีกคนที่อาศัยอยู่ในโกชีวอน นอกจากเป็นนักศึกษา คิมยังทำงานพาร์ตไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟที่บาร์แห่งหนึ่งใกล้มหาวิทยาลัย ค้ามีรายได้เดือนละ 400,000 วอน หรือประมาณ 10,500 บาท ซึ่งเงินเหล่านี้หมดไปกับการจ่ายค่าห้องเช่า ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะ และนั่นอาจทำให้เค้าไม่เหลือเงินเก็บเลยด้วยซ้ำ ในแต่ละวันเค้าอาศัยทำอาหารในครัวรวมของโกชีวอน และห่อข้าวไปกิน โดยวัตถุดิบต่างๆ ก็เป็นของหอพักที่ให้ฟรี และเค้าเองก็ยอมรับกับสถานะชนชั้นตะเกียบดินของตัวเอง

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
“ผมยอมรับว่าตัวเองนั้นมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างจากคนอื่นๆ แต่ผมโกรธทุกครั้งที่เห็นบางคนได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่เหมาะสม จริงๆ ผมรับได้ที่เห็นบางคนได้นั่งเรียนสบายๆ ในขณะที่ผมต้องทำงานหนัก แต่ก็อดโกรธไม่ได้ตอนที่บางคนเหล่านั้นได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่เหมาะสม” น่าจะสื่อประมาณว่าแทนที่จะช่วยเหลือคนที่ขาดจริงๆ แต่กลับเป็นคนกลุ่มชั้นอภิสิทธิ์ที่ได้รับความช่วยเหลือซะงั้น

Photo Credit: REUTERS/Kim Hong-Ji
จริงๆ แนวคิดช้อนตะเกียบทอง-ช้อนตะเกียบดิน นั้นมีมาหลายปีแล้ว ย้อนไปเมื่อปี 2016 มีสถิติรายงานว่า มีคนรวยเพียง 10% ในเกาหลีเป็นเจ้าของเงินในประเทศถึง 60% แต่ในนขณะเดียวกันกลุ่มคนจนมากกว่า 50% มีส่วนแบ่งเป็นเจ้าของเงินทั้งหมดในประเทศรวมแล้วแค่ 2% เท่านั้น ยิ่งทำให้เห็นช่องว่างทางสังคมชัดเจนมากไปอีก อีกทั้งผลสำรวจเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วจากบริษัทจัดหางานซารามิน ซึ่งได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 3,289 คนเกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จของคนในยุคนี้ 3 ใน 4 มองว่า พื้นฐานและฐานะทางครอบครัวนั้นมีผลต่อความสำเร็จของลูกมากที่สุด

เว็บตูนเรื่อง Golden Spoon
อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่าแนวคิดนี้ถูกหยิบยกมาพูดมากขึ้นในปัจจุบัน แถมยังสอดแทรกในซีรีส์ ภาพยนตร์ และผลงานเพลงจำนวนไม่น้อย ที่เห็นชัดๆ ก็คงจะเป็นเรื่อง Parasite ที่ได้กลับมาปลุกกระแสให้กับคนในสังคมเกาหลี รวมถึงยังมีเว็บตูนเรื่องดังอย่าง Golden Spoon ที่เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ เด็กชายที่จับพลัดจับผลูสลับชีวิตกับเพื่อนไปอยู่ในครอบครัวเศรษฐี หลังจากที่ได้กินอาหารด้วยช้อนทองวิเศษไป (เรื่องนี้จะถูกนำมาทำเป็นซีรีส์ด้วย)

BTS - Fire
อีกทั้งยังมีผลงานเพลงของวง BTS วงบอยกรุ๊ปที่ดังไกลระดับโลก และเป็นวงที่ได้รับฉายาว่า 'ไอดอลช้อนดิน' เพราะว่ามาจากค่ายที่ไม่ได้ใหญ่ และผ่านอะไรมาเยอะมากๆ พวกเค้าต้องใช้ความพยายามอย่างหนักมากจนกว่าจะประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ และเพลงของหนุ่มๆ BTS ก็ มีเนื้อหาพูดถึงเกี่ยวกับประเด็นช้อนตะเกียบลงในเพลง Fire ด้วยเช่นกัน "อย่าเรียกผมว่าช้อน ผมก็แค่คนๆ หนึ่งเท่านั้น"
แต่อย่างไรก็ตามก็มีคนจำนวนไม่น้อยมองว่าการที่แนวคิดนี้ถูกหยิบยกมาใส่ใน Pop Culture นั้นเป็นการสะท้อนถึง ‘ความสิ้นหวัง’ ในหมู่คนจนหรือคนที่ด้อยโอกาสซะมากกว่า เพราะว่าต่อให้พยายามแค่ไหนก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะสามารถลดช่องว่างทางสังคม อย่างที่เห็นได้ชัดก็จากฉากจบของหนังเรื่อง Parasite นั่นเอง (ใครยังไม่ได้ดู ต้องไปหาดูกันแล้วนะ หนังดีมากๆ)
แต่อย่างไรก็ตามก็มีคนจำนวนไม่น้อยมองว่าการที่แนวคิดนี้ถูกหยิบยกมาใส่ใน Pop Culture นั้นเป็นการสะท้อนถึง ‘ความสิ้นหวัง’ ในหมู่คนจนหรือคนที่ด้อยโอกาสซะมากกว่า เพราะว่าต่อให้พยายามแค่ไหนก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะสามารถลดช่องว่างทางสังคม อย่างที่เห็นได้ชัดก็จากฉากจบของหนังเรื่อง Parasite นั่นเอง (ใครยังไม่ได้ดู ต้องไปหาดูกันแล้วนะ หนังดีมากๆ)
และเมื่อไม่นานนี้ช่องบน Youtube ชื่อดังของเกาหลีอย่าง ODG เค้าได้ทำคลิปสัมภาษณ์เด็กๆ เพื่อเปรียบเทียบความคิดระหว่างตอนอายุ 8 ขวบกับ 14 ปี ว่าแตกต่างกันอย่างไร โดยคำถามหลักที่ใช้คือ ‘รู้จักช้อนตะเกียบทอง-ช้อนตะเกียบดิน’ หรือไม่ และให้แต่ละคนอธิบายว่ามันคืออะไรบ้าง แต่ละคนจะตอบว่ายังไง ลองดูตามในคลิปกันได้เลยครับ มีซับภาษาไทยบรรยายให้ด้วย
คำศัพท์ภาษาเกาหลี
- 숟가락 (ซุด-กา-รัก) ช้อน
- 젓가락 (ช๊อด-กา-รัก) ตะเกียบ
- 수저 (ซู-ชอ) ช้อนและตะเกียบ
- 금 (กึม) ทอง
- 흙 (ฮึก) ดิน
- 금수저 (กึม-ซู-ช่อ) ช้อนตะเกียบทอง
- 동수저 (ดง-ซู-ช่อ) ช้อนตะเกียบทองแดง (หมายถึงชนชั้นกลาง)
- 흙수저 (ฮึก-ซู-ช่อ) ช้อนตะเกียบดิน
Source:

2 ความคิดเห็น
ถ้า รัฐบาลทุกประเทศจะใส่ใจเรื่องนี้จริงจังก็ดีน่ะสิ
เกี่ยวอะไรกับนิสิตบ้าง
งงคำถาม ? หรือเมนต์ผิดที่