‘เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว’ ฉันนอนไม่หลับถ้ามีเมล็ดถั่วใต้ที่นอน... นี่หรือวิถีเจ้าหญิงตัวจริง []

วิว
 
‘เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว’ อยากเป็นเจ้าหญิง ต้องทำตัวเยอะๆ...? 
 
สวัสดีชาวนักอ่านนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว เป็นหนึ่งในเทพนิยายที่ติดอยู่ในความทรงจำแอดมินตั้งแต่เด็กๆ และเชื่อว่าคนแถวนี้หลายๆ คนน่าจะจำเรื่องราวสั้นๆ นี้ได้ ในคืนวันฝนตก หญิงสาวคนหนึ่งมาเคาะประตูปราสาท แล้วอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง พระราชินีได้เปิดประตูให้นางเข้ามา และทดสอบด้วยการวางเมล็ดถั่วเมล็ดเล็กๆ ลงใต้ที่นอน 20 ชั้น เมื่อตื่นมา เจ้าหญิงบอกว่าปวดเมื่อยเนื้อตัว นอนไม่สบาย และนั่นคือข้อพิสูจน์ว่านางคือเจ้าหญิงที่แท้จริง สุดท้ายนางได้แต่งงานกับพระราชาและได้ครอบครองสมบัติมหาศาล
 
 ‘เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว’ ฉันนอนไม่หลับถ้ามีเมล็ดถั่วใต้ที่นอน... นี่หรือวิถีเจ้าหญิงตัวจริง
เจ้าหญิงบนที่นอน
 
เทพนิยายเรื่องนี้สั้นแสนสั้น ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1835 รวมกับเรื่องกล่องชุดจุดไฟ และ Little Claus and Big Claus ช่วงแรกๆ ทั้งสามเรื่องขายไม่ดีเท่าที่ควร คงเพราะเป็นเทพนิยายขนาดสั้น แต่ต่อมา มันก็ได้รับความนิยมและแพร่หลายไปทั่วโลก นักวิจารณ์หลายๆ คน ได้พิจารณาถึงมุมมอง “เจ้าหญิง” ในสายตาของแอนเดอร์สัน เพราะเทพนิยายเรื่องนี้ เน้นไปที่เรื่องของการพิสูจน์ “ความเป็นเจ้าหญิงที่แท้จริง” ซึ่งบททดสอบก็คือ การวางเมล็ดถั่วลงใต้ที่นอน ทำให้เป็นที่สงสัยว่า... คุณสมบัติของเจ้าหญิงที่แท้จริงคืออะไร 
 
มีการตั้งคำถามว่า... เทพนิยายเรื่องนี้ แอนเดอร์สันได้แรงบันดาลใจมาจากไหน หลายคนเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แอนเดอร์สันเองก็ไม่ระบุแน่ชัด แต่พูดคลุมเครือว่า เป็น “เรื่องที่เขาได้ยินมา” และมีหลายคนเชื่อกันว่า ทุกวันนี้เมล็ดถั่วเมล็ดนั้น อยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ไหนสักแห่งในโลก 
 
 ‘เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว’ ฉันนอนไม่หลับถ้ามีเมล็ดถั่วใต้ที่นอน... นี่หรือวิถีเจ้าหญิงตัวจริง
เพราะเธอเรื่องมาก เธอจึงเป็นเจ้าหญิงตัวจริง...?
 
อย่างที่บอกไปว่า... เทพนิยายเรื่องนี้ทำให้คนสงสัยเรื่อง “ความเป็นเจ้าหญิง” เราขอยกตัวอย่างเทพนิยายอีกเรื่องของแอนเดอร์สัน ได้แก่ คนเลี้ยงหมู เรื่องย่อมีอยู่ว่า... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเจ้าชายองค์หนึ่ง ประสงค์จะอภิเษกสมรสกับธิดาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าชายได้ส่งของกำนัลไปให้เจ้าหญิงสองชิ้น ชิ้นแรกคือ ดอกกุหลาบที่จะบานทุกๆ ห้าปี กลิ่นหอมของมันจะทำให้ผู้ดมหลงลืมปัญหาและความเศร้าเสียใจทั้งหมด ส่วนของกำนัลชิ้นที่สอง คือนกไนติงเกลที่ร้องเพลงได้ทุกเพลงบนโลก พระราชาประทับใจกับของกำนัลมาก แต่เจ้าหญิงกลับขว้างมันออกจากหน้าต่างอย่างไม่แยแส 
 
เจ้าชายหาทางเข้ามาในพระราชวังด้วยการปลอมตัวเป็นคนเลี้ยงหมูของพระราชา และอาศัยอยู่ในกระท่อมอันซอมซ่อ ต่อมาเจ้าชายได้ประดิษฐ์หม้อวิเศษ ที่เจ้าหญิงเห็นแล้วอยากได้ แต่คนเลี้ยงหมูเจ้าเล่ห์ ทำข้อแลกเปลี่ยนเป็นจุมพิตสิบครั้ง ด้วยความอยากได้หม้อ เจ้าหญิงจึงยอมแลกจูบด้วย ต่อมา คนเลี้ยงหมูก็ประดิษฐ์เครื่องดนตรีวิเศษขึ้นมาอีก เจ้าหญิงเห็นก็อยากได้อีก คราวนี้ขอแลกจูบ 100 ครั้ง และเมื่อมาถึงจูบครั้งที่ 86 พระราชาก็แอบเห็นเข้า ด้วยความไม่พอใจว่าลูกสาวไปคบหากับคนเลี้ยงหมูชั้นต่ำ พระราชาจึงขับไล่ทั้งคู่ออกไปจากอาณาจักร 
 
เจ้าหญิงยืนร้องไห้เสียใจอยู่กลางสายฝน คนเลี้ยงหมูจึงล้างโคลนสกปรกออกจากใบหน้า และถอดเสื้อคลุมซอมซ่อของเขาออกไป กลายเป็นชุดเจ้าชายตามเดิม เจ้าหญิงเห็นเข้าก็ตื่นเต้นยินดี แต่เจ้าชายกลับประกาศอย่างชัดเจนว่า... ตอนที่เขาเป็นเจ้าชายและมอบของขวัญล้ำค่าให้กับเธอ เธอกลับเลือกที่จะทิ้งของขวัญจากเขา แต่กลับไปจูบกับคนเลี้ยงหมูเพื่อแลกของต่ำต้อย และปิดประตูวังใส่หน้าเจ้าหญิงที่ยืนตะลึงอยู่ เรื่องก็จบลงอย่างเลือดเย็นและไม่แฮปปี้แม้แต่น้อย เจ้าหญิงถูกทอดทิ้งเพราะความไม่รู้คิดของเธอเอง อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ เคยได้ยินกันบ้างมั้ย 10 เทพนิยายหายากของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน! 
 
เมื่ออ่านเรื่องย่อจบ ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า... ในสายตาของแอนเดอร์สัน คุณสมบัติของเจ้าหญิงคือ ความเย่อหยิ่ง บอบบาง และค่อนไปทางงี่เง่า... ตัวแอนเดอร์สันเอง ได้ใกล้ชิดกับชนชั้นสูงจำนนวนมาก และได้พูดคุยกับพวกเขา ทำให้เราเกิดความสงสัยว่า... สายตาที่แอนเดอร์สันมองชนชั้นสูง โดยเฉพาะเจ้าหญิงเป็นอย่างไร (แต่ก็นั่นแหละ จากเรื่องไนติงเกล ก็บ่งบอกถึงความไม่พอใจกับจักรพรรดิด้วยเช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ เป็นคุณจะเลือกอะไร เครื่องจักรหรือธรรมชาติ : นกไนติงเกลกับจักรพรรดิ) นักวิจารณ์หลายๆ คนถึงกับบอกว่า แอนเดอร์สันจงใจใช้เทพนิยายของตัวเองมาเสียดสี วิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นสูงในยุคนั้น แต่ขณะเดียวกัน ผลงานของเขาก็เหมือนกำหนดค่านิยมของชนชั้นสูงด้วยเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจคือ แอนเดอร์สันไม่ใช่คนที่มองโลกแง่เดียว เพราะในผลงานสองเรื่องของเขา เจ้าหญิงเมล็ดถั่วและคนเลี้ยงหมู แสดงถึงมุมมองที่แตกต่าง ในเจ้าหญิงเมล็ดถั่ว นางโผล่มาที่หน้าประตูในสภาพเปียกปอน ทำตัวเอาแต่ใจ ขอเข้าไปพักในปราสาท และยังร้องขอที่นอนนุ่มๆ อาหารอุ่นๆ แต่ผลกลับได้แต่งงานกับพระราชา แต่ในเรื่องคนเลี้ยงหมู เจ้าหญิงเพียงแค่ปฏิเสธของกำนัลจากเจ้าชาย กลับโดนแก้แค้นต่างๆ นานา ทั้งที่ทั้งคู่เป็นผู้หญิงที่เหมือนกัน แต่กลับเจอเรื่องราวแตกต่างกัน ทั้งหมดนี้ ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า แอนเดอร์สันมีแนวคิดเดียวกับกลอนไทยบางบทที่บอกว่า “มีสามีเหมือนเป็นฉัตรแก้วกั้นเกศ จะงามหน้างามเนตรทุกเวลา” คล้ายกับว่า... สำหรับแอนเดอร์สัน เจ้าหญิงจะนิสัยอย่างไรไม่สำคัญ ขอแค่มีเจ้าชายที่ดีและเข้าใจ ก็มากเพียงพอแล้ว 
 
 ‘เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว’ ฉันนอนไม่หลับถ้ามีเมล็ดถั่วใต้ที่นอน... นี่หรือวิถีเจ้าหญิงตัวจริง
อยากนอนบนที่นอนแบบนี้บ้าง 
 
แน่นอนว่าเทพนิยายบอกเล่าค่านิยมในอดีต เราจึงสามารถสรุปจากเทพนิยายได้ว่า... สมัยก่อน บุคคลสำคัญที่มีบทบาทสำคัญและเป็นคนกำหนดชีวิตของผู้หญิง ก็คือผู้ชาย ผู้หญิงจะเป็นอย่างไรไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเธอประสบความสำเร็จได้ คือการมีผู้ชายที่ดีที่เข้าใจในตัวเธอนั่นเอง
 
สรุปปิดท้าย แอนเดอร์สันไม่ใช่เฟมินิสต์...  
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
http://artpassions.net/stories/princess_and_the_pea.html
https://www.tor.com/2018/10/11/defining-princesses-hans-christian-andersens-the-princess-and-the-pea-and-the-swineherd/ 
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Princess_and_the_Pea 
http://childhoodreading.com/the-princess-and-the-pea/
 
 ‘เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว’ ฉันนอนไม่หลับถ้ามีเมล็ดถั่วใต้ที่นอน... นี่หรือวิถีเจ้าหญิงตัวจริง  
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เจ้าหญิงกับเมล็ดถั่ว #ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน #เทพนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป